
โทลล์เวย์
ถึงเรื่องราวมันอาจจะผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นความทรงจำและประทับใจกับหลายๆ
ถึงเรื่องราวมันอาจจะผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นความทรงจำและประทับใจกับหลายๆ
โดย..ปู โลกเบี้ยว
ถึงเรื่องราวมันอาจจะผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นความทรงจำและประทับใจกับหลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์น้ำท่วมโลก เฮ้ย! น้ำท่วมกรุงเทพฯ บางพื้นที่ก็รอด ในขณะที่บางพื้นที่ก็เอาตัวแทบไม่รอด
ตอนนี้คงจะหายหลอนกันแล้วล่ะ เพราะน้ำมันมาแล้ว ไปแล้ว กำลังฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจและบ้านตัวเองอยู่ ในขณะที่มีอีกหลายพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินชีวิตได้แบบเดิมเลย ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานกับน้ำเน่าๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเจ้าน้ำมันจะไปซะทีอ่ะดิ
บ้านเพื่อนปูอยู่ลำลูกกา ต้องอยู่โยงเฝ้าบ้าน ลูก เมีย และแม่ ลี้ภัยไปอยู่จันทบุรีกันหมดแล้ว อยู่เป็นเดือนเสบียงเริ่มหมด เพื่อนๆ ก็ผลัดกันเข้าไปช่วยเหลือ
ก็ไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะเพื่อนกันเท่านั้น เวลาพวกเราเอาข้าวของไปให้ ก็ต้องมีเผื่อเพื่อนบ้านในซอยหมู่บ้านนั้นด้วย แจกจ่ายกันไป แต่การที่จะเอาเสบียงไปให้อ่ะดิ อุปสรรคมันมากมายเหลือเกิน ยิ่งน้ำเริ่มลดยิ่งลำบาก
ก็อีตอนที่น้ำท่วมเยอะๆ เราก็เอาเสบียงลงเรือไปตามถนน แต่พอน้ำเริ่มลง เรือไปได้เป็นหย่อมๆ พายไปได้หน่อยก็กลายเป็นพื้นที่แห้งเนินสูงสะพานสูง ถ้าต้องแบกเรือที่มีแต่ข้าวสารอาหารแห้งงี้
เอ้า! ก็ต้องวางแผนการเดินทางกันใหม่อีก สรุปต้องขึ้นโทลล์เวย์แล้วไปหาทางลงเรือ เพื่อเอาเสบียงลงเรือเข้าบ้านอีกทีหนึ่ง ตื่นแต่เช้ามืดอ้อมโลกเพื่อไปหาทางขึ้นโทลล์เวย์
ไม่คิดว่าบนโทลล์เวย์จะมีเรื่องสนุกๆ แปลกๆ อย่างเช่นรถที่จอดๆ หนีน้ำมาน่ะ แทนที่จะมาจอดเฉยๆ ในเมื่อต้องนอนเฝ้ารถอยู่แล้ว ชาวบ้านหัวใสก็เลยนำรถกระบะมาทำเป็นร้านขายของชำเล็กๆ ซะเลยน่ะซิ
มีร้านขายผลไม้ ขายพวงมาลัย ขายอาหารตามสั่งบนโทลล์เวย์ด้วยอ่ะ วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายรถเมล์ และรถถังของทหารก็ได้เห็น ในรถถังและใต้รถถังคือค่ายทหารฮ่ะ ทหารเค้ากางเต็นท์นอนกัน ไม่ใช่เฝ้ารถอย่างเดียวนะ มีครอบครัวด้วยอ่ะ ประกอบไปด้วยลูก เมีย และหมา อะไรกันน่ะ... บนโทลล์เวย์
ตามริมข้างทางจะมีรถที่เค้ามาจอดหนีน้ำกันเต็มไปหมด บางคันก็มีคนกินนอนกันบนรถเลย บางคันเจ้าของคงไม่เคยมาดูเลยมั้ง เขรอะเชียว ดูจากกระจกรถที่ฝุ่นหนาเตอะ และใต้รถเต็มไปด้วยขยะ หรือแม้แต่หมาเน่าตายบนโทลล์เวย์อ่ะ
บางคันกระจกแตก มีทั้งกระจกมองข้าง กระจกทางด้านคนขับและคนนั่ง มีอยู่คันหนึ่งล้อรถไม่อยู่แล้วด้วย ไม่รู้ว่าเจ้าของถอดไว้เพราะกลัวคนมาขโมยรถ หรือว่ามีผู้หวังร้ายถอดไปขายก็ไม่รู้นะ
บางคันก็บุบตั้งแต่หัวจรดท้ายเลยก็มี ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเจ้าของรถถึงไม่ใส่ใจกลับมาดูรถบ้างเลย ถ้าเสียหายซะขนาดเนี่ย สู้ปล่อยให้รถจมน้ำอยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ พอๆ กันเลยอ่ะ หรือว่ารถอยู่นี่แต่ตัวไปอยู่ต่างจังหวัดอยู่ในน้ำมาดูไม่ได้ก็ไม่รู้ น่าสงสารจัง
ตกลงนัดกับเพื่อนไว้ที่ท่าเรือบนถนนวิภาวดีรอให้เพื่อนมารับเสบียง ได้เจอพวกน้าๆ เรือหางยาวรับจ้าง มาจาก จ.นครสวรรค์ เพราะทำนาไม่ได้แล้ว จมอยู่ในน้ำนานแรมเดือน เลยขนเรือขึ้นรถหกล้อมาลงแถวๆ อยุธยา เลาะมาเลยๆ จนถึงดอนเมืองอ่ะ สุดยอด!
ปูเลยสัมภาษณ์ซะเลยว่า ที่ใครๆ เขาว่าค่าเรือแพงมากน่ะ มันยังไงเหรอ? คุณพี่แกบอกว่าแพงที่ไหน ก็หัวละ 50 จนถึงแพงสุดก็หัวละ 250 เพราะต้องเข้าไปในตรอกซอกซอยตามหมู่บ้าน เวลาจะเข้าไปดูบ้านก็ไม่ได้มาคนเดียว บ้านหนึ่งก็ปาเข้าไป 45 คนแล้วอ่ะ มันก็เลยเป็นพัน
คนขับเรือยังชอบโดนหลอกอีกว่าแค่เนี่ยเอง ด้วยความไม่รู้ไม่ใช่คนท้องที่ ก็ขับไป ไกลลลล...เลยอ่ะ พอรู้ทันเลยคิดค่าหัวซะ แล้วที่คิดแพงเพราะว่าไม่ใช่ว่าไปแค่ส่งนะ ต้องไปรอกว่าคุณท่านแกจะเสร็จธุระ ถ่ายรูป อาลัยอาวรณ์ หรือดีไม่ดีก็ต้องเข้าไปช่วยแบกยกข้าวของเฟอร์นิเจอร์หนักๆ ให้คุณท่านอีก “แล้วจะไม่ให้พวกผมเรียกค่าแรงได้ยังไงละคร้าบบ”
ฟังแล้วก็น่าเห็นใจเหมือนกันนะ จากแดนไกลมา ทำนาก็ไม่ได้ ต้องเอาเรือมาหากินกันบนถนนวิภาวดีอ่ะ กินนอนขี้เยี่ยวกันบนเรือนั้นแหละ อึดจริงๆ แต่พวกปูซิอึดกว่า จากถนนวิภาวดีนั่งเรือที่เพื่อนขอยืมเพื่อนบ้านออกมารับของ แท่ดๆๆๆๆ กว่าจะไปถึงลำลูกกา ล่อเข้าไปสองชั่วโมงกว่าได้ เฮ้อ!
พอเอาของลง คุยกะเพื่อนได้หน่อยไม่ไหว มึนเพราะน้ำเน่าแสบจมูก ที่สำคัญห้องน้ำใช้ไม่ได้ ต้องใส่ถุงขว้างเท่านั้นอ่ะ ก็ต้องให้เพื่อนขับเรือกลับมาส่ง ขึ้นโทลล์เวย์
สรุปเสียเวลาทั้งวันตั้งแต่ตีห้ายันหกโมงเย็นกว่าจะกลับถึงบ้านอ่ะ สุดยอด!!!!!







