
ปฏิบัติการ...แก้วิกฤตขยะ
สสารไม่หายไปจากโลก ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ “ขยะ” ต้นเหตุแห่งกลิ่นและกองซาก ที่ในเวลานี้ไม่ยอมหายไปง่ายๆ
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
สสารไม่หายไปจากโลก ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ “ขยะ” ต้นเหตุแห่งกลิ่นและกองซาก ที่ในเวลานี้ไม่ยอมหายไปง่ายๆ จาก กทม. และส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่วเมือง หรืออย่างน้อยก็ใน 10 เขตประสบภัยน้ำท่วม ขยะ กทม.นั้นปกติก็มากมายมหาศาลอยู่แล้ว ยิ่งภายใต้สภาวะไม่ปกติของมหาอุทกภัย ขยะหลังน้ำลดได้ทวีคูณขึ้นขนาดไหนยังไม่กล้าคิด ขยะ(เน่า)กองมหึมาเหล่านี้จะถูกเก็บกวาดหรือจัดการอย่างไร กทม.รีบออกมาบอกด่วน!!!
อึ๋ยย์...ขยะหลังน้ำลด
พรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในภาวะปกติ กทม.จัดเก็บขยะ 8,800 ตันต่อวัน หากตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.เป็นต้นมา ต้องหยุดเก็บในหลายเขตเพราะน้ำท่วม ขยะกองพะเนินเทินทึกชนิดว่าเหนือคำบรรยายจึงมีให้เห็นเป็นการทั่วไป ถนนบางสายน้ำลดแล้วก็กลายเป็นถนนขยะ เพราะถูกขยะท่วมทับในทุกที่ทาง จากขยะในชีวิตประจำวันส่วนหนึ่ง และจากขยะน้ำท่วมหรือขยะเปียกน้ำ ประเภทโต๊ะ ตู้ เตียง ปาร์ติเกิลบอร์ดผุ เฟอร์นิเจอร์หรือฟูกฉ่ำๆ ชักโครก ฝ้าเพดานไม่ใช้แล้ว ฯลฯ ที่เพิ่มมาแบบจัดเต็มก็อีกส่วนหนึ่ง
“ปัญหาหนักของคนเมืองที่ต้องบอกว่าเห็นใจจริงๆ” พรเทพ กล่าว
ย้อนกลับไปในช่วงน้ำท่วมหนัก กลางเดือน ต.ค.กลางเดือน พ.ย. หลายพื้นที่ของ กทม.น้ำท่วมสูง เขตไม่สามารถเข้าไปจัดเก็บขยะได้ ขณะที่กำลังคนก็พร่องไปมาก พนักงานเก็บขยะของ กทม. จาก 3 หมื่นคน แต่เพราะน้ำท่วมบ้านก็ลาหยุดไป 2 หมื่นคน เท่ากับกำลังคนหายไป 2 ใน 3 รถขนขยะเข้าพื้นที่ไม่ได้ในหลายจุด กระบวนการเก็บและตารางเวลาจัดเก็บเลื่อนเละไม่เป็นส่ำ
การกำกับดูแลกระบวนการจัดเก็บขยะกลายเป็นเรื่องยาก อีกยังระส่ำระสายต่อเนื่อง จนแม้เมื่อน้ำลดระดับลง แต่จำนวนคน จำนวนรถ และอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังไม่ปกติ ทั้งๆ ที่ถึงตอนนี้ กทม.มีภาระเป็นขยะส่วนเกิน หรือที่เรียกกันติดปากว่าขยะน้ำท่วมดังกล่าว เพิ่มขึ้นจากขยะปกติอีก 34 หมื่นตันต่อเขตพื้นที่น้ำท่วม ปัญหาหนักหนาสาหัสที่ท่วมทับคนน้ำท่วมให้ต้องโวยลั่นๆ
ปฏิบัติการกู้เมือง
เพราะลงว่าเป็นขยะแล้วก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ หากคน กทม.ยามนี้ต้องจำใจใกล้ชิดสนิทเชื้อกับขยะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ภาพอุจาดบาดตาและหัวใจ กองก่ายและกลาดเกลื่อนอยู่แทบจะทุกฟุตปาททางเดิน แต่ที่หนักหนาสาหัสเห็นจะเป็นกลิ่นเน่าเหม็นเฉพาะตัวของน้ำท่วม(เน่า) ที่ดูเหมือนจะลอยมารอจ่อจมูกคน กทม.อยู่ตลอดเวลา อธิบายแทนกันไม่ได้ และดมแทนกันก็ไม่ได้ ปัญหาที่ทุกฝ่ายเข้าใจและเห็นใจ
อยากให้ขยะหายวับไปกับตาจะเป็นไปได้หรือไม่ พรเทพ กล่าวว่า กทม.กำลังเรียกสรรพกำลังและระดมทุกสรรพวิธีเพื่อกู้ กทม.ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปลอดจากขยะ ปลอดจากกลิ่น และปลอดจากเชื้อสรรพโรคะ กระบวนการกู้เมืองต้องให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว โดยภายในกลางเดือน ธ.ค.นี้ เมนโรดหรือถนนหลักทุกสายจะเข้าสู่ภาวะปกติ และภายใน 31 ธ.ค. 2554 ถนนทุกเส้น ทุกซอยเล็กและทุกซอยน้อยทั้ง กทม. “คลีน”
“เรารีบประเมินกำลังของเราใหม่ ทันทีที่น้ำลดเราอัพเดตตัวเอง เรียกสรรพกำลังและระดมสรรพวิธี อุดรอยรั่วและเสริมกำลังทัพกู้ กทม.คืนกลับภาวะปกติ” พรเทพ ระบายยิ้ม มองในมิติว่ากำลังใจดี เขาบอกว่าทางออกเรื่องขยะคือ ทุกคนทุกส่วนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันประชุมหารืออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อขุดรากถอนโคนขยะน้ำท่วมให้ทันเส้นตายที่วางไว้
น้ำลง...รีบทำ
น้ำขึ้นแล้วก็ลง...เมื่อน้ำลงก็ต้องรีบทำ มาตรการกู้เมืองหลังน้ำลดไล่มาตั้งแต่แผนเรือลากขยะ ในบางพื้นที่ต้องใช้เรือร่วมชักลากขยะจากพื้นที่น้ำท่วมเอามาผูกไว้ที่จุดแห้ง รอรถขนขยะมาถ่ายไปอีกต่อหนึ่ง การชักลากใช้วิธีให้เขตจ้างชุมชนอาสาสมัคร ช่วงแรกมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะอาสาสมัครไม่คุ้นเคย จึงได้รับบาดเจ็บจากการขนหรือชักลาก แต่ปัจจุบัน กทม.ส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์จำเป็นให้ (ถุงมือ บู๊ตกันบาด หน้ากากกันเหม็น) มีค่าจ้างให้ด้วย
“น้ำเริ่มแห้งบางจุดก็เอาขยะมากองเลย ลุยเลย ปัญหาจริงๆ ของเรา คือ รถดัมพ์ หรือรถวิ่งสั้นที่ใช้ขนขยะในแต่ละเขต เก็บขยะจากซอยมาที่ดัมพ์ไซต์ หรือจุดเทกอง รถไม่พอ ขยะก็ตกค้างเยอะ เราแก้โดยเช่ารถเพิ่ม รวมทั้งกำหนดระเบียบใหม่ จี้เที่ยววิ่งรถอย่างละเอียด ชนิดว่าวันเวลา กำกับเวลาแบบเป๊ะๆ คันหนึ่งต้องวิ่งให้ได้กี่เที่ยวๆ” พรเทพ กล่าว
ส่วนรถขยะใหญ่ของ กทม. ไม่ค่อยมีปัญหา รถของ กทม.จริงๆ มีจำนวน 300 คัน เป็นรถสีเหลือง ส่วนรถสีเขียวเป็นรถเช่าอีก 2,000 คัน อย่างไรก็ตาม ก็อาจต้องเพิ่มจำนวนขึ้น ปัญหาใหญ่ที่พบอีกอย่าง คือ ปัญหาการรอชั่งขยะ โรงรับซื้อของเก่าไม่เปิด ขยะก็ไม่ไป กทม.แก้โดยสั่งยกเลิกการชั่ง การคัดแยก แต่เอาเข้าจริงขยะก็ยังไม่ค่อยเดิน กทม.ต้องไปช่วยให้โรงรับซื้อของเก่าเปิดได้ เช่น ไปช่วยสูบน้ำให้แห้ง เปิดดำเนินการได้ขยะจึงค่อยขยับเขยื้อน
นอกจากนี้ ก็มีแผนสนับสนุนอีก ได้แก่ แผนเข้าฟื้นฟูแบบเบ็ดเสร็จในหมู่บ้านหรือชุมชนขนาดใหญ่ เคลียร์และคลีนแบบ 100% ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อรา ตรวจซ่อมสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ฯลฯ หัวหอกคือหมู่บ้านชวนชื่นย่านทวีวัฒนา จากนั้นจะกระจายเข้าฟื้นฟูในอีก 800 ชุมชนน้ำท่วมต่อไป สำหรับชุมชนอื่นอย่าน้อยใจ มีปัญหาเรื่องขยะโทร.ได้ 24 ชั่วโมง สายด่วน กทม. 1555 หรือไม่ก็เข้าเฟซบุ๊ก Porntep Techapaibul
ตบท้ายด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ข่าวว่า กทม.จะเพิ่มการจัดเก็บขยะให้ได้ 1.16 หมื่นตันต่อวัน โดยเพิ่มจำนวนคนและจำนวนรถขนขยะให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ล้นเกิน คำถามสุดท้าย คือ ขยะเปียก ขยะแห้ง จะเหือดหายไปจาก กทม.จริงหรือ ขึ้นปีใหม่ 2555 ไม่อยากหอบขยะและความหลังอันเจ็บปวดข้ามปีไปด้วย
คงต้องมาติดตามกันว่าปีใหม่นี้...คน กทม.จะสมหวัง หรือยังต้องอุดจมูกอยู่...อะจ๊ากก
&<2288;
&<2288;
&<2288;







