posttoday
ประตูแชมป์พรีเมียร์ชิพยังเปิดกว้าง

ประตูแชมป์พรีเมียร์ชิพยังเปิดกว้าง

05 ธันวาคม 2554

ทีมบิ๊กเนมต่างพาเหรดซิวชัยกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล

โดย...ราชันเบอร์ 23

ทีมบิ๊กเนมต่างพาเหรดซิวชัยกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล รวมถึง สเปอร์ส ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพปีนี้คึกคัก โดยเฉพาะทีม “เรือใบสีฟ้า” ที่โกย 3 แต้มเป็นว่าเล่น และยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ ล่าสุดยังแล่นฉิวติดลมบนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดรัง เอติฮัด สเตเดียม ถล่ม “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช เละยิ่งกว่าโจ๊กโดนระเบิด 5-1 ประตู เสียรังวัดไปไม่น้อย สำหรับน้องใหม่ที่ขึ้นชื่อว่ามักเล่นดีกับทีมใหญ่ ยังต้านไม่อยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าเกมรุกของ “เรือใบสีฟ้า” เข้าฝักและทีมเวิร์กลงตัว แม้ว่าปัญหาจะอยู่ที่แผงกองหลัง

สำหรับเกมนัดนี้กว่าที่ แมนฯ ซิตี ปลดล็อกยิงประตูแรกได้ต้องรอกระทั่งนาทีที่ 32 เป็นสัญชาตญาณดาวยิงล้วนๆ ของ แซร์จิโอ อกูเอโร หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา หลังจากนั้น “เรือใบสีฟ้า” ก็เครื่องติดได้ประตูจาก ซาเมียร์ นาสรี และ ยายา ตูเร นำห่าง 3-0 ก่อนที่ มาริโอ บาโลเตลลี และ อดัม จอห์นสัน สองผู้เล่นสำรองบวกเพิ่มอีกคนละลูกในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย

“เรายิง 2 ประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่เราก็เสียประตูโง่ๆ เหมือนเดิมตอนที่นำ 3-0”

ประตูแชมป์พรีเมียร์ชิพยังเปิดกว้าง

มันชินี ยอมรับว่าเกมครึ่งแรกค่อนข้างอึดอัด “มันไม่ง่ายในครึ่งแรก เพราะ นอริช ตั้งรับกันทั้ง 11 คน สำหรับเราแล้วมันยากจริงๆ แต่ อกูเอโร ก็ยิงประตูที่สุดยอดมาก” มันชินี กล่าว

ทว่าอาวุธเด็ดของ “เรือใบสีฟ้า” อยู่ที่ “กุน” แซร์จิโอ อกูเอโร กองหน้าที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด ที่เริ่มปรับสไตล์ให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้แล้ว ยิงไปแล้ว 11 ประตู เป็นรองดาวซัลโว ที่มี โรบินฟาน เพอร์ซี แค่ 3 ประตูเท่านั้น ทำให้แฟนบอลลืม คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าอาร์เจนไตน์รุ่นพี่ทีมชาติ เสียสนิท แถมทีมของ โรแบร์โต มันชินี ยังมีอะไหล่ชั้นดีอย่างมาริโอ บาโลเตลลี

แม้จะเกรียนไปบ้าง แต่ก็ยิงได้ 7 ประตู ถือว่า not bad แม้ส่วนใหญ่จะเป็นพระรองก็ตาม

นานๆ จะเห็น แมนเชสเตอร์ ซิตี มีแต้มนำคู่อริร่วมเมืองอย่าง “ผีแดง” ถึง 5 แต้ม แต่ถือว่าไม่มาก หากลูกทีมของ เฟอร์กีตั้งลำได้ เพราะ “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร”

เมื่อคืนวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือนถิ่น วิลลา ปาร์ก ถือว่างานหนักเหมือนกัน เพราะ “สิงห์ผยอง” ชั่วโมงนี้จัดอยู่ในประเภทสิงห์จนตรอก แต่ว่า ฟิล โจนส์ กองหลังดาวรุ่งที่ดันมาเล่นมิดฟิลด์ ก็เป็นผู้ซัดประตูชัยให้ “ผีแดง” เก็บ 3 แต้มล้ำค่าได้ เรียกว่ายังไงๆ ผีก็ยังเป็นผีวันยังค่ำ เก็บ 3 แต้มได้ตลอด แม้ว่าบางนัดจะเล่นไม่ดี

แต่เกมนี้แฟนบอลเรดเดวิลออกอาการ so sad ต้องสังเวย “เจ้าถั่วน้อย” ฮาเวียร์ ชิชาริโต กองหน้าตัวเก่งชาวเม็กซิกัน ที่บาดเจ็บเอ็นข้อเท้าขาดและมีแววว่าอาจจะต้องพักยาวถึง 1 เดือน

“มันเป็นอาการเอ็นข้อเท้าฉีกขาด ซึ่งอาจจะทำให้เขาต้องพักราว 4 สัปดาห์ ตอนนี้เรากำลังเจอปัญหาเรื่องนักเตะล้มเจ็บ แต่โชคดีที่เรามีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่ง” นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระบุ โดย “ชิชาริโต” ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะข้อเท้าเกิดพลิกขณะกำลังวิ่ง จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 12

ทั้งนี้ จากการที่ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ หัวหอกจอมเทคนิค ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน จากเกมที่พลิกล็อกแพ้ คริสตัล พาเลซ ช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-2 คาบ้าน ในศึกคาร์ลิง คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันพุธที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ แดนนี เวลเบ็ค ดาวยิงวัยรุ่น จะมีบทบาทในแดนหน้าของทีมมากขึ้น เช่นเดียวกับ เวย์น รูนีย์

หันมาดูลูกทีมของ อังเดร วิลลาสโบอาส บุกไปชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ถึงถิ่นสปอร์ต ไดเรก อารีนา ถือเป็นการปลดล็อกไปเปลาะหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้กุนซือหนุ่มอยู่ภายใต้ความกดดันสุดๆ ชัยชนะนัดนี้ทำให้สถานการณ์ของ โบอาส ดีขึ้นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ “สิงห์บลู” ก่อนลงเตะสองเกมสำคัญที่จะพบกับบาเลนเซีย และแมนเชสเตอร์ ซิตี

โดย ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ซาโลมอน คาลู และดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยิงคนละลูกให้ แม้เกมดังกล่าวมีประเด็นตรงที่ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังของทีมสมควรถูกใบแดงหรือไม่ตั้งแต่ 5 นาทีแรกจากการทำฟาวล์ เดมบา บา กองหน้านิวคาสเซิล ในจังหวะหลุดเดี่ยว แต่ โบอาส มองว่า “สิงห์บลู” สมควรกับชัยชนะเพราะโชว์ฟอร์มดีกว่าตลอดเกม

โบอาส กล่าวอีกว่า ชัยชนะครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ เชลซี ก่อนลงเตะเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชี้ชะตาผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์กับ บาเลนเซีย ในคืนวันอังคารที่ 6 ธ.ค.นี้ หลังจากนั้นก็เป็นเกมพรีเมียร์ลีก ที่จะบู๊กับจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี ในวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค.

ส่วน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เก็บชัยอย่างต่อเนื่อง กระโดดพรวดมาอยู่อันดับ 5 มีแต้มตามหลังจ่าฝูง 10 แต้ม และทำให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าชาวดัตช์ขึ้นมารั้งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก กดไป 14 ประตู

ด้าน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ฤดูกาลนี้ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ ล่าสุดเปิดรังไวต์ฮาร์ตเลน ถล่ม โบลตัน 3-0 แต่ แฮร์รีเรดแนปป์ กุนซือสเปอร์ส ยังถ่อมตัวไม่มองไกลถึงแชมป์พรีเมียร์ชิพ อ้างว่าโอกาสยังเปิดกว้างสำหรับหลายทีม

ผ่านไปเกือบครึ่งทางสำหรับลีกสูงสุดของอังกฤษ จ่าฝูงยังเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ยึดบัลลังก์ไว้เหนียวแน่น แต่อริร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ยอมแพ้ ทำแต้มหายใจรดต้นคอ ขณะที่ เชลซี และสเปอร์ส น่าจะมีเอี่ยวด้วย

งานนี้แชมป์พรีเมียร์ชิพยังเปิดกว้างสำหรับทีมบิ๊กเนม!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท