
องค์อร ประสานพานิช กับภารกิจกู้ (สัตว์) โลก
“จุดเริ่มต้นคงมาจากคุณแม่ที่รักสุนัขมาก” สพญ.องค์อร ประสานพานิช คุณหมอคนสวยวัย 27 ปี
“จุดเริ่มต้นคงมาจากคุณแม่ที่รักสุนัขมาก” สพญ.องค์อร ประสานพานิช คุณหมอคนสวยวัย 27 ปี
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
“จุดเริ่มต้นคงมาจากคุณแม่ที่รักสุนัขมาก” สพญ.องค์อร ประสานพานิช คุณหมอคนสวยวัย 27 ปี หนึ่งในทีมฝ่ายการจัดการภัยพิบัติเอเชียแปซิฟิก แห่งองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (WSPA) เล่าให้ฟังเมื่อถูกถามถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็นหนึ่งในทีมหัวหมู่ทะลวงฟัน ต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์ในภาวะภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดคือมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ประเทศไทย คุณหมอตระเวนบกตระเวนน้ำ (ท่วม) วิ่งบุก (อันที่จริงขึ้น ฮ.) ไปมาแล้วทุกแนวรบ ที่มีสัตว์ประสบภัย
สพญ.องค์อร หรือคุณหมอเอม เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้บ้านของเธอเลี้ยงสุนัขไม่เคยขาดช่วง โดยมีสุนัขที่เลี้ยงหลายรุ่น หลายพันธุ์ เช่น อัลเซเชียน ชิห์สุ ค็อกเกอร์สเปเนียล หรือสุนัขไทยๆ อย่างบางแก้วก็มี บางช่วงมีถึง 8 ตัว ช่วยกันรักช่วยกันเลี้ยงอย่างมีความสุข ตัดสินใจเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว (ฮา) คุณหมอเอมจบสัตวแพทยศาสตร์ด้วยเกียรตินิยม จากนั้นตัดสินใจเข้าทำงานเป็นสัตวแพทย์ด้านการจัดการภัยพิบัติ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกทันที ด้วยในระหว่างเรียนก็พอจะรู้ตัวแล้วว่า อยากทำงานด้านสาธารณสุข
“อยากทำในสิ่งที่ยาก เอมรู้ว่าเอมอยากทำ” คุณหมอคนเก่งเล่า บอกว่า ปกติเป็นคนชอบเดินทาง ตอนแรกนึกอยากไปทำงานในถิ่นกันดารไกลๆ ในใจนึกถึงประเทศแถวแถบแอฟริกาเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อรู้ใจตัวว่าชอบงานยาก เพราะฉะนั้นก็ WSPA นี่แหละ ที่คิดว่าตอบโจทย์งานสาธารณสุขในแบบที่อยากทำ ทำงานปีแรกมีโอกาสเดินทางไปทำงานช่วยสัตว์จากน้ำท่วมใหญ่ที่เนปาล จึงได้คิดว่า ภาวะภัยพิบัติในภาคพื้นเอเชีย ก็ยากเย็นเข็ญใจไม่น้อยหน้าที่ใดในโลก จุดนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยน ให้คุณหมอแสนสวยตัดสินใจช่วยเหลือสัตว์อยู่ในภูมิภาคนี้แทน
นอกเหนือจากการลงพื้นที่ภัยพิบัติ คุณหมอมีงานหลักด้านนโยบายเกี่ยวกับการช่วยเหลือสัตว์ และยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งดูแลโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในประเทศเวียดนาม ล่าสุดได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานมาตรฐานการจัดการสัตว์ปศุสัตว์ในภาวะฉุกเฉิน Livestock Emergency Guidelines and Standards (LEGS) Steeting Group Asia Representative คนแรกและคนเดียวจากเอเชียนะเนี่ย!
“ชีวิตตอนนี้ได้เดินทาง ได้เห็นอะไรๆ ที่ชีวิตมันจะเห็นได้ ได้เป็นประโยชน์และได้ช่วยเหลือ ถือว่าได้ทำในสิ่งที่อยากทำ นี่คือชีวิตของเอมตอนนี้” คุณหมอเล่าพร้อมรอยยิ้มสดใส
งานกู้ภัยพิบัติ คือ ความรู้ความสามารถที่ต้องประกอบด้วยความอดทน คุณหมอ เล่าว่า เมื่อถึงหน้างานแล้ว ต้องทำได้หมด รวมทั้งต้องเผื่อใจไว้ เนื่องจากงานอาจไม่เป็นตามแผน ฉะนั้นก็ต้องเผื่อแผน (สอง) ไว้ด้วย เหนื่อยไม่ได้ ท้อไม่ได้ บางพื้นที่ประสบปัญหาภัยพิบัติซ้ำซ้อน เช่น ฝนตกด้วย ดินถล่มด้วย การให้ความช่วยเหลือต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสถานเดียว หรือบางพื้นที่ก็เกิดเหตุซ้ำซากทุกปีๆ แต่สำหรับคุณหมอเอมคนนี้ ยิ่งยากลำบาก ยิ่งสนุก ความสุขเกิดเมื่อรับมือได้ “เอาอยู่” ความรู้ความสามารถได้นำมาใช้ เป้าหมายได้รับความช่วยเหลือ
“กับความเหนื่อย ความเหม็นสกปรก หรือเหงื่อไคลที่หมักหมม แต่ความทุกข์ของเรานี้ แค่อาบน้ำ (อย่างน้อย 2 รอบฮา) ก็หายแล้ว ตากแดดก็ตัวดำ หรือเป็นสิวบ้าง แต่ก็เพียงไม่นาน ความเหนื่อยล้าเมื่อได้พักก็หาย เทียบไม่ได้กับการที่สัตว์และเจ้าของสัตว์ ซึ่งเราได้ช่วยเขาพ้นจากทุกข์ เอมถือว่าเอมยังอยู่ในวัยที่จะทำงานหนักได้ เอมเลือกที่จะทำ” คุณหมอเอม เล่า
เมื่อสัตว์ต้องผจญภัยพิบัติ พวกมันจะเครียด ภูมิต้านทานลด เป็นโรคง่าย อีกอาหารการกินที่อัตคัด หรือต้องเปลี่ยนชนิดอาหาร ก็ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยน หงุดหงิดอารมณ์เสีย ไม่สบายตัวไม่สบายใจว้าวุ่น โดยมาตรฐานความช่วยเหลือของ WSPA จะยึด 5 หลักอิสระ คือ 1.อิสระจากความหิวกระหาย 2.อิสระจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน 3.อิสระจากความหวาดกลัว 4.อิสระจากความไม่สบายเนื้อสบายตัว และ 5.อิสระในการแสดงออกพฤติกรรมทางธรรมชาติ
“น้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา WSPA ให้ความช่วยเหลือสัตว์ในหลายพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ให้ความช่วยเหลือสัตว์ประสบภัย เช่น น้องหมาแมวที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และวัวควายในหลายพื้นที่”
คุณหมอตบท้ายว่า อยากเรียนต่อการจัดการสาธารณสุข แต่คงอีกระยะหนึ่ง ทุกวันนี้สนุกกับงาน ยังอยากทำงานภาคสนามช่วยเหลือสัตว์ และตะลุยแนวรบเพื่อพวกมันต่อไปอีกอย่างน้อย 10 ปีเป็นอย่างต่ำ (ฮา) ความใฝ่ฝันอยากเห็นการบูรณาการงานช่วยเหลือสัตว์เป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่งานวิทยาศาสตร์การแพทย์ การสาธารณสุข โซเชียลไซน์และอื่นๆ เพราะแท้ที่จริง สัตว์ทั้งหลายก็คือเพื่อนร่วมโลกของเรามิใช่หรือ ดีใจและอยากเห็นที่สุดคือ ชีวิตของพวกมัน ที่ดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ
5 ความรื่นรมย์เล็กๆ ของชีวิต
1.ช็อกโกแลต
โปรดดาร์กช็อกโกแลต กินแล้วอารมณ์ดีหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าได้สนองรสชาติ (ฮา)
2.ผ้าพันคอ
ผืนนี้มาจากเนปาล ชอบงานปักที่ให้รายละเอียดและความรู้สึกดีๆ ของที่ระลึกที่ประทับใจจากการเดินทาง
3.ออร์แกไนเซอร์
จำเป็นมาก เพราะชอบจดงาน เบอร์โทร. และวันเวลาการนัดพบผู้คนพลเมือง โดยเฉพาะในช่วงพิบัติภัย ที่จะพลาดไม่ได้
4.รีดเดอร์ ไดเจสต์
อ่านมานานจนติดงอมแงม ชอบเนื้อหาที่ให้สาระ โดยเฉพาะเรื่องราวประสบการณ์ของคน ที่สนุกดี
5.เครื่องประดับกระจุกกระจิก
แหวนและเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ใส่แล้วชวนกระชุ่มกระชวยหัวใจ ก็งานหลักเครียดนี่นะ ได้อาศัยสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ชื่นชูใจ







