posttoday
‘เอเวอร์ลิน เอช. ลอเดอร์’ มะเร็งพราก(เพียง)ชีวิต

‘เอเวอร์ลิน เอช. ลอเดอร์’ มะเร็งพราก(เพียง)ชีวิต

13 ธันวาคม 2554

ช่วงเวลาแห่ง “การให้ แบ่งปันน้ำใจ” จากวิกฤตน้ำที่เพิ่งผ่านพ้นเมืองไทยไปได้ไม่นาน

ช่วงเวลาแห่ง “การให้ แบ่งปันน้ำใจ” จากวิกฤตน้ำที่เพิ่งผ่านพ้นเมืองไทยไปได้ไม่นาน

โดย..ชุติมา สุวรรณเพิ่ม  

ช่วงเวลาแห่ง “การให้ แบ่งปันน้ำใจ” จากวิกฤตน้ำที่เพิ่งผ่านพ้นเมืองไทยไปได้ไม่นาน ในอีกซีกโลกหนึ่งกำลังกล่าวขวัญถึงสุภาพสตรีผู้ให้ด้วยหัวใจเมตตาอย่างแท้จริง ตราบจนวาระสุดท้าย

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่บ้านในนครนิวยอร์ก เอเวอร์ลิน เอช. ลอเดอร์ เสียชีวิตในวัย 75 ปี โดยมีครอบครัวของเธออยู่เคียงข้าง จากภาวะแทรกซ้อนจากมะเร็งรังไข่ที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม

สตรีผู้นี้คือรองประธานบริษัทอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาน้ำหอมทั่วโลก กลุ่มบริษัท เอสเต ลอเดอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและนักการตลาดชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ เอสเต ลอเดอร์, อรามิส, คลีนิกข์, เพรสคริพทีฟส์, แล็บ ซีรี่ส์, ออริจินส์, แมค, บ็อบบี้ บราวน์, ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์, คีตอง, ลาแมร์, ดอนน่า คาเรน, อเวด้า, โจ มาโลน, บัมเบิ้ล แอนด์ บัมเบิ้ล, ดาร์ฟาง, ไมเคิล คอร์, อเมริกัน บิวตี้, เฟลิร์ต, กู๊ดสกิน แลบส์, กราสรู้ตส์ รีเสิร์ช แลบส์, ฌอน จอห์น, มิสโซนี, เดซี ฟูเอนต์ส, ทอม ฟอร์ด, โคช โอจอน, สแมชบ็อกซ์ และแอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า

กลุ่มบริษัท เอสเต ลอเดอร์ มีความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ “เอเวอร์ลิน”

เมื่อคุณจากไป...คุณอยากให้คนอยู่ข้างหลังพูดถึงคุณว่าอย่างไร? สิ่งนี้น่าจะเป็นความหมายสำคัญที่สุดในชีวิต

ประวัติชีวิตอันเป็นตำนาน

“เอเวอร์ลิน” เป็นผู้นำด้านการทำกุศลคนหนึ่งในนครนิวยอร์ก เธอดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบที่ศูนย์มะเร็งสโลนเค็ตเตอริงอนุสรณ์ นอกจากนี้ยังมีงานองค์กรการกุศลอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ตำแหน่งในคณะกรรมการขององค์กรอนุรักษ์เซ็นทรัลพาร์ค, มูลนิธิเอเวอร์ลินและเลียวนาร์ด ลอเดอร์ ซึ่งได้รับประโยชน์จากแนวทางที่มีการพิจารณาและวางแผนมาเป็นอย่างดี ภายใต้การสนับสนุนของ “ลอเดอร์” รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งทำงานบริการด้านสุขภาพและมนุษยชน, ด้านการศึกษาและโรงเรียนต่างๆ ในเขตชุมชน, ด้านสิ่งแวดล้อม, สวัสดิภาพของผู้หญิง และศิลปะ

ฟาบริซิโอ เฟรดา ประธานและหัวหน้าผู้บริหารกล่าวในนามของบริษัทว่า “เอเวอร์ลิน” เป็นตัวอย่างของหัวใจและวิญญาณที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท เอสเต ลอเดอร์ “เธอเป็นผู้สร้างสรรค์คนสำคัญในด้านวิสัยทัศน์ ค่านิยม และวัฒนธรรมขององค์กร สตรีที่มีบุคลิกเป็นคนกระฉับกระเฉง มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาดเฉลียว อบอุ่นน่ารัก ใจกว้าง และมีพรสวรรค์ในการติดต่อกับคนอื่นอย่างเหลือเชื่อ ความกระตือรือร้นของเธอทำให้คนอื่นพลอยมีความแข็งขันกันตามไปด้วย”

‘เอเวอร์ลิน เอช. ลอเดอร์’ มะเร็งพราก(เพียง)ชีวิต

ชีวิตของลอเดอร์เป็นเรื่องราวของความสำเร็จของชาวอเมริกัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจน เธอเกิดในเวียนนา ประเทศออสเตรีย บิดามารดาของเธออพยพหนีสงครามมาจากยุโรป ในระหว่างที่นาซีเข้ายึดครองประเทศ และในที่สุดก็มาตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเรือมาถึงอ่าวนิวยอร์ก มารดาของเธอปลุกเธอให้ลุกขึ้นดูอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ “เอเวอร์ลิน” เล่าว่า คือความจดจำ และได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์แห่งความหวังนี้ไว้จนตลอดชีวิตของเธอ

ความภูมิใจที่ได้เข้าเล่าเรียนและสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนรัฐบาลของนครนิวยอร์ก และวิทยาลัยฮันเตอร์ (ส่วนหนึ่งของซิตี ยูนิเวอร์ซิตีแห่งนิวยอร์ก) หลังจากได้รับปริญญา เธอไปเป็นครูโรงเรียนรัฐบาลในนครนิวยอร์กเป็นเวลาหลายปี

ขณะเป็นนักศึกษาปี 1 มีคนแนะนำให้เธอรู้จักกับ เลียวนาร์ด เอ. ลอเดอร์ บุตรชายคนโตเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางเล็กๆ และทั้งสองได้แต่งงานกันในปี พ.ศ. 2502 และในปีนั้นเองเธอก็เลิกเป็นครูและมาช่วยธุรกิจของครอบครัวสามี ได้ร่วมงานกับแม่สามี เอสเต ลอเดอร์ ในฐานะกรรมการฝ่ายอบรมคนแรกของบริษัท รวมทั้งเป็นกรรมการฝ่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ และกรรมการฝ่ายการตลาด

สามีของเธอเล่า... “ในเวลานั้นบริษัทของเราเล็กมาก ในระหว่างชั่วโมงอาหารกลางวัน ที่มีแต่เธอเพียงคนเดียวอยู่ในสำนักงาน คอยรับโทรศัพท์และรับคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยเธอก็จะปล่อยให้ผู้ที่โทร.มารอสายก่อน แล้วจึงค่อยยกหูโทรศัพท์และกล่าวว่า “แผนกรับคำสั่งซื้อค่ะ” โดยดัดเสียงเพื่อมิให้มีใครรู้ว่าบริษัทของเรานั้นเล็กจริงๆ” เลียวนาร์ด กล่าว

เอเวอร์ลิน ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ เอสเต ลอเดอร์ ทั้งคู่ได้นำน้ำหอม “อรามิส” ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก รวมทั้งน้ำหอม “บิวตี้ฟูล” และ “เพลเชอร์ส” ซึ่งเป็นน้ำหอมขายดีที่สุดจากแบรนด์เอสเต ลอเดอร์ จนกลายเป็นบริษัทน้ำหอมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เมื่อครั้งที่บริษัทเริ่มสร้างสรรค์งานที่ต่อมากลายเป็นคลีนิกข์ในปี พ.ศ. 2511 “เอเวอร์ลิน” เป็นผู้ตั้งชื่อคลีนิกข์ และเป็นคนแรกที่สวมชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่ใช้ในห้องปฏิบัติการของคลีนิกข์ ซึ่งกลายเป็นเครื่องแบบพนักงานขายคลีนิกข์ในปัจจุบัน หลังจากที่เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการฝ่ายอบรมคนแรกของแบรนด์นี้

ในปี พ.ศ. 2532 “เอเวอร์ลิน” ได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาน้ำหอมทั่วโลก ความชอบทำสวนและรักดอกไม้ของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เธอคิดปรุงน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ จนประสบความสำเร็จสูงสุดทั่วโลก

อุทิศทำงาน ‘ริบบิ้นสีชมพู’

“เอเวอร์ลิน” ยังเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดต่อสาธารณชน ในด้านผลงานของเธอที่ทำให้โลกได้รับรู้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิง ความกระตือรือร้นของเธอ เกิดจากการที่เธอเองเป็นโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรก ในปี พ.ศ. 2535 เธอได้ร่วมสร้างสรรค์ริบบิ้นสีชมพู ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์มะเร็งเต้านมทั่วโลก เธอนี่แหละริเริ่มการรณรงค์ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัท เอสเต ลอเดอร์ (BCA) (www.bcacampaign.com)

แต่ละปีการรณรงค์ของบีซีเอ จะระดมทุนผ่านทางแบรนด์ต่างๆ พนักงาน และบริษัทคู่ค้าทั่วโลก เป็นการช่วยกันสนับสนุนการวิจัยเพื่อโรคมะเร็งเต้านม “เอเวอร์ลิน” ได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม (BCRF) ในปี พ.ศ. 2536 เพื่อหาทุนก้อนใหญ่ให้กับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และยาสำหรับโรคมะเร็งเต้านมทั่วโลก BCRF (www.bcrfcure.com) ระดมทุนได้มากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (10,500 ล้านบาท) และให้การสนับสนุนนักวิจัย 186 รายทั่วโลก

เฟรดา กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. ของทุกปี พนักงานเอสเตฯ ทั่วโลกอุทิศตนอย่างเต็มที่ให้กับการรณรงค์มะเร็งเต้านม “พันธกิจของเอเวอร์ลินได้กลายมาเป็นพันธกิจของเรา ความกระตือรือร้นของเธอกลายมาเป็นความกระตือรือร้นของเรา เธอเป็นกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน และเราจะยังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้ากับวิสัยทัศน์ของเธอ เพื่อขจัดมะเร็งเต้านมให้หมดไปจากโลก”

‘เอเวอร์ลิน เอช. ลอเดอร์’ มะเร็งพราก(เพียง)ชีวิต

“เอเวอร์ลิน” เป็นช่างภาพที่มีความกระตือรือร้นด้วย และมีการนำผลงานของเธอออกแสดงทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิตนีย์, พิพิธภัณฑ์ศิลปะบรูคลิน และพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ในฮูสตัน รวมทั้งสถานพยาบาลชั้นนำทั้งในสหรัฐ และในต่างประเทศ ในเดือน ต.ค. 2545 บริษัท แฮรี เอแบรมส์ ได้พิมพ์หนังสือ An Eye for Beauty ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมภาพถ่ายเล่มที่ 2 ของ เอเวอร์ลิน หลังจากเล่มแรก The Season Observed จัดพิมพ์เป็นครั้งแรกในเดือน ก.ย. ปี 2537

สำหรับหนังสือเล่มที่ 3 ของเธอชื่อ In Great Taste : Fresh, Simple Recipe for Eating and Living มีการจัดพิมพ์ในปี 2549 และเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ก็มีการจัดแสดงผลงานของเธอที่แกกอเซียน แกลเลอรีในกรุงลอนดอน

การก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่ง ณ วันนี้ระดมทุนได้ถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (10,500 ล้านบาท) และได้ให้การสนับสนุนนักวิจัยร่วม 200 รายทั่วโลก อีกทั้งยังได้ริเริ่มการรณรงค์ต่อต้านมะเร็งเต้านมของ ELC ซึ่งเป็นการริเริ่มงานการกุศลที่ทำกันอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกของบริษัทเรา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพนักงานจำนวนมากทั่วโลก

“งานศพของเธอในนครนิวยอร์กจัดขึ้นแบบเป็นส่วนตัว เอเวอร์ลินพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ต้องการให้เธอช่วยเหลือในเรื่องนั้นๆ เช่น ช่วยหาหมอเก่งที่สุด และช่วยดูแลเขายามเจ็บป่วย เธอมีบางอย่างที่พิเศษที่ดูเหมือนจะทำให้คนจำนวนมากซาบซึ้งใจ กับความเพียรพยายามมอบสิ่งดีที่สุดของเธอให้กับทุกคนรอบข้าง” คือสิ่งที่ประธานเลียวนาร์ดกล่าวทิ้งท้ายถึงภรรยาที่ร่วมชีวิตกันมากว่า 52 ปีทองกึ่งศตวรรษ

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท