posttoday
มองอนาคตดิจิตอลแบบ สินเมธ อิ่มเอม

มองอนาคตดิจิตอลแบบ สินเมธ อิ่มเอม

22 ธันวาคม 2554

เทคโนโลยีทุกวันนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราทีละเล็กละน้อย จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมการสื่อสารและภาษาในรูปแบบใหม่

โดย...โยธิน อยู่จงดี

เทคโนโลยีทุกวันนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราทีละเล็กละน้อย จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมการสื่อสารและภาษาในรูปแบบใหม่

สินเมธ อิ่มเอม หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศและธุรกิจพลังงาน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย บอกกับเราว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการสื่อสารของเราไปเสียทั้งหมด จากเอกสารสู่อีเมลการทำงาน การติดต่อเน้นไปที่การแชต มีวอตส์แอพไว้คุยกัน แต่ทว่าการสื่อสารเหล่านี้คงไม่ได้ตอบสนองการสื่อสารได้เต็มร้อย

“แม้ว่าวันนี้ผมจะมีสมาร์ตโฟนติดตัว 3 เครื่อง แต่ผมเป็นคนที่ชอบสื่อสารด้วยคำพูดมากกว่า เพราะการส่งข้อความเป็นเพียงการบอกกล่าว แต่ไม่สามารถทดแทนการสื่อสารด้วยการสนทนาได้ทั้งหมด การสนทนาคือการที่เราได้เล่ารายละเอียดและจับอารมณ์ของผู้สนทนาได้ดีว่าเขามีการตอบสนองอย่างไร โดยเฉพาะบางเรื่องที่ต้องสื่อสารเชิงอารมณ์ เช่น การให้กำลังใจหรือพูดคุยกับเพื่อนก็เน้นการโทร.มากกว่า แต่ถ้ามีข้อมูลที่เป็นตัวเลข ผมเลือกที่จะส่งเป็นข้อความมากกว่า เพราะเราจะได้มีบันทึกเก็บไว้ว่าทำได้ตามเป้าหรือไม่แค่ไหน” สินเมธ เล่าถึงการใช้เทคโนโลยีหลักๆ ในชีวิตประจำ เช่น เรื่องการติดต่อสื่อสารที่หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าได้กดโทร.ออกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

มองอนาคตดิจิตอลแบบ สินเมธ อิ่มเอม

ปัจจุบัน สินเมธทำหน้าที่ดูกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศและธุรกิจพลังงานของแอลจี ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คนมากมาย มีการบริหารทีมขาย ดังนั้นแกดเจ็ตจึงเป็นเพียงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ช่วยในการทำงาน เพราะสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้อื่นมากกว่านั้นคือ การที่เราควรรู้จักสภาวะอารมณ์และพื้นฐานอารมณ์ของผู้ที่เราร่วมงานว่าเป็นอย่างไร

“การทำงานต้องมีความเครียดบ้าง แต่เราต้องดึงอารมณ์ออกจากงานให้ได้ การทำงานถึงจะมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราเห็นว่าหลังเลิกงานเขายังเครียดอยู่กับงาน หรือเอาอารมณ์งานกลับไปที่บ้าน ตรงนี้แสดงว่าไม่ได้ล่ะ แสดงว่าสภาวะอารมณ์ไม่ปกติ การทำงานประสิทธิภาพต่ำลง เดี๋ยวนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาผสมผสานกลมกลืนไปกับชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนบ่นเรื่องงานในเฟซบุ๊ก บางคนชอบเช็กอิน บางคนชอบบอกสถานะปัจจุบันว่ากำลังทำอะไรอยู่” ผู้บริหารหนุ่มเล่าถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานร่วมกับคนอื่น แต่ถ้าเป็นเวลาว่างๆ หลังเลิกงานแล้ว เขามักจะใช้ชีวิตกับเครื่องใช้เอนเตอร์เทนภายในบ้าน ทีวี 3 มิติ หรือแม้แต่เครื่องเพลย์ออน

ในทุกเช้าเขาจะใช้ไอแพดเปิดอ่านข่าวสารตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานและทันโลก สินเมธ มองว่า ในอนาคตผู้คนจะต้องการความเป็นโมบิลิตี เลือกรับข่าวสารของตัวเองว่าจะเลือกรับสารแบบไหน ทางสื่ออะไร แต่มีทิศทางที่แน่ชัดก็คือ ผู้คนจะวิ่งเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้น ในตอนนี้ก็ถือว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และไลฟ์สไตล์ของเด็กรุ่นใหม่จะไม่ชอบทำงานประจำ ไม่ชอบทำงานอยู่กับที่ จะพยายามหาเทคโนโลยีมาตอบสนองการทำงานใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไป

อนาคตคนจะเริ่มมีดิสเพลย์จอใหญ่เพื่อทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต และมีจอเล็กสำหรับเชื่อมต่อเข้าอินเทอร์เน็ตและจอไซส์ 910 นิ้ว เพื่อทำธุรกรรมนอกสถานที่มากขึ้น นี่คืออิทธิพลของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของคนในอนาคต อีกอย่างหนึ่งก็คือ บริษัทต่างๆ ต้องปรับตัว เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น

บริษัทที่ต้องให้พนักงานเข้าออฟฟิศตลอดก็มีต้นทุนเรื่องค่าเดินทาง แต่ถ้าบริษัทให้พนักงานเข้าออฟฟิศน้อยลง แต่ยังคงประสิทธิภาพในเรื่องของการสื่อสารและงานได้เหมือนเดิม บริษัทก็จะลดค่าการเดินทางและต้นทุนการทำงานต่างๆ ลงไปได้มาก ติดอยู่เพียงปัญหาเดียวก็คือปัจจัยพื้นฐานของเรายังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องความเร็วในการสื่อสาร ถ้าเรามี 3จี ไวแมกซ์ เข้ามารองรับการทำงานก็จะมีประสิทธิภาพเป็นไปอย่างดีมากขึ้น

แม้ว่าอนาคตเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะมีความรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงชีวิตเรามากแค่ไหน กำลังใจและความจริงใจส่งผ่านไม่ได้ด้วยเทคโนโลยี หากแต่เป็นสัมผัส น้ำเสียงและคำพูดถึงความจริงใจ เป็นพื้นฐานของมนุษย์ที่เทคโนโลยียังทำได้เพียงใกล้เคียงเท่านั้น


 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ