
ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา น้ำท่วม-โลกร้อน...ฝีมือคน?
ไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาลักชัวรี แบรนด์แมนเนจเมนต์ ที่ รีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษเกือบ 1 ปี
โดย...ปอย
ไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาลักชัวรี แบรนด์แมนเนจเมนต์ ที่ รีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษเกือบ 1 ปี ล่าสุดเรียนจบกลับมาเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ!! “น้ำหวาน” ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา เพิ่งกลับมาถึงเมื่อวันที่ 1 พ.ย.เป๊ะ! จึงโดนคุณน้องน้ำถล่มต้อนรับการกลับสู่บีเคเคไปแบบจัดเต็ม!!! น้ำท่วมไปเกือบถึงชั้น2ของบ้านย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ 41 แต่ก็นับว่ายังโชคดี ที่ “คุณแม่แต้ว รุ่งทิพย์” รีบขนของอพยพขึ้นไว้ชั้น2หมดแล้ว ทำให้สิ่งของต่างๆ ไม่แช่อยู่ใต้น้ำ
ขนาดว่าบ้านอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าจะระบายลงแม่น้ำใหญ่ได้รวดเร็ว แต่น้องน้ำก็ดื้อด้านไม่ไหลไม่ไหวติง น้ำนิ่งๆ ส่งกลิ่นคอนเฟิร์มดีกรีที่กลายเป็นน้ำเน่าอยู่ ณ ขณะนี้
น้ำท่วม-น้ำเน่า
ปี 2538 น้ำท่วมที่ว่าหนัก ชาวจรัญสนิทวงศ์ก็ยังไม่เดือดร้อนกันขนาดนี้นะคะ “น้ำหวาน” ภาวดี เปรยเล่าสู่กันฟังว่า เวลานี้ทั้งครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูก ต้องระเห็จจากบ้านโดยย้ายออกไปอยู่คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท เป็นผู้ประสบภัยอพยพกันอีก 1 รายของวิกฤตน้ำปีนี้
“น้ำเริ่มลดแล้วค่ะ แต่ชั้นล่างก็ยังปริ่มบันไดขั้นที่ 2 ซึ่งถือว่าระดับสูงมากค่ะ เพราะเมื่อปี 2538 ชั้นล่างน้ำมาได้ไม่ถึงพื้นชั้นล่างก็แค่ท่วมรอบๆ บ้านเท่านั้น แล้วจากปีนั้นบ้านจรัญฯ ก็ไม่เคยท่วมอีกเลย จากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแก้ไขปัญหาให้ประชาชนย่านนี้ โดยสร้างคลองระบายน้ำลงคลองบางกอกน้อย แต่ปีนี้หวานได้ข่าวว่าเขื่อนบางพลัดแห่งนี้แตกรับน้ำไม่ไหว ข่าวสารพวกนี้ตอนอยู่ลอนดอนหวานก็ติดตามโดยตลอดนะคะ จากเว็บไซต์ทีวี เราก็รู้สึกอินกับเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองไทยไม่น้อยไปกว่าญาติพี่น้องที่เมืองไทยทุกคนเลย” ภาวดี บอกเล่า
น้ำท่วมปี 2554 เกิดจากฝีมือคนหรือเปล่า?!! คำตอบก็ยังไม่มีใครให้ได้ชัดแจ้ง “ก็ขนาดน้ำจะท่วมไม่ท่วมบ้านเราหรือไม่? แล้วจากโรงรถ น้ำจะเข้ามาถึงห้องรับแขกไหม? บันไดขั้นที่เท่าไร? คำตอบพวกนี้ก็ไม่มีทีมบริหารจัดการน้ำมาบอกประชาชนได้ชัดเจนเลยค่ะ” น้ำหวาน กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะแก้เซ็ง
แต่สำหรับน้ำเน่า 2554 เกิดจากฝีมือคน (ไทย) แน่นอน!!! กับข่าวปัจจุบัน กทม.สามารถจัดเก็บขยะในพื้นที่ กทม.ทั้ง 50 เขตได้ประมาณ 11,300 ตันต่อวันแล้ว!!!
ซึ่งถือว่ามากกว่าปกติมาก ปริมาณขยะในภาวะปกติมีเพียง 8,500 ตันต่อวัน แต่ในช่วงน้ำท่วมนี้มีขยะเพิ่มขึ้นโดยในบางพื้นที่มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นกว่าภาวะปกติถึง 23 เท่า เป็นขยะจากการบริโภคแล้ว และขยะจำพวกเฟอร์นิเจอร์ เศษวัสดุ ที่แม้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นขยะ แต่ต้องกลายเป็นขยะไปในที่สุด
“แค่เดินเข้าไปในบ้านน้ำตาก็แทบไหลแล้ว เหม็นน้ำเน่า น่าสงสารบ้านมากๆ ความเห็นหวานทำไมปีนี้น้ำท่วมเมืองไทยหนักมาก คำตอบก็เพราะโลกร้อน จากการดำรงชีวิตคนยุคนี้ที่ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองก็ย่อมเกี่ยวข้องเป็นปัจจัยใหญ่แน่ๆ อยู่แล้วค่ะ นิวยอร์กราวกลางปีนี้ก็เจอทั้งพายุใหญ่ น้ำท่วมหนักหนาไม่แพ้บ้านเรา หวานคุยกับเพื่อนฝรั่ง ก็เห็นพ้องต้องกันว่า...สายไปแล้วละค่ะ (หัวเราะ) มนุษย์เราก็คงต้องยอมรับชะตากรรมนี้กันต่อไป แต่ถ้าจะแก้ไขให้ดีขึ้นคงเป็นไปได้ยาก นอกจากร่วมแรงร่วมใจลดการใช้ทรัพยากรทุกๆ อย่าง ใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อประวิงอุณหภูมิโลก สาธารณภัยที่เราไม่คาดฝันก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่มีทางยับยั้ง และนับวันความรุนแรงร้อนขึ้นเรื่อยๆ” ภาวดี บอกเล่าแสดงความเห็นที่หลายคนแค่คิดก็ไม่กล้าแล้ว
คุณภาพชีวิตรักษ์โลก
อพาร์ตเมนต์ที่ฟูแลมโรด ซึ่งถือเป็นย่านที่คุณภาพชีวิตดี ภาวดี เล่าว่า การไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศคือการได้เรียนรู้ประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งเรื่องภูมิอากาศ สภาพบ้านเมืองที่พัฒนาแตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัยในชีวิตประจำวันที่ทุกคนถือเป็นสำคัญที่สุด
“อยู่ที่นั่นเหมือนเราใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าอยู่ที่เมืองไทยนะคะ ห้องชุดของหวานที่ฟูแลมอยู่ชั้นใต้ดินเลยค่ะ อากาศจึงค่อนข้างชื้นมากๆ เชื้อราก็จะขึ้นเต็มบ้านโดยเฉพาะห้องน้ำ น่ากลัว หวานก็ต้องมานั่งขัดทุกๆ อาทิตย์ ทุก 2 เดือนก็ต้องมาขัดทาสีกันใหม่กับเพื่อนรูมเมต ก็เออ...รู้สึกว่าคนเราบางครั้งก็ยับยั้งอะไรไม่ได้เลยนะคะ ธรรมชาติให้มาและเป็นตัวกำหนดชีวิตเรา อุณหภูมิฤดูร้อนก็พอๆ กับเมืองไทย 30-35 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวก็ติดลบ อากาศดีค่ะ
ไปอยู่ที่นั่นใหม่ๆ การปรับตัวคือสิ่งแรกที่เรียนรู้ แน่นอนว่าปัญหาแรกของคนไทย คือ เรื่องการทิ้งขยะ หวานก็ทิ้งปกติเห็นถุงขยะของเพื่อนบ้านทิ้งอยู่ เราก็ทิ้งตามเขา ผลปรากฏว่าเขามาเคาะประตูตำหนิ เพื่อนบ้าน 2 คนมารุมดุว่าเราใหญ่เลย คุณทิ้งไม่ได้นะ คุณต้องมีจุดทิ้งของคุณเองโดยติดต่อกับทางเขตที่รับผิดชอบ ถังขยะแต่ละห้องต้องมีเบอร์ห้องพักติดไว้อย่างชัดเจน มั่วทิ้งไม่ได้ค่ะ พลาสติกก็ต้องแยกทิ้ง เพราะหวานดื่มน้ำขวดเอเวียง 1.5 ลิตร ราคาไม่แพงเลยค่ะ แพ็กละ 3 ปอนด์ (6 ขวด ราว 150 บาท) เมื่อคำนวณเทียบกับน้ำจากเหยือกกรองซึ่งใช้กระดาษฟิลเตอร์กรองน้ำก็ราคาพอๆ กันกับน้ำแร่เอเวียง
หวานยอมรับว่าชีวิตเราก็เลือกความสะดวกสบายนะคะ (หัวเราะ) เลือกน้ำขวด แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า ขวดน้ำยี่ห้อนี้ใช้ขวดแบบรีไซเคิลจริงๆ คือ เนื้อขวดจะบางกว่าปกติสามารถบีบให้แบนได้ ทิ้งในถังขยะรีไซเคิลขวดพวกนี้โดยเฉพาะ ซึ่งต่างจากเมืองไทยที่ซาเล้งเก็บขวดน้ำไปขาย ต้องกระทืบให้แบน (หัวเราะ) ก่อนขายต่อโรงรีไซเคิล” ภาวดี บอกเล่า
ปริมาณขยะล้นเมืองช่วงน้ำท่วมก็คงไม่ใช่ปัญหาของเมืองที่พัฒนาแล้ว ภาวดีชอบร้านรับซื้อ-ขายของเก่าที่มีอยู่มากมายหลายร้านดังทุกมุมถนนประมาณร้านสะดวกซื้อบ้านเราเลยทีเดียว เช่น ร้านอ๊อกแฟม รับบริจาคของเหลือใช้เพื่อขายต่อนำเงินไปใช้เพื่อการกุศล
“ชอบที่สุด คือ ตู้บริจาครองเท้า ก่อนกลับหวานก็ไปหย่อนไว้หลายคู่ค่ะ แต่เมืองไทยก็อาจกลายเป็นขยะเพราะไม่รู้จะหย่อนโละที่ไหน รองเท้าดีๆ แฟลชสวยมากยี่ห้อชาแนลก็เคยเห็น เฟนดิ แบรนด์เนมทั้งนั้นเลยค่ะ เพราะคนย่านนั้นฐานะดีค่ะ ของบริจาคก็มีคุณภาพ ก่อนกลับนอกจากเสื้อผ้าส่วนหนึ่งที่ขนกลับไม่ไหว โต๊ะ ตู้ เครื่องครัว ทีวี ตู้เย็น เราก็มีที่บริจาคให้คนนำไปรียูส ร้านอ๊อกแฟมบางสาขาใหญ่มากๆ เลยค่ะ แล้วของใหม่ๆ ทั้งนั้นให้เลือกชมเลือกซื้อ และเลือกบริจาคกัน” ภาวดี กล่าว
บ้านเมืองมีระบบระเบียบ มีต้นไม้ร่มครึ้ม กระรอก สุนัขจิ้งจอกวิ่งว่อนอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ ภาวดี บอกเล่าคือตัววัดความใกล้ชิดธรรมชาติการันตีกลางเมืองฟูแลม สวนสาธารณะใหญ่มีเยอะมาก...ว่าแล้วก็คิดถึง กทม. เมื่อไรพวกเราจะได้อยู่ท่ามกลางเมืองสวยๆ ดีๆ แบบนี้กับเขาบ้าง?!!







