
แพทย์มะกันเล็งออกกฎเหล็กใหม่แบนหนุ่มสาวสำส่อนบริจาคอวัยวะ
ต่อไปนี้ชาวอเมริกันที่กำลังคิดจะไปทำความดีด้วยการบริจาคอวัยวะอาจต้องเตรียมตัว
ต่อไปนี้ชาวอเมริกันที่กำลังคิดจะไปทำความดีด้วยการบริจาคอวัยวะอาจต้องเตรียมตัว
เจอการซักถามครั้งใหญ่จากแพทย์ ภายหลังหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) งัดกฎเหล็กสั่งห้ามหนุ่มสาวชาวอเมริกันที่มีคู่นอนเกินปีละ 2 คนบริจาคอวัยวะ
เพราะมองว่าผู้ที่มีคู่นอนเกินปีละ 2 คน เข้าข่าย “สำส่อน” เกินที่จะบริจาคอวัยวะ เนื่องจากเสี่ยงที่จะมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเอชไอวี โรคไวรัสตับอักเสบบี และโรคไวรัสตับอักเสบเอ ซีดีซีจึงตัดสินใจออกกฎดังกล่าวเพื่อปกป้องผู้ป่วยทั่วประเทศ
แน่นอนว่ากฎดังกล่าวก็กลายเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ทันที โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างแรง โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยนั้นมองว่าจะส่งผลให้การบริจาคอวัยวะซึ่งขาดแคลนอยู่แล้วลดน้อยลงไปอีก ซึ่งจะยิ่งเป็นอันตรายและสร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยที่กำลังรอการถ่ายอวัยวะ
“ถ้าออกกฎเช่นนี้ ดังนั้นนักศึกษาทั่วประเทศก็เข้าข่ายไม่เหมาะสมที่จะบริจาคอวัยวะ” แฮร์รี ดอร์นอริอาส แพทย์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าว โดยมองว่าต่อไปนี้คนธรรมดาๆ ก็จะไม่สามารถบริจาคอวัยวะได้ เนื่องจากปัจจุบันหนุ่มสาวจำนวนมากมีคู่นอนเกินปีละ 2 คนกันทั้งนั้น
ด้านซีดีซีก็รีบออกมาตอบโต้ทันทีว่า กฎใหม่นี้ไม่ได้แปลว่าซีดีซีจะสั่งแบนชาวอเมริกันไม่ให้บริจาคอวัยวะแบบไร้เหตุผล เพียงแต่ต่อไปนี้ผู้ที่สนใจบริจาคจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติที่ละเอียดมากขึ้นเท่านั้นเอง
“เราให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นหลัก โดยเราต้องการสร้างความมั่นใจให้กับคนไข้ว่าเขากำลังได้รับอวัยวะที่ดีและปลอดภัย” แมททิว เคอร์เนิร์ต ผู้อำนวยการสำนักงานด้านเลือด อวัยวะ และเนื้อเยื่อของซีดีซี กล่าว
แต่การซักถามที่ละเอียดขึ้นนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากกังวลว่าผู้ที่ต้องการบริจาคอวัยวะอาจรู้สึกอึดอัดที่จะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตเซ็กซ์ของตนเอง จนสุดท้ายก็อาจปฏิเสธที่จะบริจาคก็เป็นได้
“หากเป็นการบริจาคให้กับคนในครอบครัว คุณจะกล้าบอกคนที่คุณรักหรือไม่ว่าปีนี้คุณมีคู่นอนกี่คน ดังนั้นเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะโกหกมากกว่ายอมเปิดเผยความจริง” ดอร์นอริอาส กล่าว
ด้านผู้เชี่ยวชาญรายอื่นก็มองว่า กฎใหม่นี้จะสร้างความหวาดกลัวให้ผู้บริจาค ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีอย่างแน่นอน เพราะแต่ละปีมีชาวอเมริกันมากถึง 1.12 แสนคน ที่กำลังรออวัยวะใหม่ แต่มีเพียง 2.8 หมื่นคน ที่จะได้รับอวัยวะจริงๆ เนื่องจากเกิดการขาดแคลนผู้บริจาคอย่างหนัก
ได้ยินอย่างนี้แล้วก็แอบหวาดเสียวแทนผู้ป่วยชาวอเมริกัน เพราะเชื่อว่าในยุคสมัยนี้การจะเสาะหาหนุ่มสาวที่คบแฟนเพียงคนเดียวนั้น ยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก







