
เผชิญวิกฤตแห่งปัญหา...ด้วยหัวใจที่มีธรรมธรรมะเนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่พ.ศ.๒๕๕๕ (ตอน๓)
การรู้จักระลึกรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านไป เพื่อประกอบการพิจารณาโดยแยบคายอันนำไปสู่ปัญญา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : การรู้จักระลึกรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านไป เพื่อประกอบการพิจารณาโดยแยบคายอันนำไปสู่ปัญญา จึงเป็นเรื่องแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างเสริมสติปัญญาให้แข็งแรง เตรียมพร้อมกับการเผชิญเหตุในกาลเบื้องหน้า ... ด้วยสัจธรรมที่ว่า ไม่เคยสิ้นปัญหาให้แก้ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่... จึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีปัญหาในวันพรุ่งนี้!! เพราะนี้คือโลกที่เป็นสังขารธรรม หรือสภาวธรรมที่ปรุงแต่ง หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้ ดังพุทธภาษิตที่ว่า...
โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน...
โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน
โลกไม่มีสิ่งใดเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป
โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม
เพราะฉะนั้น เมื่อโลกเต็มไปด้วยปัญหาที่เกิดจากธาตุอวิชชา จึงเป็นเรื่องยากที่จะหยุดยับยั้งให้โลกนี้สงบราบเรียบ ไร้มูลฝอยแห่งปัญหา... ปัจจัยที่สำคัญของการดำเนินชีวิตที่จะนำไปสู่การบรรลุผลในฐานะมนุษย์ที่ประเสริฐ จึงต้องพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา ... ดับปัญหานั้นๆ ให้สิ้นไป ซึ่งจะต้องใช้อำนาจแห่งปัญญาที่เกิดจากการรู้เท่าทัน เข้าถึงสาเหตุแห่งปัญหานั้นของโลก ด้วยความเข้าใจ...เข้าถึงเหตุปัจจัยแห่งปัญหาของโลก จึงจะทำให้เราอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไม่แปดเปื้อนฝุ่นธุลี เรียกว่า ขจัดธุลีละอองแห่งปัญญาได้ด้วยอำนาจแห่งปัญญา ... ที่เกิดจากจิตใจที่มีธรรม...
อาตมากล่าวบรรยายหลักธรรมโดยสรุปดังกล่าวมา เพื่อแสดงให้เห็นแนวทางของการพิจารณาออกมาจากปัญหา และความทุกข์ของการดำเนินชีวิต ที่สาธุชนทั้งหลายจะต้องครรลองชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้ ที่นับวันยิ่งมากรกรุงรังไปด้วยปัญหา ทั้งที่เกิดขึ้นด้วยธรรมชาติของมันเอง และเกิดขึ้นเพราะสัตว์มนุษย์ ผู้โง่เขลาเบาปัญญาก่อการกระทำขึ้น ให้ปัญหามันสืบเนื่อง มากปมจนยุ่งเหยิง เหมือนกลุ่มด้ายของช่างทอหูก ... ให้ความทุกข์มันเกิดสืบเนื่องจากความทุกข์ที่มีอยู่แล้ว ให้ทับถมทุกข์มากเพิ่มพันทวี จนสัตว์มนุษย์ทั้งหลาย ผู้ไม่ปรารถนาทุกข์ เริ่มหมดขีดความอดทนต่อความทุกข์ หรือปัญหาที่มากขึ้น ยิ่งขึ้น ... จึงนำไปสู่การขวนขวายหาหนทางแก้ไขปัญหา เพื่อขจัดความทุกข์ดังกล่าวของมวลมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ให้สิ้นไป
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







