
เยอรมนี 1 : ความก้าวหน้าบนเส้นทางที่ท้าทาย
ด้วยขนาดพื้นที่เกือบสามล้านหกแสนตารางกิโลเมตร กับจำนวนประชากรกว่า 80 ล้านคน
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา
ด้วยขนาดพื้นที่เกือบสามล้านหกแสนตารางกิโลเมตร กับจำนวนประชากรกว่า 80 ล้านคน ทำให้เยอรมนีกลายเป็นประเทศใหญ่ที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากที่สุดในสหภาพยุโรป ซึ่งเล่นบทบาทผู้นำในหลายๆ เวทีโลกทั้ง สหภาพยุโรป องค์การสหประชาชาติ องค์การนาโต เวิลด์แบงก์ และไอเอ็มเอฟ
หากพิจารณากันที่ตัวเลข GDP แล้ว เยอรมนีถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีอำนาจการซื้อสูงเป็นอันดับ 5 เป็นผู้ส่งออกสินค้าอันดับ 2 และผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 3 ของโลก
ประเทศนี้มีรายได้ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 มาจากภาคบริการ ร้อยละ 30 มาจากอุตสาหกรรม โดยเป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทชื่อดังหลายสาขา เช่น เมอร์เซเดสเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ออดี้ มายบัค และซีเมนส์ ส่วนรายได้ที่เหลืออีกร้อยละ 10 มาจากภาคเกษตรกรรม
ส่วนความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคนั้น เยอรมนีขึ้นชื่อว่ามีการเชื่อมต่อด้านการขนส่งคมนาคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีมอเตอร์เวย์ที่ยาวเป็นอันดับสามของโลก มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อระบบขนส่งที่ทันสมัย และยังมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ทั้งที่แฟรงก์เฟิร์ตและมิวนิก
จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นดัชนีชี้วัดการเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี แต่กระนั้นก็ตามที แนวคิดของการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ก็กำลังมีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและนโยบายการพัฒนาของหลายๆ ประเทศ ดังนั้นทุกๆ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงมักถูกตั้งคำถามว่า “แล้วมันจะยั่งยืนเพียงใด?” นำไปสู่แนวคิดพื้นฐานว่า การพัฒนาจะคงอยู่อย่างยั่งยืน หากส่งผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ น้อยที่สุด...
ปรัชญาดังกล่าว นำมาซึ่งความท้าทายสำหรับหลายๆ ประเทศ ในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สิ่งที่ปรากฏอยู่ในประเทศเยอรมนีทุกวันนี้คือ เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณของมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการพัฒนาประเทศ และแม้ว่าประเทศเยอรมนีจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทน แต่ก็ยังคงติดอันดับผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป และมากจนติดอันดับ 5 ของโลก โดยสถิติในปี 2008 ระบุว่าเยอรมนีติดอันดับผู้เผาผลาญพลังงานสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และกว่าร้อยละ 60 เป็นพลังงานที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เรื่องของพลังงานกลายเป็นประเด็นหลักทางการเมืองของประเทศเยอรมนีสำหรับรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย โดยแผนนโยบายทางด้านพลังงานมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาถกกันบ่อยครั้ง โดยล่าสุดก็เป็นเรื่องของการยุติบทบาทของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และสนับสนุนให้มีการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยในปี 2021 ก็กำหนดว่าจะเลิกพึ่งพาพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงค่ะ
รัฐบาลเยอรมนีเคยตั้งธงว่า ภายในปี 2050 ประเทศเยอรมนีจะต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ประชาชนยังคงกังขาในแง่ของวิธีการที่จะไปถึงจุดนั้นได้จริง เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพและต้นทุน ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
ทุกวันนี้ เยอรมนีก็ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในหลายรูปแบบ ทั้งพลังงานจากลม พลังงานจากน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่กระนั้นก็ตามที พลังงานส่วนใหญ่ที่ใช้ในประเทศก็ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงชีวภาพ ในขณะที่พลังงานหมุนเวียนก็ตอบสนองความต้องการได้ไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้นเอง ซึ่งข้อจำกัดหลักของพลังงานหมุนเวียนก็คือเรื่องของศักยภาพ ที่ยังไม่สูงพอที่จะสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรมได้ ทำให้แต่เดิมนั้นพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์เคยมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในเยอรมนี คิดเป็น 1 ใน 4 ของปริมาณไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในประเทศ แต่ด้วยเหตุการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คน รัฐบาลเยอรมนีจึงมีแนวคิดลดบทบาทโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลง ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จึงถูกตัดออกจากการเป็นทางเลือกอย่างชัดเจน... “หรืออย่างน้อย ก็จะถูกตัดออกไปจากเป็นทางเลือกไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะสามารถยืนยันเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชนได้”
ในขณะที่พลังงานหมุนเวียนยังคงมีข้อจำกัดเรื่องศักยภาพและความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพยังคงมีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่ เพื่อไม่ให้การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมจำต้องสะดุดลง ดังนั้น พลังงานจากน้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ ก็จะยังคงเล่นบทบาทสำคัญอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
เรื่องราวของความท้าทายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศเยอรมนียังคงมีแง่มุมที่น่าสนใจอีกมาก ซึ่งสามารถติดตามชมได้เพิ่มเติมทางรายการสารคดีโทรทัศน์ โลก 360 องศา ในวันเสาร์นี้ ทาง ททบ.5 เวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง







