
ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร (ตอน ๖)
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่าง
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่าง
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
กรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม เพื่อให้กฎหมายนั้นสามารถรักษากลไกของสังคมให้ดำเนินไปอย่างสงบสุข ดำรงซึ่งสันติและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้พัฒนาตนเป็นคนดีได้ ที่สำคัญจะได้เตือนผู้ออกแบบกฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายทั้งหลาย ได้พึงตระหนักว่าศีลธรรมและกฎหมายไม่อาจแยกจากกันได้โดยเด็ดขาด
จึงขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ
ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : จากตัวอย่างนี้ ชวนให้คิดกันใหม่ว่า ในการเรียกร้องนิติธรรมในสังคมนั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรศึกษาเพื่อนำพาสังคมคืนกลับสู่กฎศีลธรรมด้วยกฎหมาย ทั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสังคมของเรายังมีช่องว่างแห่งจิตสำนึกที่ต่างกันอย่างชัดเจน อันเป็นความแตกต่างในความคิดที่น่ากลัว เพราะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างยิ่งในทุกๆ ด้าน บนบรรทัดฐานความจริงที่ว่า... กฎหมายวิ่งตามการเคลื่อนไหวภาคสังคม แต่ศาสนาเป็นตัวชี้นำภาคสังคม นั่นคือ พระพุทธศาสนาประกาศความเป็นอริยสัจที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่กฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของสังคมได้ ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์กันระหว่างกฎหมายกับกฎศาสนา (ศีลธรรม) จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อประโยชน์แห่งสังคม ที่ควรจะได้รับค่าแห่งความยุติธรรมในทุกๆ เรื่อง ในทุกๆ คน อย่างเสมอภาคกันโดยธรรม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างมากเกินไประหว่าง คนดี กับ คนที่ทำผิดกฎหมาย นั่นคือ คุณค่าความหมายแห่งความสำนึกโดยธรรมนั่นเอง
พระพุทธศาสนา จึงเป็นเรื่องของการสร้างค่าจิตสำนึก ที่มุ่งให้ความสำนึก ความเป็นคนดีที่ถูกต้องตามธรรมกับการประพฤติที่ชอบโดยธรรม ซึ่งต้องเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน... บนบรรทัดฐานอันเดียวกัน
การพัฒนาการในส่วนนี้จึงต้องมีการ “ยุติ” อยู่ที่ “ธรรมะ”...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







