posttoday
สมควรหรือน่าสงสาร

สมควรหรือน่าสงสาร

25 ธันวาคม 2554

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีนักกีฬาคนไหนถูกพูดถึงมากไปกว่า หลุยส์ ซัวเรซ

โดย...มิวโกโตะ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีนักกีฬาคนไหนถูกพูดถึงมากไปกว่า หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าสังกัด ลิเวอร์พูล ที่ถูกเอฟเอลงดาบสุดโหดจากคดีเหยียดสีผิว

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ตัดสินลงโทษแบน ซัวเรซ สูงถึง 8 นัด และปรับเงิน 4 หมื่นปอนด์ (ราว 2 ล้านบาท) จากกรณีเหยียดผิว ปาทริซ เอวรา แบ็กซ้ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมแดงเดือด เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมาย มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝั่งที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า เอฟเอทำถูกต้องแล้วกับนโยบายการเหยียดผิว ตามที่เคยรณรงค์ไว้ตลอดหลายยุคที่ผ่านมา อย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เป็นหนึ่งในกุนซือที่หนุนหลังเห็นด้วยกับโทษแบนในครั้งนี้

สมควรหรือน่าสงสาร

“นี่มันไม่ใช่เรื่องระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล นะ แต่เป็นเรื่องส่วนตัว ที่คนคนหนึ่งถูกพูดจาเหยียดผิว อีกทั้งซัวเรซเอง ก็ยอมรับว่าพูดคำดังกล่าวจริงๆ ดังนั้นโทษที่ได้รับจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว” นายใหญ่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ระบุ

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าโทษแบน 8 นัดนี้เทียบเท่ากับการทำร้ายร่างกายเลยทีเดียว อีกทั้งนักเตะเองก็ยอมรับแล้วว่าเป็นความเข้าใจผิดทางภาษา จึงไม่ควรถูกลงโทษขนาดนั้น

เคนนี ดัลกลิช กุนซือลิเวอร์พูล เป็นอีกหนึ่งคนที่คิดว่าการตัดสินครั้งนี้รุนแรงเกินเหตุ เนื่องจากคำสารภาพของซัวเรซ บอกไว้ว่าคำพูดที่ตอบโต้ เอวรา นั้น เป็นภาษาที่ธรรมดามากในบ้านเกิด ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ตั้งใจเหยียดผิว จึงรู้สึกช็อกมากกับคำพิพากษาที่เกิดขึ้น

ส่วนกรณีที่ทีมถูกวิจารณ์เรื่องที่นักเตะสวมเสื้อยืดสกรีนหน้า ซัวเรซ ช่วงวอร์มอัพ จนถูกหลายฝ่ายโจมตีว่าเป็นการให้ท้ายคนผิดนั้น ตำนานหมายเลข 7 ในถิ่นแอนฟิลด์ ตอบโต้ว่า “สโมสรมีสิทธิที่จะหนุนหลัง เพราะตลอด 11 เดือนที่ซ้อมด้วยกัน เขาไม่เคยส่อว่าจะเป็นคนเหยียดผิวเลย”

ขณะนี้ลิเวอร์พูลเหลือเวลาอีก 9 วัน สำหรับการยื่นอุทธรณ์โทษดังกล่าว แต่ทางสโมสรต้องตัดสินใจให้ดีว่าควรยื่นหรือไม่ เพราะหากผลอุทธรณ์ออกมาแพ้ ดาวยิงอุรุกวัยก็จะโดนลงดาบหนักขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังอาจถูกบวกโทษเพิ่มจากความผิดกรณีไปชูนิ้วกลางให้กับแฟนบอลฟูแลมเพิ่มอีกกระทงด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นจะยิ่งส่งผลเสียต่อสโมสรเพิ่มเติม

จากคำตัดสินดังกล่าว ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าวงการฟุตบอลอังกฤษต้องการจะกำจัดปัญหาเหยียดผิวให้หมดไปจากวงการลูกหนังจริงๆ และการสั่งแบน หลุยส์ ซัวเรซ ในครั้งนี้ก็อาจเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท