
ยลโฉม SH560760 โน้ตบุ๊คจาก ฟูจิตสึ
เรื่อง โยโมทาโร่
สําหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อโน้ตบุ๊ก หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ในงานคอมมาร์ตที่กำลังจะมาถึงช่วงกลางเดือนหน้า หรือหาซื้อในเวลาอันใกล้นี้ นอกจากเรื่องเงินซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สุดแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่ต้องคิดหนักอยู่ 3 อย่างในการเลือกสเปกเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานก็คือ ซีพียูตระกูลคอร์ i3, i5 และ i7 จากค่ายอินเทลที่เริ่มออกอาละวาดจากตลาดเครื่องเดสก์ท็อปไปเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับโน้ตบุ๊ก ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 และการเปลี่ยนเจเนอเรชันแรม จาก DDR2 ไปเป็น DDR3
สามส่วนนี้จะเป็นสิ่งที่เราต้องคิดหนักในการเลือกซื้อโดยเฉพาะเรื่องของแรม และวินโดวส์ 7 ที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตการอัพเกรดเพิ่มแรมของเราอย่างน้อยๆ DDR2 เราอาจเห็นวางขายในราคาถูกจนถึงช่วงปลายปี จากนั้นจะเข้าสู่ยุคของ DDR3 อย่างเต็มตัวช่วงกลางปีนี้
ในขณะที่วินโดวส์ 7 จัดเป็นระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในระบบ 64 bit ซึ่งเราแนะนำให้เริ่มใช้แบบ 64 บิต ในปี 2010 ได้แล้ว ถึงแม้โปรแกรมทำงานที่มีอยู่ใช้เพียง 32 บิต แต่วินโดวส์ 7 มีความเสถียรที่ดีมาก เราแทบจะไม่พบปัญหาในการทำงาน การค้างของโปรแกรมหรือระบบโดยรวม และยังทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้คุณอัพเกรดแรมเพิ่มจาก 2 GB ไปเป็น 48 GB หรือมากกว่า เพราะปัญหาเดิมก็คือเครื่องใช้ระบบวินโดวส์เอ็กซ์พี วิสตา และวินโดวส์ 7 แบบ 32 บิต จะไม่สามารถใช้งานแรมได้เกิน 2 GB และยังดึงประสิทธิภาพการทำงานแบบ 64 บิต ของซีพียูรุ่นใหม่ๆ ออกมาได้อย่างเต็มที่ หากคนที่คิดจะซื้อระบบปฏิบัติการเพื่อรองรับการใช้งานไปอีกอย่างน้อย 46 ปีจากนี้ ให้เลือกเครื่องที่รองรับ DDR3 และใช้วินโดวส์ 7 64 บิต หรือ X64 น่าจะเป็นคำตอบที่ดีในระยะยาวที่สามารถเลือกได้ในเวลานี้
ทั้งหมดที่เราพูดมา เป็นสิ่งที่เราทดสอบแล้วในเครื่องฟูจิตสึ ไลฟ์บุ๊ก SH560 พรีเมียม สีขาวไข่มุกสวยงาม ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารที่ต้องการความเลิศหรู น้ำหนักเบาพกพาสะดวก มาด้วยสเปกซีพียู Intel Core i3330M processor แรม DDR3 2 GB ฮาร์ดดิสก์ 500 GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Winsdows 7 Home Premium หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ไฟแบ็กไลต์แอลอีดี กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ไวไฟ บลูทูธ v 2.1+EDR แบตเตอรี่ 6 เซล ใช้งานได้นานกว่า 5 ชั่วโมง
จุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ ส่วนใหญ่แล้วเครื่องโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ เราควรจะได้แรมมากกว่า 2 GB มานานแล้ว สำหรับเครื่อง SH560 ที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาทต้นๆ ก็ให้แรมมาเพียง 2 GB เท่านั้น เพราะระบบปฏิบัติการที่ให้มาเป็นรุ่น 32 บิต ให้มากกว่านี้ก็ระบบปฏิบัติการก็ไม่สามารถดึงมาใช้ได้อย่างเต็มที่นัก
ทว่า ในการทดสอบการใช้งานเอกสาร อินเทอร์เน็ต ตัดแต่งภาพ ชมวิดีโอ HD เครื่อง SH560 สามารถใช้งานทุกอย่าง ทำงานได้อย่างราบรื่นรวดเร็ว แต่เราอาจจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องที่ใช้ i3 กับซีพียูตระกูล Core 2 duo มากนักในการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับนักธุรกิจที่ต้องการเครื่องที่ดูมีระดับควรคู่สำหรับคุณ นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก
แต่นี่ยังอาจไม่เพียงพอสำหรับนักธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูง ซึ่งต้องการเครื่องสเปกน้องๆ เทพในการประมวลผล สปรีตชีต ไฟล์เอกสารขนาดมหึมาเกือบร้อยเมกะไบต์ในรายงานผลประกอบการพันล้านจากบริษัทลูก 15 บริษัท และข้อมูลคู่แข่งที่คุณกำลังควบซื้อกิจการ
แล้วยังมีภาพความละเอียดสูง และไฟล์วิดีโอระดับ HD ของสถานที่ลงทุนก่อสร้างตึกมูลค่าหลายพันล้านใน ปักกิ่ง โตเกียว ลอนดอน และขอนแก่น หากเป็นเช่นนี้ คุณคงต้องใช้เครื่องรุ่นพี่อย่าง SH760 มาด้วยสเปก ซีพียูอินเทล คอร์ i7620M Quad Core 2.66GHz ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เทรด ด้วยความสามารถ HT (Hyper Threading) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เคยใช้ในเพนเทียม 4 HT เป็นการจำลองซีพียูเสมือนเข้ามาช่วยทำงานให้เร็วขึ้น จึงคล้ายกับมีซีพียู 8 ตัวเข้ามาช่วยประมวลผล บวกกับเทคโนโลยี เทอร์โบบูต (มีเฉพาะรุ่น คอร์ i5 และ i7 ไม่มีใน คอร์ i3) ปรับเพิ่มความเร็วจาก 2.66 GHz ไปเป็น 3.00 GHz การ์ดจอแยก nVidia GeForce 310M 512MB Graphics แรม 4GB แบบ DDR3 ฮาร์ดดิสก์ 500GB
สเปกนอกเหนือกว่านี้จะเหมือนกับตัว SH560 แต่ราคานั้นสูงกว่าประมาณ 7 หมื่นบาทบวกลบนิดหน่อย แต่ถ้าได้เห็นระบบปฏิบัติการที่ให้มาอย่างวินโดวส์ 7 โปรเฟสชันนอล ซึ่งน่าจะเป็นรุ่น 64 บิต เพราะแรมที่ให้มากถึง 4 GB
เฉพาะราคาวินโดวส์ 7 รุ่นโปร ก็เฉียดหมื่นบาทไปแล้ว รวมกับซีพียูอินเทล คอร์ i7 ซึ่งจัดเป็นรุ่นท็อปของอินเทลเท่าที่มีอยู่ และมีน้อยค่ายที่จะเอารุ่น i7 มาทำตลาดอย่างจริงจังในเวลานี้ ทำให้ SH560 น่าจะเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นท็อปแถวหน้าที่ดีที่สุดในราคาพอสมเหตุสมผลกับความเป็นเครื่องโน้ตบุ๊ก รุ่นพรีเมียมของฟูจิตสึ n
การออกแบบ 9
คุณภาพการผลิต 9
การใช้งาน 8
ความคุ้มค่าคุ้มราคา 8
สรุป 8.5 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10)







