posttoday
เผยเคล็ดเป็น CHRO ที่ CEO ใฝ่หา

เผยเคล็ดเป็น CHRO ที่ CEO ใฝ่หา

12 ธันวาคม 2554

ผู้เขียนมีประสบการณ์สอนหนังสือในหลักสูตร HRM มาเป็นปีที่ 21

ผู้เขียนมีประสบการณ์สอนหนังสือในหลักสูตร HRM มาเป็นปีที่ 21

โดย.. รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้เขียนมีประสบการณ์สอนหนังสือในหลักสูตร HRM มาเป็นปีที่ 21 แล้ว ได้เห็นพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงในตัวนิสิตผู้เรียนในหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 20 ปีที่แล้วนิสิตกว่า 90% เป็นเพศหญิง และกว่า 90% มีพื้นฐานการศึกษาสำเร็จปริญญาตรีทางสายสังคมศาสตร์ แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีนิสิตชายเข้าศึกษามากขึ้นเป็นตัวเลขประมาณ 3040% และมีพื้นฐานการศึกษาจากสายวิชาอื่นมากขึ้น เช่น การเงิน บัญชี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ส่วนเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมานี้สัดส่วนของนิสิตชายได้เพิ่มมากขึ้นเกือบเท่าจำนวนนิสิตหญิง นอกจากนี้คนที่เรียนด้าน HR ก็เป็นคนที่มีพื้นฐานการศึกษาหลากหลาย ไม่ใช่มีแต่คนจบการศึกษาสายศิลป์หรือสายสังคมศาสตร์เท่านั้น

ผู้ที่เรียนมาแต่ละสายวิชาล้วนมีข้อเด่นและข้อด้อยด้วยกันทั้งสิ้น โดยทั่วไปผู้ที่จบสายศิลป์มักจะไม่ถนัดเรื่องตัวเลข สถิติและการคำนวณซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงาน HR ในยุคปัจจุบันและอนาคตให้มีประสิทธิภาพ เพราะยิ่งวันธุรกิจก็ยิ่งต้องพบกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ธุรกิจต้องแข่งกันในทุกๆ ด้านทั้งยอดขายและการแย่งส่วนแบ่งการตลาด การบริการลูกค้า การผลิต การลดต้นทุน ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนมีเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จเป็นตัวเลขทั้งนั้น งาน HR ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการวัดประสิทธิภาพของงาน วัดต้นทุน วัดความคุ้มทุนในการจัดจ้างและพัฒนาบุคลากรออกมาเป็นตัวเลขให้เห็นชัดๆ

เผยเคล็ดเป็น CHRO ที่ CEO ใฝ่หา

 

ในขณะเดียวกันผู้ที่จบทางสายวิทย์ ก็มักจะอ่อนด้อยเรื่องทักษะในการสื่อสารและจิตวิทยาในการจูงใจคน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งในการบริหาร HR เพราะบุคลากรในองค์กรล้วนมีค่านิยม ความต้องการ และแรงจูงใจที่แตกต่างกัน ลำพังจะใช้เพียงแต่ตัวเลขและข้อมูลต่างๆ มาบริหารพวกเขานั้นไม่เพียงพอ ต้องมีแม่ไม้ศิลปะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน รู้จักสร้างเครือข่าย และรู้จักเล่ห์กลชั้นเชิงของชาวองค์กรที่ชอบเล่นการเมืองด้วยกัน ซึ่งชั้นเชิงต่างๆ นี้พวกเรียนสายศิลป์จะเชี่ยวชาญมากกว่า

หายากมากค่ะที่คนเราจะพร้อมทั้งสองด้าน แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เรา (หมายถึงศศินทร์) ถึงต้องมีการพัฒนาความรู้และทักษะของมืออาชีพด้าน HR อย่างรอบด้าน กล่าวคือปูความรู้พื้นฐานด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ การบริหารการตลาด การเงินและบัญชี นอกเหนือไปจากองค์ความรู้และทักษะในงาน HR ที่ต้องศึกษากันแบบลงรากลึก และต้องผนึกเสริมแรงครั้งสุดท้ายด้วยทักษะการวิจัย

และเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้อ่านพบงานวิจัยที่จัดทำร่วมกัน โดยศาสตราจารย์ปีเตอร์ คัปเปลลี (Peter Capelli) แห่งมหาวิทยาลัยรัฐเพนซิลเวเนีย (University Of Pennsylvania) กับยาง ยาง (Yang Yang) นักวิจัยระดับปริญญาเอก ทั้งคู่ได้ค้นพบว่า 1 ใน 3 ของผู้บริหาร HR ระดับสูงของบริษัทที่ติดอันดับ 100 บริษัทยอดเยี่ยมของฟอร์จูน (Fortune 100 ) นั้น มีปูมหลังเคยทำงานในแผนกอื่นของบริษัทนั้นๆ มาก่อน ส่วนอีก 1 ใน 3 นั้นเป็นบุคคลที่จัดจ้างมาจากบริษัทอื่น

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งทางแคลิฟอร์เนีย ศาสตราจารย์เอ็ดเวิร์ด อี. ลอว์เลอร์ ที่ 3 (Edward E. Lawler III) ผู้อำนวยการศูนย์เพิ่มประสิทธิผลองค์กร (Center for Effective Organizations) ได้ออกมาเปิดเผยผลวิจัยที่ทางศูนย์ฯ ได้จัดทำการสำรวจบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 106 แห่ง ว่า 25% ของผู้บริหาร HR ระดับสูงของบริษัทเหล่านี้ ไม่เคยมีประสบการณ์งาน HR มาก่อนเลย ส่วนที่เหลือ 75% นั้นเป็นคนที่เติบโตมาจากสาย HR แท้ๆ ซึ่งศาสตราจารย์เอ็ดเวิร์ดได้ให้ความเห็นว่า บุคคลทั้งสองประเภทนี้ไม่ใช่บุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้บริหาร HR ระดับสูง แต่คนที่เหมาะสมที่สุดคือ ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ที่มีประสบการณ์การทำงานในแผนกอื่นด้วย

ทั้งนี้ เอเดรียน ฟอกช์ (Adrienne Fox) ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ฝนสหรัฐ ได้ประมวลผลวิจัยจาก 2 สถาบันดังกล่าว ร่วมกับการสอบถามความเห็นผู้เชี่ยวชาญงาน HR อีกหลายท่านจนหาข้อสรุปได้ว่า CEO ของบริษัทชั้นนำในปัจจุบันนี้เห็นความสำคัญของงาน HR ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของธุรกิจมากขึ้น และพวก CEO กำลังจ้องมองหา CHRO (Chief HR Officer) ที่เก่งกาจรู้จริงเรื่อง HR แต่มีข้อแม้ว่าต้องเคยผ่านประสบการณ์การทำงานในแผนกอื่นมาแล้ว โดยเฉพาะแผนกปฏิบัติการ (Operations) ซึ่งจะทำให้ HR เข้าใจวิธีคิด ความต้องการและกระบวนการทำงานของพวกเขา ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ข้อมูลใหม่นี้น่าจะเป็นกุญแจไขเคล็ดลับหนทางสู่การเป็น CHRO ให้ HR ชาวไทยกันได้เป็นอย่างดีนะคะ

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์