posttoday
มหันตภัยในความฝัน

มหันตภัยในความฝัน

08 ธันวาคม 2554

สดๆ ร้อนๆ เพิ่งจะถูกจัดให้เป็น 10 หนังอินดี้ยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมนักวิจารณ์หนังแห่งชาติอเมริกา

โดย...โจ-ลิฟวิ่ง

สดๆ ร้อนๆ เพิ่งจะถูกจัดให้เป็น 10 หนังอินดี้ยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมนักวิจารณ์หนังแห่งชาติอเมริกา (National Board of Review Awards) แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะชอบมันนะ และยิ่งมียี่ห้ออินดี้แปะท้ายเอาไว้เป็นยันต์กันผี แน่นอน การจะเข้าถึงคนหมู่มากย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก (เชื่อสิ)

เหนืออื่นใด Take Shelter ก็กลับมีทีท่าเป็นมิตรระดับหนึ่ง ไม่ทำอาการมึนตึงใส่ หรือเพิกเฉยในความรู้สึกของคนดู สำคัญคือ แม้จะมีลีลายอกย้อนบ้าง ทว่าก็ไม่ถึงขั้นชวนให้น่าหมั่นไส้ ไปกับความพยายามที่จะเป็นหนังฉลาดแกมโกง ประเภทโกงความตาย โกงความรู้สึก แล้วก็โกงเงินกระเป๋าคนดู ถ้าเข้าอีหรอบนั้น โคตรจะเซ็งเลย!?! .

ส่วนตัวมองว่ามันก็เป็นหนังอินดี้เรื่องหนึ่งที่ดูง่ายมาก ไม่ต้องปีนบันไดดูก็ดูรู้เรื่อง ถึงจะเป็นชีวิตแบบอินดี๊ ---อินดี้ แต่เนื้อหาก็ไม่อินดี้เกินไป

มหันตภัยในความฝัน

มันอาจจะดูหดหู่ แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความหวัง ไม่ใช่หนังน่าเบื่อที่ต้องทนนั่งดูอย่างทรมานใจ รวมทั้งยังไม่ทำให้เผลอหลับได้ (เว้นแต่คุณจะอดนอนไปดูนะ อันนั้นคนละเรื่องกัน) แม้สีหน้าพระเอก “ไมเคิล แชนนอน” จะอมทุกข์ทั้งเรื่อง หรือการแสดงของ “เจสสิกา เชสเทน” จะเคร่งเครียดไปหน่อย สรุปก็ยังรู้สึกชอบอยู่ดีแหละ (ฟันธง ---ไมเคิลกับเจสสิกาน่าจะมีรางวัลด้านการแสดงจากไม่เวทีใดก็เวทีหนึ่งเป็นของแถม)

หนังไม่ทะเยอทะยานแบบเวอร์ๆ หรือบรรจงสร้างพล็อตให้อาร์ตแตก จนเกิดอาการเหวอรับประทาน อารมณ์หนังมีความเศร้ามากกว่าความผ่อนคลาย จริงจังในบางจังหวะที่พร้อมจะขึงขัง แทรกด้วยความตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลย นี่ไม่ใช่หนังหายนะพายุถล่มเมือง หรือหนังว่าด้วยการดับสูญของโลก ที่ล้ำลึกด้วยปรัชญาสูงส่ง หรือใช้เทคนิคล้ำๆ มาเล่าเรื่องเพื่อสร้างความดึงดูดใจ ดูจบเดินออกจากโรงถ้าเห็นใครตาแดงๆ ก็อย่าหาว่าเขาเป็นคนขี้แยล่ะ เพราะหลายๆ ฉากมันซึ้งจับใจทีเดียว

สิ่งที่หนังนำเสนอ ก็เป็นเรื่องชายคนหนึ่ง ซึ่งฝันเป็นตุเป็นตะ ฝันเห็นหมากัดแขน ฝันเห็นชายแปลกหน้าจะมาขโมยลูกสาวที่พิการทางหู ฝันเห็นปรากฏการณ์ประหลาดนั่นนู่นนี่ แล้วเขาก็ฝันติดๆ กันหลายคืน ไม่พอ ฝันนั้นยังตามหลอกหลอนตอนกลางวัน สมองเขาเห็นภาพฝูงนกที่ก่อตัวกันเป็นพายุ จู่ๆ ก็หล่นมาจากฟ้ากลายเป็นฝนนกซะงั้น

มหันตภัยในความฝัน

จากฝันร้ายก็ผันเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เข้าขั้นวิตกจริต ครุ่นคิดว่าจะหาหลุมหลบภัยยังไง ต่อเนื่องเป็นคิดการใหญ่ไปกู้เงินเป็นหนี้เป็นสินมาสร้างหลุมหลบภัย หนำซ้ำความซวยยังเล่นงานไม่ลดละ เพราะเขาแอบเอารถขุดบริษัทมาใช้โดยพลการ เมื่อเจ้านายรู้เข้าเขาก็โดนไล่ออกทันควัน นี่ล่ะคือชีวิตของ “เคอร์ติส”

เคอร์ติส--- ไม่ปกติ เขาอาจจะเป็นเช่นนั้น ในสายตาของคนรอบข้าง และเคอร์ติสเองก็คิดว่าตัวเขาเป็นเช่นนั้นจริง แต่ลึกๆ สิ่งที่เคอร์ติส คิดและฝัน จับจดและจับจ้อง ย้ำคิดและย้ำทำ ถึงมหันตภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ก็ล้วนมาจาก พลังศรัทธาที่เขาเชื่อมั่น ว่ามันคือเรื่องจริง หาใช่เรื่องเท็จ เรื่องเพ้อเจ้อ หรือเรื่องจินตนาการในฝัน

ความสงสัยของคนดูที่มีต่อตัวเคอร์ติสและปรากฏการณ์เหวอๆ ก็คงไม่มีใครหาคำตอบได้กระจ่างชัด กระทั่งตัวเคอร์ติสเอง ขณะที่หนังก็คลี่คลายด้วยการให้เวลาเป็นตัวช่วยค้นหาคำตอบนั้นว่ามหันตภัยร้าย--- พายุทอร์นาโดลูกใหญ่ถล่มเมือง--- ห่าฝนที่มีเม็ดสีคล้ำดำดั่งน้ำมันเครื่อง จะเกิดขึ้นหรือไม่

สำหรับเคอร์ติสแล้วดูเหมือนว่ามหันตภัยก็ได้เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ ในชีวิต มันอาจไม่ใช่พายุทอร์นาโดลูกใหญ่ถล่มเมือง หรือห่าฝนที่มีเม็ดสีคล้ำดำดั่งน้ำมันเครื่อง แต่มันเลวร้ายยิ่งกว่า เมื่อภาวะจิตใจเขาเกิดความสับสน พร้อมกันนั้น สถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป เขาถูกกล่าวหาว่า “บ้า” สุดท้ายก็กลายเป็น “คนตกงาน”

มหันตภัยในความฝัน

ถึงอย่างนั้น ยามที่เคอร์ติสตกอยู่ในห้วงเหวฝันร้าย เขาก็กลับมีค่าในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่จะยืนหยัดและนำพาอีก 2 ชีวิตก้าวเดินต่อไป ภรรยา “ซาแมนธา” ลูกสาว “ฮันนาห์” ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนไกล ยัง ---จับมือ ซบไหล่ หอมแก้ม ร้องไห้ และอยู่เคียงข้างเคอร์ติสตลอดเวลา

นั่นแสดงว่า ณ วันที่มหันตภัยมาเยือน (จะแค่ในฝันหรือเกิดขึ้นจริง) กำลังใจจากคนในครอบครัว คือสิ่งสำคัญที่สุด

และที่สำคัญกว่าเห็นจะเป็น “สติ” นี่ล่ะที่ทุกคนยังต้องตั้งมั่นไว้เสมอ สั้นๆ คือ “สติมาปัญญาเกิด”

เช่นเดียวกับเคอร์ติสและครอบครัว ที่สามารถรับมือกับมหันตภัยสุดร้ายกาจได้ ก็เพราะการมีสติและใช้ปัญญา


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท