posttoday
2011 ปีทองของ โจโควิช

2011 ปีทองของ โจโควิช

31 ธันวาคม 2554

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา คงจะไม่มีนักกีฬาคนใดโดดเด่นไปกว่า โนวัก โจโควิช

โดย...จาด้า

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา คงจะไม่มีนักกีฬาคนใดโดดเด่นไปกว่า โนวัก โจโควิช ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการ และผงาดขึ้นมาเป็นมือ 1 โลกคนใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ก่อนเริ่มต้นปี นักเทนนิสหนุ่มชาวเซิร์บได้แชมป์แกรนด์สแลมมาครองรายการเดียว นั่นคือ ออสเตรเลียน โอเพน 2008 และคงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะระเบิดฟอร์มถึงขั้นคว้าแชมป์ 10 รายการ ในซีซันนี้พร้อมทำสถิติ 70-6 ในยามที่มีสองยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดาล ขวางทางอยู่

นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ไม่เคยมีผู้เล่นคนใด นอกจาก “เฟดเอ็กซ์” และ นาดาล ที่ได้สัมผัสตำแหน่งมือท็อปของโลกเมื่อจบฤดูกาล

ทว่า โจโควิช ก็ฝ่าด่านอรหันต์ได้อย่างราบคาบ ด้วยผลงานการชนะสิงห์อีซ้ายจากสเปนในรอบชิงชนะเลิศ 6 รายการ และแพ้อดีตมือ 1 โลกชาวสวิส แค่หนเดียวจากการพบกัน 5 ครั้ง

2011 ปีทองของ โจโควิช

“เดอะ โจ๊กเกอร์” เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการชนะ 41 นัดติดต่อกัน ก่อนจะพลาดท่าพ่าย เฟเดอเรอร์ ในรอบตัดเชือกเฟรนช์ โอเพน ซึ่งเป็นแกรนด์สแลมรายการเดียวที่เขาพลาดไปในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 ก.ค. โจโควิช ก็สานฝันของตัวเองได้สำเร็จ ด้วยการครองบัลลังก์มือ 1 โลก พร้อมกับคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้เป็นครั้งแรก

นั่นทำให้นักหวดอารมณ์ดีกลายเป็นฮีโร่ของเซอร์เบียไปโดยปริยาย แม้ว่าก่อนหน้านี้ อนา อิวาโนวิช และเยเลนา แยนโควิช สองเพื่อนร่วมชาติจะเคยสัมผัสตำแหน่งมือ 1 โลก ในประเภทหญิงระยะสั้นๆ มาก่อน แต่ดูเหมือนกระแสจะไม่แรงเท่ากับความสำเร็จของ โจโควิช

ภาพที่มีประชาชนชาวเซิร์บหลายหมื่นคนมารวมตัวกันหน้าทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับเขา พร้อมกับร้องรำทำเพลงฉลองกันอย่างมีความสุขคงเป็นเครื่องยืนยันชัดเจน

“ผมมีปีที่เหลือเชื่อ” โจโควิช กล่าว “ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำลายมันได้ ผมจะจดจำไว้เสมอว่านี่คือปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

รอบชิงชนะเลิศยูเอส โอเพน เป็นอีกครั้งที่ “โนเล” ย้ำแค้น นาดาล ได้ และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ชูโทรฟีที่นิวยอร์กด้วย และนั่นก็เป็นแชมป์แกรนด์สแลมลำดับที่ 3 ของปี และรายการที่ 4 ในชีวิตการเล่นอาชีพ

แม้ว่าหลังจากนั้น โจโควิช จะมีปัญหาบาดเจ็บที่หลังและหัวไหล่รบกวนจนแพ้หลายนัดในช่วงท้ายซีซัน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นปีที่ดีที่สุดดังที่เจ้าตัวว่าไว้

นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำเงินรางวัลสะสมได้เกินกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีเดียวด้วย (ราว 340 ล้านบาท)

ผลงานที่น่าทึ่งของ โจโควิช ในปีที่ผ่านมา ทำให้อดีตมือ 1 โลกชาวอเมริกัน อย่าง จอห์น แมกเอนโร ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติชนะ 82 แพ้แค่ 3 ในปี 1984 ออกมายกย่องนักหวดวัย 24 ปีด้วยว่า “เขามีปีที่เยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการเทนนิส”

2011 ปีทองของ โจโควิช

ขณะที่ นาดาล ซึ่งแพ้คู่ปรับชาวเซิร์บในรอบชิงทุกครั้งในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นบนฮาร์ดคอร์ต เคลย์คอร์ต หรือคอร์ตหญ้า ก็ให้เครดิต “โนเล” ด้วยเช่นกันว่า “บางทีมันอาจจะเป็นระดับการเล่นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยล่ะ”

นอกจาก โจโควิช จะได้รับรางวัลนักเทนนิสชายยอดเยี่ยมแห่งปีจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) แล้ว เขาก็ยังถูกเสนอชื่อให้ลุ้นรางวัลนักกีฬาชายยอดเยี่ยมของโลก “ลอเรอุส อะวอร์ด 2012” ร่วมกับ เซบาสเตียน เวตเทล แชมป์ฟอร์มูลาวัน ลิโอเนล เมสซี กองหน้าบาร์เซโลนา ยูเซน โบลต์ ยอดนักวิ่งชาวจาเมกา เดิร์ก โนวิตซกี นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ และ คาเดล อีแวนส์ นักปั่นจักรยาน ด้วย

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ช่วยให้ โจโควิช ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปีนี้ก็คือ การที่เขาเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่เป็นกลูเตน-ฟรี (ปราศจากส่วนผสมที่มาจากแป้งสาลี) ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสุขภาพเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ระดับความฟิตของเขายังดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเป็นนักหวดชายที่เคลื่อนที่ในคอร์ตได้ดีที่สุดในชั่วโมงนี้

อย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ “เดอะ โจ๊กเกอร์” จะรักษาฟอร์มการเล่นขั้นเทพเอาไว้ในปีหน้า เพราะคงไม่ต่างอะไรกับกีฬาประเภทอื่นๆ ที่การป้องกันแชมป์มักจะยากกว่าการคว้าแชมป์เสมอ

ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าหากไม่มีปัญหาบาดเจ็บมารบกวน โจโควิช ก็น่าจะยังทำผลงานได้ดี เพราะความมั่นใจของเขายังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

ส่วนการลุ้นแชมป์แกรนด์สแลมชายเดี่ยวในปีหน้าก็คงจะหนีไม่พ้นบิ๊กโฟร์ของวงการอย่าง โจโควิช นาดาล เฟเดอเรอร์ และแอนดี เมอร์เรย์ เช่นเคย แต่จะมีใครโค่นบัลลังก์มือ 1 ของนักหวดชาวเซิร์บได้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท