posttoday
การจัดการความโลภ : วิธีบริหารจัดการความโลภ (ตอน 2)

การจัดการความโลภ : วิธีบริหารจัดการความโลภ (ตอน 2)

01 มกราคม 2555

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ความอยากนั้นมี 2 ประเภท คือ ความอยากฝ่ายบวก หรือความอยากฝ่ายดี ที่เรียกว่า “ฉันทะ”

โดย...ว.วชิรเมธี

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ความอยากนั้นมี 2 ประเภท คือ ความอยากฝ่ายบวก หรือความอยากฝ่ายดี ที่เรียกว่า “ฉันทะ” และความอยากฝ่ายลบ หรือความอยากฝ่ายไม่ดี ฝ่ายก่อปัญหา ที่เรียกว่า “ตัณหา” (โลภะ)

ความอยากทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันตรงที่ ความอยากฝ่ายดีเป็นความอยากที่เกิดจากปัญญา หรืออยากให้สิ่งต่างๆ ดำรงอยู่ในสภาพที่ดีงาม อยากทำอะไรดีๆ อยากสร้างสรรค์พัฒนา ส่วนความอยากฝ่ายลบเกิดจากกิเลส หรือสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ที่ถูกกระตุ้นให้อยากเพราะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันแส่อยาก หรือจิตคิดปรุงแต่งขึ้นมา แล้วก็พาให้อยากสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นความอยากที่ไม่มีปัญญาเป็นตัวช่วย แต่มีอวิชชา คือ ความขาดสติ ความไม่รู้ทันการทำงานของจิตตัวเองที่บงการอยู่ข้างหลัง เป็นความอยากที่มุ่งนำมาสนองตัวตนของตน

เพื่อความเข้าใจง่าย ความอยากทั้งสองอย่างนี้เราอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า

ตัณหา คือ ความอยากได้ อยากเป็น อยากทำลาย (=เห็นแก่ตัว)

ฉันทะ คือ ความอยากทำอะไรให้ดี อยากสร้างสรรค์ อยากพัฒนา (=เห็นแก่ธรรม )

เช่น คนคนหนึ่งเห็นดอกไม้ผลิบาน แล้วรู้สึกสดชื่นรื่นรมย์ที่เห็นดอกไม้ผลิบาน พอจิตพอใจที่จะให้ดอกไม้นั้นบานอยู่อย่างนั้นบนต้นต่อไปก็มีความสุขแล้ว ความอยากให้ธรรมชาติยังคงความงดงามตามธรรมชาติอย่างนี้ถือว่าเป็น “ฉันทะ” คือ ความอยากฝ่ายดี

การจัดการความโลภ : วิธีบริหารจัดการความโลภ (ตอน 2)

 

แต่อีกคนหนึ่ง เห็นดอกไม้ผลิบานแล้วเกิดความอยากจะเด็ดขึ้นมาชื่นชมเป็นของตัวเอง จึงเดินเข้าไปเด็ดมาปักแจกันส่วนตัวทันที ความอยากที่มีการทำเพื่อ “ตัวเอง” อย่างนี้เป็นตัณหา

หรือชาวบ้านสองคนเดินทางเข้าไปในป่าลึก คนหนึ่งเห็นต้นไม้ใหญ่แล้วคิดว่า ที่ป่านี้เป็นป่าดงดิบ อยู่ได้ก็เพราะมีต้นไม้ใหญ่อย่างนี้มากมาย เราจึงควรจะช่วยกันรักษาป่าเอาไว้ให้ดีที่สุด ธรรมชาติจะได้อุดมสมบูรณ์ไปตราบนานเท่านาน ความอยากให้ต้นไม้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไปอย่างนี้ จัดเป็น “ฉันทะ”

แต่ชาวบ้านอีกคนหนึ่งพอเห็นต้นไม้ใหญ่ในป่าลึกล้วนแต่ต้นโตๆ ทั้งนั้น ก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าตัดแต่ละต้นไปขาย คงได้เงินไม่น้อยเลย ความอยากอย่างนี้จัดเป็น “ตัณหา”

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง นักศึกษาสองคนกำลังมองหาสถาบันการศึกษาที่ตนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท คนหนึ่งอยากศึกษาต่อเพราะรู้สึกว่า เพื่อนๆ ในที่ทำงานล้วนจบปริญญาโทกันทั้งนั้น ถ้าตัวเองยังไม่ศึกษาต่อ ก็รู้สึกน้อยหน้า เวลาเข้าสังคมก็รู้สึกมีปมด้อย แต่ถ้าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ได้รับปริญญามาอีกสักหนึ่งใบ ใครต่อใครก็คงชื่นชมยินดีและเห็นว่าตัวเองก็เป็นปัญญาชนคนมีการศึกษา มีเกียรติไม่น้อยหน้าไปกว่าใครเป็นแน่ คิดอย่างนี้แล้วจึงตัดสินใจเรียนต่อ

อีกคนหนึ่งมองว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาปัญญาที่สำคัญ หากตนต้องการความเป็นเลิศทางปัญญาและวิชาการ ก็คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสาขาวิชาที่จบมาเพื่อจะได้เพิ่มพูนความเป็นเลิศทางปัญญาและวิชาการให้ดีขึ้น เวลาทำงานจริงๆ จะได้ใช้ความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการนั้นมาทำประโยชน์ได้อย่างดีที่สุด ไม่ใช่สักแต่ว่าทำงานแต่พอผ่านๆ ไปเท่านั้น แต่ปรารถนาอยู่เสมอว่าจะต้องเป็นนักวิชาการที่รู้จริง เก่งจริง เป็นที่พึ่งให้แก่วงวิชาการและแก่ตัวเองได้อย่างแท้จริง

ความรู้จริง ความเชี่ยวชาญจริงนั้น จะทำให้พัฒนาวงวิชาการในสาขานั้นๆ ให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป เป็นประโยชน์อันไพศาลแก่เพื่อนมนุษย์

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่านักศึกษาคนหนึ่งต้องการศึกษาต่อเพราะตัณหา ติดอยู่ในระบบคุณค่าเทียมที่เรียกกันว่าปริญญานิยม อันหมายถึงการยึดติดว่า การได้รับปริญญาหลายสาขาคือคุณค่าอย่างหนึ่งของชีวิต หรือเป็นโอกาสอย่างหนึ่งในการเลื่อนสถานะทางสังคม ซึ่งค่านิยมนี้เป็นกันอยู่มากในสังคมไทย ด้วยค่านิยมอย่างนี้เวลาศึกษาต่อ จึงไม่มุ่งพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีความเป็นเลิศทางปัญญา และวิชาการอันเป็นจุดหมายที่แท้ของการศึกษา แต่มุ่งแค่ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เรียนจบให้เร็วที่สุด และได้ปริญญามาอวดคนอื่นก็พอ

อีกคนหนึ่งมุ่งไปยังคุณค่าโดยตรงของการศึกษา คือ การฝึกหัดพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ดีขึ้น ส่วนเกียรติคุณทางสังคมนั้นปล่อยให้เป็นสิ่งที่เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ จะเห็นว่าพอความอยากแบบตัณหาเกิดขึ้นมา มันก็มักนำเอาคุณค่าเชิงลบมาด้วย แต่พอความอยากแบบฉันทะเกิดขึ้นมา คุณค่าเชิงบวกก็ตามมา

ฉันทะ จึงเป็นความอยากที่มีรากฐานมาจากปัญญา เกิดขึ้นมาแล้วมีแต่จะทำให้มุ่งไปสร้างสรรค์พัฒนาแต่สิ่งดีงาม สมกับคำจำกัดความในภาษาบาลีที่ท่านใช้คำว่า “กตฺตุกมฺยตาฉนฺท” อันแปลว่า “แรงจูงใจใฝ่สร้างสรรค์, แรงจูงใจใฝ่ทำดี” ส่วนตัณหานั้นเป็นแรงจูงใจใฝ่บริโภค ใฝ่เสพ ใฝ่สนองความต้องการอันมีสัญชาตญาณและกิเลสคอยบงการให้คิดให้ทำให้อยาก โดยมี “ตัวเอง” เป็นตัวตั้ง เป็นตัวรับผลประโยชน์

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69