posttoday
หลวงปู่แขกแนะบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

หลวงปู่แขกแนะบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

18 ธันวาคม 2554

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบางระกำ จ.พิษณุโลก เพราะเป็นสถานที่น้ำท่วมซ้ำซากในปริมาณมาก

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบางระกำ จ.พิษณุโลก เพราะเป็นสถานที่น้ำท่วมซ้ำซากในปริมาณมาก

โดย...สมาน สุดโต

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักบางระกำ จ.พิษณุโลก เพราะเป็นสถานที่น้ำท่วมซ้ำซากในปริมาณมาก ประชาชนเดือดร้อนสาหัสทุกปี เช่นเดียวกันผู้ที่อยู่ในวงการพระเครื่อง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพราะท่านเป็นพระเกจิดังระดับชาติ พิธีปลุกเสกอะไรที่ไหน หากไม่มีท่านไปนั่งปรก เพ่งกระแสจิต ความศักดิ์สิทธิ์ในวัตถุมงคลนั้นๆ อาจไม่สมบูรณ์

แม้กระทั่งวันเกิดของท่านกลายเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนมีความสุข เพราะหวยจะออกตามตัวเลขอายุของท่านทุกปี ยิ่งอายุมากยิ่งออกบ่อย

ปัจจุบันท่านมีอายุ 86 ปี เพิ่งทำบุญอายุวัฒนมงคลไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2554

ส่วนบางระกำโมเดลที่ท่านเสนอนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อไปเยี่ยมและกราบท่านหลังเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ นั้น ท่านไม่ทราบว่านายกฯ รับเอาไปใช้หรือไม่ แต่จากการที่เป็นคนเกิดและเติบโตที่ อ.บางระกำ มองเห็นวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเสนอให้ขุดลอกคลองต่างๆ จาก จ.สุโขทัย ถึง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ให้มีความลึกและกว้าง ยกคันคลองสูงให้เป็นถนน เมื่อน้ำหลากลงมาใช้คลองเหล่านี้รับน้ำและกักเก็บไว้ใช้เมื่อถึงฤดูแล้ง หากทำตามที่ท่านว่า ไม่ต้องพูดถึงแล้วแก่งเสือเต้น เพราะโมเดลของท่านแก้ปัญหาได้ หากไม่เชื่อก็ขอให้ทำดู

หลวงปู่แขกแนะบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ท่านรู้ปัญหานี้ดี เพราะท่านคือลูกบางระกำ ถนนหนทางสัญจรไปมาใน อ.บางระกำ ท่านเป็นผู้ริเริ่ม เมื่อได้เงินผันสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี มาสนับสนุน ทำให้เมืองปิด เช่น บางระกำ กลายเป็นเมืองเปิดเมื่อมีถนนเชื่อมระหว่างตำบล

วัดสุนทรประดิษฐ์กลายเป็นวัดที่มีความเจริญ ไม่ใช่เพราะท่านเป็นเกจิ แต่เพราะท่านมีแนวคิดสร้างงานและช่วยเหลือพระที่วัดบางระกำ หรือวัดสุนทรประดิษฐ์ให้มีที่บิณฑบาต จึงย้ายหน้าวัดหันเข้าหาถนนแทนหันหน้าลงแม่น้ำ และสร้างตลาดในที่ที่เคยเป็นป่าช้า ช่วยเหลือพระไม่ให้อดอยาก สมัยนั้นพระที่วัดมี 50-60 รูป อาหารบิณฑบาตขาดแคลนไม่พอฉันได้แต่ข้าวไม่มีกับ จึงเข้าครัวทำกับข้าวถวายพระตอนเพลลำบากมาก

การที่คิดสร้างตลาดเมื่อมีการตัดถนนผ่านที่วัด ทำให้แบ่งวัดออกจากป่าช้า ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 35 ไร่ ท่านจึงนำความคิดที่จะสร้างตลาดบนที่ดินที่เป็นป่าช้าไปปรึกษาผู้เกี่ยวข้อง เมื่อไม่ใครค้าน จากนั้นท่านขอบิณฑบาตป่าช้าจากผีในป่าช้าว่าจะเอาที่ดินนั้นทำตลาด เมื่อทุกอย่างลงตัว จึงเกิดตลาดหน้าวัดดังที่เห็นทุกวันนี้ พระที่วัดบิณฑบาตได้อาหารขบฉันไม่ขาดแคลน ส่วนวัดได้ค่าเช่ามาบริหารกิจการในวัดอีกหลายอย่าง แม้ว่าค่าเช่าไม่มาก แต่ได้คนในตลาดมาช่วยวัดในทุกพิธีบุญ

วิธีขอป่าช้าจากผี หลวงปู่เล่าว่า ฉันเอาอาหารไปทำพิธีขอกับผีที่ป่าช้าเรียกมันมารับพร ขอมันว่าต้องการที่ตรงนี้ให้ประชาชนทำเป็นที่ทำมาหากิน ไม่ได้ขับไล่ไสส่งอะไร เมื่อคนมาอยู่ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองก็จะได้ส่งผลบุญมาให้ ผีก็จะได้รับผลบุญทุกวันและจะมีอาหารเลี้ยงพระด้วย ก็บอกไปอย่างนี้ ได้เวลาก็บอกว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะมาเกรดป่าช้าแล้วนะ เกรดจนเตียนช่างมาวางผังทำตลาด ตรงกลางเป็นโรงหนังและเป็นร้านค้า

ความต้องการลึกในการสร้างตลาดมีอย่างเดียว คือหาแหล่งอาหารเลี้ยงพระ จึงไม่ได้คิดค่าเช่า ค่าแป๊ะเจี๊ยะแพง คิดแค่วันละบาทหรือเดือนละ 100 บาท แต่ตอนนี้เจ้าของเดิมให้เขาเช่าเดือนละ 6,000-7,000 บาท เซ้งกันห้องละเป็นล้านบาท จะเปลี่ยนแปลงก็ต้องขอให้หมดสัญญาก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราไม่ได้คิดแง่ธุรกิจ คิดว่าสร้างขุมอาหารเลี้ยงพระเท่านั้น ซึ่งก็ได้ตามต้องการ มีคนมาอยู่พระก็บิณฑบาตมีอาหารฉันไม่ขาดแคลน เราค้าบุญ ไม่ได้ค้าเงิน ปีหนึ่งวัดมีงานไม่กี่ครั้ง บางคนก็ถวายเป็นพันเป็นหมื่นบาทแล้วแต่ฐานะและศรัทธา เขาทำบุญมากกว่าค่าเช่า คิดอย่างนี้สบายใจ

หลวงปู่แขกแนะบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

 

ในฐานะลูกบางระกำ ท่านเล่าว่า แถวนี้แต่ก่อนนั้นเรียกว่าปากคลองบางกะบาล ไม่ใช่บางระกำ ก่อนจะเป็น อ.บางระกำ เคยเป็น อ.ชุมแสงสงคราม มาก่อน

คำว่าบางระกำคนคิดว่าเป็นชื่อไม่เป็นมงคล หลวงปู่เคยไปนั่งปรกที่วัดแห่งหนึ่งที่ จ.ปราจีนบุรี สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี คุณหญิงคนหนึ่งจะปลุกเสกสมเด็จ 100 ปี เขานิมนต์หลวงปู่ไปด้วย แต่พอถึงเวลานั่งปรกกลับไม่ให้หลวงปู่เข้าพิธี เพราะกลัวไม่เป็นมงคล มาจากวัดชื่อบางระกำมันน่ากลัว

หลังจากนั้นคุณหญิงคนนี้มารู้เรื่องที่ถูกต้อง จึงมาขอโทษและนิมนต์ให้นั่งปรก หลวงปู่จึงอธิบายให้เขาเข้าใจความหมายของระกำว่ามิใช่กรรมที่มี รร 2 ตัว แต่เป็น ก อำ กำ กำอันนี้คือ กำโชค กำลาภ กำเงิน กำทอง หรือมีดพร้าถ้ากำไม่แน่นจะฟันถูก หรือทุกอย่างต้องกำให้แน่น บางระกำเป็นชื่อมงคล

คุณหญิงก็เข้าใจ ร้องอ้อๆ และนิมนต์นั่งปรกปลุกเสกสมเด็จของวัดระฆัง

หลวงปู่บอกว่า ของวิเศษของหลวงปู่คือ พระไม้ดำไม้ขาว เป็นพระผง ดังมาตั้งแต่ครั้งจอมพล ป. ช่วงกบฏแมน ฮัตตัน เป็นพระเก่า ต่อมารุ่นเก่าหมด หลวงปู่จึงสร้างใหม่เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา สร้างแล้วนิมนต์เกจิดังๆ ทั้งหลายมาร่วมนั่งปรก เช่น หลวงพ่อลำไย ลาดหญ้า หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครไชยศรี หลวงพ่อพันด่านซ้าย เป็นต้น พระรุ่นนี้ยังมีอยู่เพราะสร้างถึง 8.4 หมื่นองค์

ชื่อเสียงหลวงปู่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เมื่อชมรมพระเครื่องไปจัดทำเหรียญต่างๆ ของหลวงปู่ เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา ยิ่งเมื่อ แอ๊ด เทวดา ออกจตุคามรามเทพ ขอให้หลวงปู่ปลุกเสก ก็ดังมากขึ้น หลวงปู่สารภาพว่า อาตมาไม่ได้สตางค์อะไรกับเขาหรอก มันเอาชื่ออาตมาไปโฆษณาใหญ่โต แต่ไม่ได้เงินอะไรใครๆ คิดว่าหลวงพ่อรวย แท้จริงไม่ได้

ส่วนที่สร้างโบสถ์ใหญ่สวยงามใช้เงินไป 16 ล้านบาท ที่หามาด้วยลำแข้ง กำหนดจะผูกพัทธสีมาปี 2555 ที่ผูกพัทธสีมาล่าช้าแม้จะสร้างเสร็จมา 23 ปี แล้ว เพราะไม่ได้เป็นหนี้ใคร แต่รอให้เศรษฐกิจของประเทศดีก่อน

เมื่อถามถึงสุขภาพในฐานะที่เป็นพระเถระที่อายุ 86 ปีแล้ว มีหลักการดูและบริหารอย่างไร ท่านบอกว่าเป็นเรื่องการบริหารร่างกาย ทำวัตร สวดมนต์ และฉันยากำลังช้างสาร

หลวงปู่แขกแนะบางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ยากำลังช้างสารนี้ฉันมา 40 กว่าปี แต่ก่อนนั้นเคยฉันให้โรคหายแล้วก็ทิ้ง ต่อมาเริ่มฉันอีกถึงปัจจุบัน ยาเหล่านี้ทำเอง หมดแล้วก็ทำ แก้โรคไตโดยเฉพาะ ท่านบอกว่า แต่ก่อนที่ยังเป็นฆราวาสนั้นเป็นโรคไต ปวดมากทนไม่ไหว เมื่อบวชเป็นพระได้ 1 พรรษาเป็นมากถึงกับเดินไม่ไหว ต่อมาพบพระรูปหนึ่งที่เป็นหมอบอกให้ทำยานี้ฉัน ได้ผลหายปวดหลังนับตั้งแต่ครั้งนั้น

ท่านเปิดเผยสูตรว่า ประกอบด้วย ใบมะตูมอ่อน ใบโคนดินสอ ใบสะเดา ใบว่านน้ำ ขมิ้นอ้อย หัวแห้วหมู และโด่ไม่รู้ล้ม ถ้าต้องการบำรุงกล้ามเนื้อให้ผสมหัวกาวแดง

ให้นำของทั้งหมดนั้นมาหั่นเท่าๆ กันแล้วบดจนเป็นผง เอามาชั่งน้ำหนักรวมกัน ได้น้ำหนักเท่าไรให้นำพริกไทยน้ำหนักเท่ากันกันบดใส่ลงไป เป็นส่วนส่วนผสมอีกชั้นหนึ่ง สมมติว่าส่วนผสมที่กล่าวมานี้หนัก 10 บาท ก็ใช้พริกไทยหนัก 10 บาทเช่นกัน วิธีรับประทานคือตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งรับประทานทุกวันก่อนนอน หากเป็นโรคไตหนักให้รับประทานตอนเช้า 1 ครั้ง และก่อนนอน 1 ครั้ง

ท่านเล่าประวัติย่อๆ ว่า วันเกิด 19 ก.ย. 2468 อุปสมบทที่วัดบางระกำ มีพระครูพุทธสุนทร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์เป็นเจ้าคณะแขวงด้วย

ส่วนบ้านเกิดที่หมู่ 7 ต.บางระกำ จ.พิษณุโลก

ส่วนเรื่องบางระกำโมเดลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อ.บางระกำ ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า อาตมาเป็นชาว อ.บางระกำ โดยกำเนิด เกิดที่นี่ เติบโตอยู่นี่ ตอนนี้อายุ 86 ปี มองเห็นสภาพปัญหาของพื้นที่ อ.บางระกำเป็นอย่างดี ท่านมีแนวคิดของท่านในการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเสนอให้ทำแม่น้ำเทียม เพราะตั้งแต่ จ.สุโขทัย ลงมาถึง อ.บางระกำ เรามีคลองเล็ก คลองน้อยมากมายที่เชื่อมโยงถึงกันหมด ถ้าทำแม่น้ำเทียมจาก อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ถึง อ.โพทะเล จ.พิจิตร จากนั้นให้ขุดคลองที่มีอยู่เดิมประมาณ 10 คลอง อาทิ คลองปากพระ คลองพระพาย คลองกรุงกรัก คลองยันต์พันคลอง คลองสามง่าม แต่ละคลองให้ขุดมาเชื่อมกับแม่น้ำเทียม เพื่อใช้เป็นคลองที่สามารถระบายน้ำไปยังจาก จ.สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเขื่อนแก่งเสือเต้น

ด้วยคลองที่ขุดใหม่ให้มีขนาดความลึก 6 เมตร กว้าง 20 เมตร พร้อมทำประตูเปิดและปิดให้สามารถเก็บไว้ในคลองได้จำนวนมาก เพราะระยะทางต่อคลองยาวไม่ต่ำกว่า 50 กิโลเมตร จะทำให้เรามีน้ำกักเก็บไว้จำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีเขื่อนแก่งเสือเต้น มองดูแล้วมีความเป็นไปได้ ใช้งบประมาณดำเนินการไม่กี่ร้อยล้านบาท แต่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงๆ ซึ่งแนวคิดที่อาตมาคิดไว้อยากเสนอ ถ้านายกรัฐมนตรีทำบางระกำโมเดลเป็นโครงการนำร่องแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ก็อยากเสนอแนวคิดตามนี้เพื่อให้ “บางระกำ โมเดล” เป็นจุดที่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงชื่อที่ดูดี แต่แก้ไขปัญหาไม่ได้

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน