
จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือใช่ ใน 10 การรักษาน่าจับตา
จากงานสอนหนังสือและดูแลศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์มาตั้งแต่เริ่ม ทำให้ได้เห็นศักยภาพของคนไข้ว่าเป็นผู้ที่รักษาตัวเองได้อย่างดีที่สุด
โดย...นพ.กฤษดา ศิรามพุช
จากงานสอนหนังสือและดูแลศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์มาตั้งแต่เริ่ม ทำให้ได้เห็นศักยภาพของคนไข้ว่าเป็นผู้ที่รักษาตัวเองได้อย่างดีที่สุด
ดีกว่าหมอเสียอีก
ขอแค่เราได้ฟังเขาสักหน่อยจะได้คำตอบของโรคที่ซ่อนอยู่ในนั้นแล้วช่วยเขาได้ การใช้แต่ตำราจับตรวจมากมายแล้วจ่ายยาอย่างเดียวนั้นตอบโจทย์ได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาตัวเอง แต่ให้ความสำคัญกับตัวเราซึ่งเป็นผู้รักษามากกว่า
อย่าลืมว่าปาฏิหาริย์ส่วนใหญ่เกิดจากคนไข้นะครับ
ผมมักบอกนิสิตเสมอว่าผู้รักษาที่เก่งไม่ใช่ผู้ที่สั่งตรวจไฮเทคเยอะๆ หากแต่คือ “ผู้ฟังที่ดี” และ “ผู้แนะแนว” ที่ดีเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนไข้หลายท่านที่ถูกผู้แนะนำแนะให้ทำการรักษาแบบแปลกใหม่จนไขว้เขวลืมแนวการรักษาหลักไป ไม่ใช่ว่าแพทย์ทางเลือกจะไม่ดีนะครับ แต่การรับรักษาที่ดีที่สุดคือต้องไม่ทิ้งแนวทางหลัก เหมือนกับกินข้าวนั่นเองครับที่กินแต่อย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำซากก็จะขาดอาหารไป หมอที่ดีก็ต้องเข้าใจหัวใจคนไข้ในจุดนี้ด้วยไม่ใช่เอาแต่ตำราหรืออัตตามหาศาล ด้วยเชื่อว่าทุกท่านก็มีจุดประสงค์เดียวกันคืออยากให้คนไข้หาย
สิ่งใดที่คนไข้มีความสุขก็น่าสนับสนุนครับ
10 การรักษาที่น่าจับตา
หลังน้ำลดก็ยังอุตส่าห์มีห้างดังๆ ข้ามชาติมาเปิดในบ้านเรา คิดไปก็น่าจะขายดีนะครับเพราะวัสดุอุปกรณ์ช่วงนั้นคงกำลังขาดแคลน ผู้คนต้องซ่อมบ้านที่ “งอม” จากฤทธิ์มหาชลาลัยทั้งสี่ทิศ คนที่ถูกจริตกับการช็อปปิ้งก็จะได้เป็นเสมือนการปลอบใจไปกลายๆ ด้วย
คนไข้หลายท่านก็ชอบ “ช็อปปิ้ง” ครับ
จากที่พบเจอมาขณะนั่งตรวจอยู่ก็เข้าใจและเห็นใจว่าท่านคงเหน็ดเหนื่อยไปที่ไหนที่เขาว่าดีไปทั่ว เป็นธรรมดาครับลองนึกถึงใจเขาใจเรา ขออย่าเพิ่งเอามาเป็นอารมณ์สำหรับผู้รักษาที่ต้องเจอคนไข้เช่นว่า หากแต่ควรที่จะเห็นใจเขามากกว่า วิธีแก้ปัญหาคือต้องให้ถูกจุดครับนั่นคือการให้ “ปัญญา” แก่เขา เพราะเราคงไม่อาจไปตรวจสอบการรักษาร้อยแปดพันเก้าที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดทุกวันได้ บางอย่างก็เป็น Facts แต่บางอย่างก็เป็น Factoids จึงขอนำมารวบรวมให้ไว้ดังนี้ครับ
1) สเต็มเซลล์บำบัด (เซลล์ต้นกำเนิด) โดยหลักการแล้วดีแต่มีผู้เอามาใช้ตาม “หลักเกิน” เสียมากกว่า น่าแปลกที่โรงพยาบาลเอกชนใหญ่นำมาใช้ไม่ถูกตรวจสอบเท่าคลินิก ทั้งที่ใช้ในเรื่องการเสริมสวยซึ่งไม่มีการรับรองเหมือนกัน ส่วนการใช้ที่ถูกจัดสรรว่ามีงานวิจัยอยู่บ้างคือรักษามะเร็งด้านโลหิตวิทยาและรักษาโรคหัวใจครับ
2) เซลล์บำบัด (Cell Therapy) หรือเซลล์ซ่อมเซลล์หลักการคือป่วยที่อวัยวะใดก็จัดสารสกัดชีวโมเลกุลจากอวัยวะนั้นๆ มาให้เสริม ในรูปฉีดหรือกิน เช่นฉีดเซลล์เลือดสกัดเข้าไปรักษาโรคหัวใจ หรือถ้าขาดฮอร์โมนด้านสมองก็หาต่อมใต้สมองสัตว์มาบดแล้วอัดเม็ดให้กิน มีการตรวจแบบสแกนทั้งร่างกายก่อนแล้วก็บอกว่าขาดโน่นขาดนี่ก่อนจัดยาเซลล์บำบัดขนานใหญ่แบบปรุงสำเร็จมาเองให้คนไข้ ค่ารักษาสูงมากหากจำเป็นขอให้ปรึกษาแพทย์ดีๆ ครับ เพราะมันมีโอกาสเกิดแพ้ได้รุนแรงเช่นเดียวกับการปลูกถ่ายอวัยวะ
3) คีเลชั่นบำบัด เป็นการล้างพิษทางเลือด มีการฉีดสารเข้าไปในหลอดเลือดโดยเชื่อว่าให้ดูดโลหะหนักส่วนเกินออกมา บางท่านก็ว่าทำแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก ทั้งโรคไต โรคตับ โรคหัวใจและอีกหลายโรค แต่บางท่านก็ว่าเฉยๆ ลางเนื้อชอบลางยาครับ แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีใครรู้ว่ามันจะไปล้างเอาแร่ธาตุดีๆ ในร่างกายเราไปมากเพียงใด
4) ฮอร์โมนบำบัด เสริมเติมกันให้สะบัดช่อด้วยหลักแค่ว่าถ้าตรวจเจอว่า “ต่ำ” ก็รีบ “เติม” ให้ หรือบางรายแค่เห็นอายุเข้าวัยทองก็ถูกจ่ายฮอร์โมนให้แล้ว จริงแล้วร่างกายคนเรามีความ “พิเศษ” ต่างกันครับ บางท่านสูงวัยแต่ยังแข็งแรงฮอร์โมนยังดีอยู่การไปเติมสุ่มสี่สุ่มห้าจะเป็นการทำลายสมดุลที่มีอยู่ ทำให้หยุดสร้างไปหรือถ้ามากไปก็เรียกมะเร็งได้
5) วิตามินบำบัดและการจัดยาเฉพาะบุคคล (Compounding Pharmacy) โดยหลักการเหมือนจะดี แต่ใครจะรู้เล่าครับว่าเมื่อเติมวิตามินที่ขาดไปแล้วจะแก้ได้ตรงจุด หรือใครจะรับรองผลได้ว่าการฉีดวิตามินปริมาณมหาศาลเข้ากระแสเลือดจะช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี เพราะโดยทฤษฎีแล้ววิตามินที่มากเกินไปจะกลายเป็น “อนุมูลอิสระ” เสียเองแล้วทำร้ายร่างกายไม่ต่างจากพิษอื่นๆ เลยครับ
6) อัญมณีบำบัดและหินบำบัด รวมไปถึงน้ำแม่เหล็กที่เกี่ยวโยงกับสนามแม่เหล็กโลก เป็นศาสตร์ที่ดูขรึมขลังว่าเป็นพลังบำบัดจากคลื่นและจากนอกโลก มีผู้เชื่อถือกันมากมักใช้วางตามจุด “จักระ” โดยมีหลักการคือกระตุ้นในจุดที่ว่านี้เพื่อบำบัด ล้างพิษและอีกมาก โดยอัญมณีแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติบำบัดที่ต่างกันดังที่มีระบุไว้ในคัมภีร์พระเวทนับพันปี ไม่มีอันตรายแต่จะตอบโจทย์หรือไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลครับ
7) โฮมีโอพาธี ที่เรียกกันแบบไม่เป็นทางการว่า “พิษต้านพิษ” ที่จริงคือใช้สิ่งที่คล้ายกันบำบัดกันเอง มีหลักการเชื่อถือกันมากหลายแห่งในโลกอย่างในอังกฤษก็ว่าแพทย์ประจำพระองค์ควีนก็เป็นแพทย์ที่รักษาด้านนี้เหมือนกัน การใช้โฮมีโอพาธีบำบัดมีข้อเชื่อถือได้มากครับเพราะมีโรงเรียนที่ได้มาตรฐานสอนอยู่หลายที่ในโลก แต่การรักษาก็ต้องดูตามข้อบ่งชี้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าทุกโรคจะรักษาได้หมด
8) อมน้ำมันบำบัดหรือออยล์พูลลิง อมแล้วบ้วนเหมือนน้ำหมากหากแต่ใช้น้ำมันดีๆ อย่างน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหรือน้ำมันมะกอกแทน แค่ฟังก็เลี่ยนปากแล้ว มีหลักการคือน้ำมันจะไปจับกับเชื้อโรคข้างในแล้วช่วยขจัดเอาออกมา แต่ทว่าสิ่งที่ไม่ได้บอกคือน้ำมันพืชมีฤทธิ์เพิ่มการอักเสบร้อนในได้ หนำซ้ำถ้าหมักหมมก็จะเป็นตัวทำให้เกิดกลิ่นปากได้จากกระบวนการ “หืน (Oxidation)” ของน้ำมันเองครับ
9) กินตามหมู่เลือด ความเชื่อนี้แพร่หลายมากพอๆ กับการห้ามกินผักในร่ม ห้ามกินมะเขือเทศหรือเนื้อปลา ถ้าจะกินตามหมู่เลือดจริงๆ แล้วท่านต้องไปเปิดตำราหมู่เลือดมนุษย์ดูนะครับมันมีการแบ่งมากกว่าแค่เพียงกรุ๊ปเอ บี โอ ท่านจะต้องเลือกกินอย่างหาตัวจับยาก หรือไม่ก็ต้องขาดอาหารอย่างงอมทีเดียวครับถ้าจะกินให้ได้ครบทุกสารบบเลือด
10) ทฤษฎีอาหารเลือกคู่ หลักก็คือห้ามทานอาหารผลไม้หลังอาหาร ห้ามทานโปรตีนหลังกินแป้งและยังมีอีกมากครับ วิธีกินแบบเรื่อง เอ๊ย...เลือกมากอย่างนี้เริ่มมาแต่ร้อยปีที่แล้วตอนที่ผู้คนยังไม่เข้าใจสรีรวิทยาการย่อยอาหารดีนัก เชื่อว่าลำไส้ต้องย่อยอาหารทีละส่วน ไม่เช่นนั้นจะกวนกัน เลยต้องจัดระเบียบการกินทั้งที่ลำไส้ไม่รู้อะไรด้วยเลย
เชื่อว่ายังมีท่านที่สงสัยเรื่องการรักษาแบบอื่นๆ อีกมากเพราะในยุคที่สายน้ำท่วมกรุง วิธีการบำบัดแบบพิสดารก็ถาโถมเข้ามาเช่นกัน โดยใช้หลักสำคัญคือเล่นกับความกลัวของคน เช่นบอกว่าถ้าไม่ป้องกันเสียแต่ตอนนี้จะสาย หรือคนดังคนโน้นคนนี้ก็ใช้ เรียกว่าใช้จิตวิทยาหมู่เข้ามากอบกู้ให้ได้ใจอีก
เทคนิคที่ท่านนำมาใช้ตัดสินใจเลือกรักษาเองง่ายๆ เลยก็คือว่าถ้าเป็นการรักษาที่ดีจริงครอบจักรวาลสมคำร่ำลือแล้วก็น่าจะถูกจัดเป็นการรักษามาตรฐานในโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลก ไม่ใช่มางุบงิบตรวจกันแค่ในโรงพยาบาลเอกชน ในจอทีวีเคเบิล หรือรักษาแบบปากต่อปากเป็นยาผีบอก ยุคนี้มีคนอวดผีเยอะครับ มิพักว่าคนแนะนำจะมีดีกรีเป็นคุณหมอ เป็นอาจารย์ ดอกเตอร์หรือซุป’ตาร์ก็ตาม
กาลามสูตรแห่งตัวท่านยังใช้ได้เสมอ







