
7 พันล้านคน 7 พันล้านความต้องการ?
เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศไทยกำลังว้าวุ่นกับปัญหาจากมหาอุทกภัย
โดย...รศ.ดร. วิพรรณ ประจวบเหมาะ
เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศไทยกำลังว้าวุ่นกับปัญหาจากมหาอุทกภัย ประเด็นหนึ่งทางประชากรที่เป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่ง คือ การที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศว่าประชากรโลกมีครบ 7,000 ล้านคนแล้ว หลายประเทศมีการเฉลิมฉลองหรือต้อนรับทารกที่ทำให้โลกมีประชากรครบ 7,000 ล้านล้านคนในวันที่ 31 ต.ค. 2554
จากการคาดประมาณประชากรขององค์การสหประชาชาติ แม้ว่าอัตราเพิ่มของประชากรโลกจะลดลงจากร้อยละ 2.1 ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2503 เหลือเพียงประมาณร้อยละ 1.2 ในปัจจุบัน จำนวนประชากรโลกยังคงเพิ่มขึ้นจาก 5,000 ล้านคนในปี พ.ศ. 2530 เป็น 6,000 ล้านคนในปี พ.ศ. 2542 และเพิ่มเป็น 7,000 ล้านคนในปี พ.ศ. 2554 และเป็นที่น่าสังเกตว่า การเพิ่มจาก 6,000 ล้านคนเป็น 7,000 ล้านคนใช้เวลาเพียง 12 ปีเท่านั้น และประชากรโลกส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา
ประเด็นที่ว่าโลกมี 7,000 ล้านคนแล้วจริงหรือ ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในเชิงวิชาการ ทั้งนี้เพราะการคาดประมาณประชากรซึ่งเป็นการคาดการณ์แนวโน้มจำนวนประชากรในอนาคตโดยอาศัยข้อมูลในปัจจุบัน ซึ่งต้องมีข้อมูลที่ดีและสมมติฐานที่เหมาะสม ซึ่งข้อมูลของแต่ละประเทศที่นำมาใช้ในการคาดประมาณประชากรก็มีความสมบูรณ์ที่แตกต่างกัน แม้แต่การตั้งสมมติฐานก็สามารถตั้งได้หลากหลาย นักวิชาการแต่ละกลุ่มอาจเห็นไม่สอดคล้องกัน
ประเด็นที่สำคัญคงไม่ใช่เรื่องความแม่นยำของจำนวนประชากรว่า 7,000 ล้านคนจริงหรือไม่ แต่เป้าประสงค์หลักของข่าวนี้คงเป็นการที่องค์การสหประชาชาติต้องการชี้ให้ตระหนักว่าคุณภาพชีวิตของประชากรบนโลกใบนี้ ยังคงมีความแตกต่างกันมาก ประชากรอีกจำนวนไม่น้อยยังไม่ได้รับการตอบสนองแม้กระทั่งความต้องการในการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐาน ในขณะที่ประชากรอีกส่วนหนึ่งมีกินมีใช้อย่างเกินพอ การจะทำให้โลกที่เราต้องอยู่ร่วมกันนี้ เป็นโลกที่ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ และเครือข่ายต่างๆ ทางสังคม
องค์การสหประชาชาติได้เสนอ “7 พันล้านปฏิบัติการ” โดยเน้น 7 ประเด็นด้วยกัน*
1) การขจัดวงจรความยากจนและความไม่เท่าเทียมกันในระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับกำลังพัฒนา จะช่วยชะลอการเพิ่มประชากรโลก
2) การเพิ่มศักยภาพและสิทธิของสตรี การขจัดการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมหรือลิดรอนสิทธิของผู้หญิง การส่งเสริมให้การศึกษาแก่สตรี การให้สิทธิและโอกาสสตรีในครอบครัว ชุมชน และในประเทศ จะเป็นเรื่องสำคัญที่จะลดความแตกต่างระหว่างชายหญิง ทั้งยังช่วยให้ผู้หญิงและเด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมด้วย
3) การส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน อนาคตของโลกขึ้นอยู่กับคนรุ่นใหม่ การส่งเสริมการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนหญิงชายเป็นเรื่องสำคัญ ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมสังคมต่างๆ เข้าด้วยกันด้วยระบบเทคโนโลยีการสื่อสาร จะส่งผลให้เยาวชนเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเมืองและวัฒนธรรมของโลก
4) การอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีจะเป็นปัจจัยสำคัญ การส่งเสริมให้การเกิดเด็กทุกคนเป็นการเกิดที่พ่อแม่ต้องการ ตั้งใจ และมีความพร้อมที่จะดูแลได้อย่างดีเป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งต้องมีระบบสาธารณสุขที่ดี ที่ทำให้การคลอดบุตรเป็นไปอย่างปลอดภัย อนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีจะทำให้ครอบครัวมีขนาดเล็ก แต่มีความเข้มแข็งมั่นคง
5) สิ่งแวดล้อมที่ดีนำไปสู่สุขภาวะที่ดี การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร พลังงานน้ำมัน ป่าไม้ ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้นำไปสู่การทำลายสภาพแวดล้อม และส่งผลกระทบกลับมาสู่ภาวะสุขภาพของประชากร ดังนั้นประชากรโลกจึงควรช่วยกันรักษาสภาวะแวดล้อม
6) การส่งเสริมสุขภาพและศักยภาพของผู้สูงอายุ จะเป็นมาตรการที่สำคัญในการจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย
7) การวางแผนเพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของเมือง คาดกันว่าประชากรโลกประมาณ 2,000 ล้านคนจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง ซึ่งจำนวนประชากรที่กระจุกตัวในเมืองนี้ต้องเร่งวางแผน เพื่อที่จะให้เมืองต่างๆ สามารถรองรับความต้องการด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆ ของผู้อยู่อาศัยได้เพียงพอ
ประเด็นทั้ง 7 ประการข้างต้นเน้นประเด็นที่สหประชาชาติต้องการรณรงค์เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชากรโลกให้ทัดเทียมกัน อย่างไรก็ดีไม่ว่าประชากรโลกจะมีจำนวนมากน้อยเท่าใด แต่หากยังคงมีความต้องการ มีความโลภ มีความอยากที่ไม่จำกัด โลกคงไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ได้
“การรู้จักพอ” น่าจะเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาชีวิตของประชากรด้วย แนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางที่สำคัญที่จะทำให้มนุษย์โลกอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี หากทุกคนยึดถือทางสายกลางในการดำเนินชีวิต เช่น มีลูกในจำนวนที่พอเหมาะที่จะเลี้ยงดูได้อย่างดี มีการประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว รู้จักใช้ทรัพยากรโลกอย่างประหยัด อย่างรู้คุณค่า รู้จักอดออม รู้จักการแบ่งปัน ไม่เบียดเบียนกัน “ความพอเพียง” จะเป็นทางออกที่สำคัญสำหรับโลกใบนี้ที่คาดว่ามีประชากรถึง 7,000 ล้านคน







