
หนึ่งดวงใจ ริมสองน้ำ ณ สามชุก
ร้อยปี/เจ้าเก่า/โบราณ ดูเหมือนชื่อสร้อยอารมณ์ประมาณนี้ จะเป็นสุดยอดวิชาโฆษณาขายสินค้าให้ติดตา
โดย...วิรัชชัย พงษ์เกาะ
ร้อยปี/เจ้าเก่า/โบราณ ดูเหมือนชื่อสร้อยอารมณ์ประมาณนี้ จะเป็นสุดยอดวิชาโฆษณาขายสินค้าให้ติดตา ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายได้ดี เพราะสมัยนี้คนเรานิยมหันไปบริโภคความเก่าแก่ ย้อนมองร่องรอยอดีต และดื่มกินความหอมหวานแห่งวันวาน ดั่งเป็นนัยบ่งบอกบางอย่าง ในขณะที่พลโลกต่างวิ่งรี่เข้าหานวัตกรรม ความทันสมัยชนิดกระหายหิว
แต่ “ตลาดสามชุก” หรือ สามเพ็ง จ.สุพรรณบุรี ความยาวนานนับร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มิได้ถูกใช้เป็นลิ่วล้อเพื่อโฆษณา สร้างแบรนด์ให้แก่ตลาดตัวเอง แต่เป็นตัวแทนผลึกดวงใจแห่งความสามัคคีที่ชาวสามชุกร่วมใจปิดประตูไม่ให้ใครหน้าไหนหยิบยกชุมชนริมสองน้ำท่าจีนของเขาไปได้ เพราะกว่าที่ตลาดสามชุกจะโด่งดังสร้างเม็ดเงินแตะหลักล้านบาทได้นั้น สามชุกเคยนั่งซึมเงียบเหงามากว่า 30 ปี ก่อนที่จะมีสุภาพบุรุษชุดกากีหัวใส สั่งการรื้อห้องแถวไม้ริมท่าจีนทั้งหมด จากไม้ใกล้ฝั่งจวนเจียนจะถูกสั่งรื้อถอนเต็มที จึงต้องมีกลุ่มอนุรักษ์ประจำชุมชนออกโรงมาวิ่งเต้นวางแผนพัฒนาตลาดกันยกใหญ่ จนถึงตอนนี้สามชุกลุกขึ้นหยัดยืนได้อย่างเข้มแข็งงามสง่า กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เวลา 100 ปี ได้ร้อยดวงใจสามชุกให้เป็นหนึ่งเดียว จนยูเนสโกเสนอตัวโฆษณาให้เองว่า ชุมชนสามชุกตลาดร้อยปี สมควรได้รับรางวัลมรดกโลก ประเภทอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2552
ชาวตลาดโบราณริมสองฝั่งคลองท่าจีน 80% เป็นคนสามชุกดั้งเดิม 10% มาจากชุมชนใกล้เคียง 10% เปิดให้คนนอกผสมโรงด้วย เรียกได้ว่าถือหลักการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน สร้างผลิตผลที่หลากหลายในตลาด ใครใคร่ค้าขนมไทยค้า ใคร่ค้าของโบราณค้า เปิดขายเสรี มีหวังกำไรบ้าง แต่แค่พออยู่รอด ตั้งตัวได้อย่างมั่นคง
เสน่ห์ของตลาดสามชุก ใช่เพียงรอยทางความเป็นมาแต่ครั้งหลัง แต่ร้านรวงในเบื้องหน้า เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยกันตอกย้ำแบรนด์ตลาดร้อยปี ให้ติดลิ้นด้วยรสอร่อย ติดตาด้วยสูตรโบราณ และติดใจด้วยคาแรกเตอร์ลุงป้าขายยิ้ม ต่อราคากันได้คนละนิดคนละหน่อย รับประกันความอร่อย ชิมก่อนชำระเงิน แค่นี้ขาเที่ยวไหนๆ ก็ชิมเพลิน ติดใจ กดไลค์ บอกต่อเพื่อนๆ แทบไม่ทันแล้ว
อาหารหลากเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ มีให้เลือกรับประทานทั้งของคาวอย่าง เป็ดย่างจ่าเฉิด เป็ดพะโล้เจ๊ตี๋ หมูปิ้งนมสด ลูกชิ้นยักษ์ ห่อหมกทะเลย่าง ข้าวห่อใบบัว ไปถึงของหวานละลานตา อาทิ ลูกลานลอยแก้ว ทองม้วนโบราณร้อยปี หมี่กรอบ ขนมดอกจอก ขนมไข่ ขนมชั้น ฯลฯ ส่วนใหญ่นักเที่ยวไปถึง ก็พุ่งพรวดเดิมชมอาหารก่อน ชิมนิดดื่มหน่อยเดี๋ยวเดียวก็อิ่ม พลางมองหาที่หย่อนก้นนั่ง ก็มีลานโพธิ์ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ มีพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์ เปิดให้เข้าชมนิทรรศการวิถีชีวิตผู้คนสามชุก หรือจะแวะไปถ่ายรูปสตูดิโอกล้องโบราณ สักการะศาลเจ้าพ่อเมืองสามชุก ปิดท้ายด้วยล่องเรือชมชุมชนแม่น้ำท่าจีน ที่นี่ก็จัดบริการครบรสไม่แพ้ตลาดดังที่อื่นเหมือนกัน
วันวานผ่านภาพถ่าย แม้ลมหายใจสามชุกเคยหายไปบางช่วง แต่วันนี้พวกเขามีภาพใหม่ เป็นภาพที่ชุมชนรักกัน จับมือสามัคคีกัน ปลุกคนที่ต่างหลับใหลให้กลายเป็น “ตลาดมีหัวใจดวงเดียวกัน” ตลาดของเขาไม่ใช่แค่ที่ค้าอาหาร แต่เป็นบ้านค้าความรัก ค้าสายสัมพันธ์ของผู้คนสามชุกอย่างแนบแน่น
นับ 1 2 3 ถ้ามาช้า ร้านเก็บตอน 5 โมงเย็น อดกินของอร่อย ไม่รู้ด้วยนะครับ







