
"สตรอเบอรี่" นางเอกประจำฤดูกาล
ลมหนาวมาเยือนกันแล้ว!!! คุณคิดถึงอะไรกันครับ การเดินทางสัมผัสอากาศหนาวในแดนเหนือบนภูสูง หรือว่าหิมะแรกของฤดูกาล
โดย...องค์ชายห้า
ลมหนาวมาเยือนกันแล้ว!!! คุณคิดถึงอะไรกันครับ การเดินทางสัมผัสอากาศหนาวในแดนเหนือบนภูสูง หรือว่าหิมะแรกของฤดูกาล
สำหรับผมคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ความทรงจำดีๆ กับการเดินทางสัมผัสอากาศหนาวที่ไม่ซ้ำรูปแบบ
กระทั่งคนพิเศษ ที่แม้ไม่ได้อยู่ข้างกายแค่ได้คิดถึงก็คลายหนาว ต่อให้ผ่านมานานแล้วก็เถอะ ยังแจ่มชัดเสมอ
หลายวันก่อน น้องที่ออฟฟิศหิ้วของฝากมาจาก จ.เชียงใหม่ สุดแสนจะตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะน้ำพริกหนุ่มหรือไส้อั่วของโปรดหรอกนะครับ
หากแต่เป็นผลไม้ที่ผมยกให้เธอเป็นนางเอกประจำฤดูกาล ไม่ใช่ใครอื่น เธอคือ “สตรอเบอร์รี” สีแดงสด แค่ได้พบปะกับเธอก็รู้สึกสดชื่นสดใส ยิ่งยามใดที่ได้ลิ้มลองก็ยิ่งทั้งรักทั้งหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเชียวล่ะครับ (ว่าเข้าไปนั่น)
ด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับรูปร่างงดงาม สีแดงสดลายจุดเล็กๆ ตัดกับจุกสีเขียวอ่อน ที่มีลีลาน่ารักน่าเอ็นดู บางมุมยังคล้ายกับรูปหัวใจ ใครๆ ก็เลยยกให้เธอเป็นผลไม้ตัวแทนแห่งความรักอีกต่างหาก
ทั้งยุโรป อเมริกา และอิสราเอล ต่างก็เป็นประเทศที่ส่งออกสตรอเบอร์รี ซึ่งทำรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
สำหรับบ้านเราการปลูกสตรอเบอร์รีนั้น มีประวัติความเป็นมายาวนานพอสมควร มีการนำพันธุ์เข้ามาทดลองปลูกทางภาคเหนือที่มีอากาศเย็นหลายยุคหลายสมัย และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานต้นพันธุ์สตรอเบอร์รีที่คัดสรรมาแล้วอย่างดี ได้แก่ พันธุ์เคมบริดจ์แฟเวอริต พันธุ์ทีโอกา และพันธุ์ซีควอเอีย แก่เกษตรกร หรือรู้จักกันในนามพันธุ์พระราชทาน เราจึงมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของสตรอเบอร์รีมากยิ่งขึ้น
ผมเคยมีโอกาสไปสัมผัสลมหนาวที่ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 23 ปีก่อน จำได้ว่าคราวนั้นมีโอกาสได้ลิ้มลองสตรอเบอร์รีสดๆ ที่ปลูกขึ้นโดยชาวเขา
โอ้วว์แม่เจ้า ทันทีที่กัดมันลงไป เนื้อนั้นทั้งนุ่มทั้งฉ่ำหวานและก็หอมยวนใจเสียเหลือเกิน โดยไม่ลืมเสน่ห์มัดใจประจำตัวคือ แอบอมเปรี้ยวเพียงนิดๆ ผมเลยหลงรักเธอนับแต่วันนั้นมา
น่าเสียดาย ผมพยายามที่จะหอบความมหัศจรรย์มาฝากทุกคน แต่เจ้าหน้าที่ของโครงการแนะนำว่า ให้มาเก็บกินเองที่นี่จะดีกว่า เพราะเป็นพันธุ์ที่กำลังอยู่ในช่วงศึกษา จึงเก็บความฉ่ำหวานไว้ได้ไม่นาน ไม่แน่นะ ตอนนี้ทางโครงการอาจยืดอายุเธอให้ยาวนานขึ้นสำเร็จแล้วก็เป็นได้
พี่ชายคนหนึ่งที่ผมนับถือให้ข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างเราเมาท์มอยถึงสตรอเบอร์รีสุดสวยว่า เดี๋ยวนี้เขาสามารถปลูกสตรอเบอร์รีได้หลายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่กินสด ซึ่งมีอายุยาวนานขึ้น และจะมีเปลือกที่อ่อนกว่า อีกประเภทคือสตรอเบอร์รีสำหรับแปรรูป ซึ่งมีเปลือกแข็งกว่า มิน่าล่ะเราถึงเห็นสตรอเบอร์รีในหลายรูปแบบและพบเธอได้ทุกฤดูกาล
พูดถึงบทบาทของสตรอเบอร์รีนั้น นอกจากรับประทานผลสดๆ แล้ว เธอยังเป็นนางเอกที่ช่วยกู้หน้าอาหารทั้งคาวทั้งหวาน ให้มีสีสันที่งดงามชวนรับประทานมากยิ่งขึ้น เพียงแค่ประดับประดาเธอลงไป อาหารจานธรรมดาๆ ก็หรูหราน่าประทับใจกันแล้วล่ะ
เธอยังแอบโปรยเสน่ห์ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานประจำตัว ที่มาช่วยตัดเลี่ยนของอาหารคาวหวานได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กหรือชอร์ตเค้กครีมเลี่ยนก็เถอะ ทำให้อร่อยจนยากจะลืมเธอ
ยิ่งอากาศเย็นๆ อย่างนี้ ที่มักมาพร้อมกับอาการเฉื่อยชา ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง รู้หรือเปล่าว่าการกินหรือดื่มน้ำผลไม้ที่มีสีแดงอย่าง สตรอเบอร์รี นั้น จะทำให้เรากระฉับกระเฉง มีพลัง และมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเป็นกอง
สตรอเบอร์รี ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีจำนวนมหาศาลที่ช่วยไล่หวัดและโรคภูมิแพ้ สร้างภูมิต้านทานได้ดีเยี่ยมอีกด้วย
นอกจากนี้ สตรอเบอร์รียังมีส่วนประกอบของสารสำคัญที่ชื่อว่า แอโธไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอีกต่างหาก
กระซิบบอกให้อีกนิดก็ได้ว่า มันยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้คุณขยันทำการบ้านอีกด้วยนะครับ
และเสน่ห์ของสตรอเบอร์รีอีกประการที่ยากจะมีผลไม้ใดมาเสมอเหมือน นั่นก็คือ กลิ่นหอมที่สามารถจำแนกได้นับสิบๆ กลิ่นทีเดียว เรียกว่าปลูกต่างดินแดนก็จะให้กลิ่นที่ได้แตกต่างกันออกไป ยังไม่นับรวมถึงสายพันธุ์ที่ให้รสชาติและกลิ่นที่ต่างกันอีกนะครับ
นี่แหละคือเสน่ห์ร้ายเหลือของเธอ กระทั่งคำด่าทอเธอยังทอนความหยาบคาย เสียน่ารักน่าใคร่ได้เลย อิอิ







