
เตรียมดูแลบ้านเพื่อสุขอนามัยหลังน้ำลด
ข้อแนะนำมีประโยชน์ในการเตรียมพร้อมดูแลบ้านเพื่อสุขอนามัยหลังน้ำลด
โดย...พญ.ทัศลาภา แดงสุวรรณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
น้ำท่วมในภาคกลางและกรุงเทพฯ ปีนี้ ถือเป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงมากในรอบหลายสิบปี มีผู้ประสบชะตากรรมมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม ถึงแม้หลายบ้านเองยังจมกับน้ำท่วม แต่หลายบ้านได้ผ่านพ้นภาวะน้ำท่วมบ้านไปแล้ว และสมาชิกในบ้านพร้อมจะกลับเข้าไปพักอาศัยในบ้านเดิมของตน แต่ก่อนที่จะพักอาศัยได้นั้น ประชาชนมักต้องกลับไปสำรวจและทำความสะอาดบ้านก่อน แนะนำว่าควรเตรียมการให้ดี ควรเพิ่มความระวังบางจุด ได้แก่
1.ตะไคร่น้ำ เนื่องจากพื้นที่น้ำขังมักมีตะไคร่น้ำทำให้ลื่นและอาจหกล้มได้ ดังนั้นควรใส่รองเท้าที่มีพื้นตะปุ่มตะป่ำเพื่อให้เกาะพื้นผิวได้ และควรทำความสะอาดด้วยการขัดตะไคร่น้ำออกไปก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุสำหรับตัวท่านและผู้อื่น
2.ฝุ่นบ้าน ในบ้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน เนื่องจากต้องปิดบ้านไว้แล้วไปอยู่ที่อื่นช่วงน้ำท่วม อาจมีฝุ่นสะสมมาก ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นอาจมีอาการแสดงของภูมิแพ้ได้
3.เชื้อรา เนื่องจากเชื้อราชอบบริเวณอับชื้น บ้านที่มีน้ำท่วมขังจึงมีโอกาสเพาะพันธุ์เชื้อราไว้ในบ้าน การสัมผัสเชื้อราอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อราในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ อาการที่แสดงที่เป็นขึ้นกับอวัยวะที่สัมผัส สำหรับประชาชนโดยทั่วไปที่แพ้เชื้อรา อาจมีอาการแสดงของการแพ้ได้
4.สารก่อภูมิแพ้จากน้ำลายของแมวหรือของสุนัข เนื่องจากบางบ้านที่ปิดไว้นานอาจมีแมวหรือสุนัขจรจัดเข้าไปอาศัยในบ้านของท่านขณะที่ไม่มีผู้พักอาศัย ทำให้ผู้ที่แพ้ต่อสารดังกล่าวเกิดอาการแสดงของภูมิแพ้ได้
สำหรับอาการแสดงของภาวะภูมิแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ อาการไอ จาม คัดจมูก คันจมูก คันตา เคืองตา น้ำตาไหล แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หอบ คัน หรือเกิดผื่นตามบริเวณผิวหนัง ในรายที่เป็นรุนแรงอาจเสียชีวิตจากการเกิดภาวะอะนาฟัยแลกซิสได้
การป้องกันโดยทั่วไปคือ สวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ แว่นตาพลาสติกขนาดใหญ่ ใช้หน้ากากหรือผ้าสะอาดปิดจมูกและปาก และสวมเสื้อผ้ามิดชิด เพื่อมิให้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้โดยตรง
การกำจัดไรฝุ่นและน้ำลายแมวและสุนัข ได้แก่ การทำความสะอาดโดยทั่วไป และการทำความสะอาดผ้าที่ใช้ในการนอน (ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง) ด้วยความร้อนอุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10-30 นาที เพื่อฆ่าไรฝุ่น
สำหรับเชื้อรา ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ในประเทศและต่างประเทศแนะนำว่าควรเปิดบ้านทิ้งไว้ 1-2 วัน ให้แสงแดดส่องถึงเพื่อฆ่าเชื้อราก่อนเริ่มทำเก็บกวาดทำความสะอาดภายในบ้าน สำหรับวัสดุบางอย่าง เช่น พรม ที่นอนหนา ซึ่งเป็นวัสดุที่ยากแก่การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อราได้หมด แนะนำว่าควรทิ้งไปเพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
หลังทำความสะอาดบ้าน ควรทำความสะอาดร่างกาย สระผมให้สะอาด และซักเสื้อผ้า รวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์ที่สวมป้องกัน และอุปกรณ์ทำความสะอาดให้สะอาด เพราะอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นมีเชื้อรา ไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้จากแมวหรือสุนัขสะสมอยู่ได้







