
สัญญาณการฟื้นตัว...ยัดห่วงไทย
แม้จะไม่ใช่กีฬายอดนิยมเหมือนฟุตบอลหรือวอลเลย์บอลหญิง แต่ตอนนี้บาสเกตบอลไทยก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น
แม้จะไม่ใช่กีฬายอดนิยมเหมือนฟุตบอลหรือวอลเลย์บอลหญิง แต่ตอนนี้บาสเกตบอลไทยก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น
การคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีของทีมยัดห่วงสาวไทย และรองแชมป์ของทีมชายที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้วงการบาสเกตบอลกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนั้น ความสำเร็จดังกล่าวยังทำให้สื่อหันมาพูดถึงเรื่องผลงานในสนามมากกว่าที่จะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในสมาคม
ก่อนศึกซีเกมส์ที่แดนอิเหนาจะเปิดฉากขึ้น ทีมบาสไทยเกือบถูกแทรกแซงจากสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (ฟีบา) ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากมีปัญหาคณะกรรมการบริหารซ้ำซ้อน ซึ่งถือว่าผิดระเบียบของฟีบา ที่ระบุว่าแต่ละชาติต้องมีคณะกรรมการบริหารเพียงชุดเดียว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เคลียร์ปัญหากันเสร็จสิ้น และได้รับไฟเขียวให้ลงชิงชัยในศึกชิงเจ้าอาเซียน เหล่านักยัดห่วงไทยก็ทำผลงานได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะทีมหญิงที่สามารถคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังพลิกสถานการณ์กลับมาเฉือนชนะฟิลิปปินส์ หลังต่อเวลาพิเศษอย่างสุดมัน 75-73
จำได้ว่าตัวเองเคยไปนั่งเชียร์ “พี่แว่น” สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เย้วๆ ในสนามในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่เชียงใหม่เป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2538 ซึ่งตอนนั้นทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์ได้ด้วย และแม้ทีมชายจะพ่ายฟิลิปปินส์ มหาอำนาจของภูมิภาคนี้ แต่กระแสบาสเกตบอลก็ยังถือว่าบูมมากในยุคนั้น (เช่นเดียวกับวอลเลย์บอลหญิงไทยในช่วงนี้)
ทว่า หลังร้างลาความสำเร็จมานานหลายปี โดยที่มาเลเซียครองความยิ่งใหญ่ประเภททีมหญิง ในขณะที่ทีมชายก็ยังไม่มีใครโค่นบัลลังก์ของหนุ่มตากาล็อกได้ ทำให้ความนิยมกีฬาบาสเกตบอลในไทยเริ่มเลือนหายไปตามกาลเวลา
อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่ได้รับการคาดหวังมากนักจากแฟนกีฬาชาวไทยก่อนศึกซีเกมส์ครั้งที่ 26 แต่สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะต้องได้เหรียญทองจากทีมหญิง และเข้าชิงฯ ในประเภททีมชาย
เมื่อทำได้สำเร็จตามเป้า จึงเป็นที่มาของงาน “สิ้นสุด 16 ปี ที่รอคอย ฉลองฮีโร่ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน บาสเกตบอล ซีเกมส์ ครั้งที่ 26” เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสมาคมร่วมกับทีโอเอ และไทยเบฟ ก็เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้กับเหล่านักกีฬา
ทีมหญิงได้รับโบนัสจำนวน 1 ล้านบาท และ ซัลวาตอเร โคปปา โค้ชชาวอิตาเลียนได้ 5 แสนบาท หลังพาทีมประสบความสำเร็จ ทั้งที่คุมทีมได้แค่ 6 เดือน ขณะที่ทีมชายได้รับเงินอัดฉีดไป 7.4 แสนบาท
สุรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา นายกสมาคมบาสฯ เผยว่า เป้าหมายต่อไปคือการพาทีมหญิงติดท็อป 3 ศึกเอเชียนเกมส์ 2014 ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยไทยได้สิทธิไปเล่นแน่นอนแล้วในฐานะแชมป์ซีเกมส์
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเบียดกับทีมชั้นนำในประเภทหญิงอย่างจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ นั่นทำให้สมาคมวางแผนที่จะดึงโค้ชในระดับเอ็นบีเอมาทำงานอีกครั้งหลังจากที่ โคปปา หมดสัญญาไปแล้ว
นอกจากนั้น แผนการระยะยาวก็คือการสรรหาผู้เล่นที่มีรูปร่างสูงใหญ่และทักษะดี เพื่อเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ ก่อนจะถึงเอเชียนเกมส์ที่เมืองอินชอน
ขณะที่สังเวียนเล็กลงมาอย่างซีเกมส์ครั้งที่ 27 ซึ่งพม่าจะเป็นเจ้าภาพในอีก 2 ปีข้างหน้า สมาคมก็หวังว่าจะคว้าได้ทั้ง 2 เหรียญทอง แม้ว่าทีมชายจะต้องเจองานหนักกับคู่ปรับเก่าก็ตาม
อีกหนึ่งวิสัยทัศน์ที่ดีของสมาคมก็คือ การพยายามผลักดันให้มีการก่อตั้งบาสลีกอาชีพขึ้นมา โดยจะมีการเปิดตัวประเภททีมชายก่อนในปีหน้า ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 ทีม และต้องใช้งบประมาณสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย ซึ่งเงินรางวัลสำหรับแชมป์จะแตะหลักล้านเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ลีกอาชีพในประเภทหญิงอาจจะต้องรออีกสักระยะ แต่ไม่น่าจะเกิน 2 ปี เนื่องจากตอนนี้มีทีมอาชีพที่พร้อมแข่งขันแค่ 4 ทีมเท่านั้น
แม้ตอนนี้ทีมยัดห่วงสาวไทยจะยังรั้งที่ 6 เอเชีย และอันดับ 42 โลก ขณะที่ทีมชายไม่ติดท็อป 80 โลก จากการจัดอันดับล่าสุดของฟีบา แต่ดูจากความมุ่งมั่นของสมาคม และความตั้งใจจริงของนักกีฬารวมทั้งสตาฟฟ์โค้ช ก็ชวนให้เชื่อได้ว่าวงการบาสเกตบอลไทยน่าจะกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง







