
เชียงใหม่ in the air
อากาศยานที่คนไทยไม่คุ้นชินและเชื่อว่าอยากลองขึ้นสักครั้ง เพิ่งลอยล่องอยู่บนน่านฟ้าเชียงใหม่เมื่อวันที่ 25-27 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดย...กาญจน์ อายุ
อากาศยานที่คนไทยไม่คุ้นชินและเชื่อว่าอยากลองขึ้นสักครั้ง เพิ่งลอยล่องอยู่บนน่านฟ้าเชียงใหม่เมื่อวันที่ 2527 พ.ย.ที่ผ่านมา กับงานเทศกาล “Thailand International Balloon Festival 2011” ภายในโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เชียงใหม่ แต่เคยจัดมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งนี้เป็นหนที่ 5 วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. เป็นวันเรียนของนักเรียน ทำให้ภายในงานเต็มไปด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง รวมไปถึงชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าว
สังเกตทั่วไปจะเห็นความตื่นเต้นของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ให้ความสนใจบอลลูน หลายคนลองแตะบอลลูนกล้าๆ กลัวๆ หลายคนเกาะติดการทำงานของนักบินอย่างใกล้ชิด คนที่มีกล้องต่างถ่ายรูปตัวเองกับบอลลูนด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้น และต่างพากันอัพโหลดภาพไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่ออวดว่าตัวเองอยู่ในงานบอลลูน
ความสนุกได้เกิดขึ้นตั้งแต่บอลลูนยังไม่ลอย
กระบวนการเซตอัพบอลลูนดำเนินการอย่างเนิบๆ เพราะด้วยคนจำนวนมากทำให้การทำงานค่อยเป็นค่อยไป และความฮือฮาก็เริ่มเสียงดังเมื่อนักบินลองเช็กแก๊ส เด็กๆ ตกใจวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บางคนถึงกับร้องไห้เพราะกลัวเสียงและเปลวแก๊สที่ปล่อยออกมา แต่ไม่ทันน้ำตาเด็กจะแห้งฟันขาวๆ ก็โผล่ออกมา เพราะได้เห็นบอลลูนยักษ์ค่อยๆ พองลมเมื่อนักบินเป่าลมเข้าไป จังหวะนี้ทุกคนต้องเดินออกห่างตัวบอลลูน เพราะขนาดของมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่บางคนที่อยากรู้ก็ค่อยๆ เขยิบตัวเข้าไปแตะผ้าบอลลูนแล้วหัวเราะคิกคักวิ่งออกมา
ทุกอย่างในสนามหญ้าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยเป็นสิ่งใหม่ในชีวิต
เมื่อลมเป่าเข้าเต็มบอลลูนมันค่อยๆ ลอยตัวตั้งตรง คอของผู้คนแหงนมองตามจนเกือบเก้าสิบองศา ความสูงใหญ่ของบอลลูนประมาณสิบลูกเอนซ้ายเอนขวาจนคับพื้นที่ไม่แพ้คนบนพื้นหญ้าที่หนาแน่นเต็มพื้นที่เช่นกัน
เมื่อบอลลูนพร้อมแล้วที่จะบินแต่มันจะขึ้นบินได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับอากาศ โชคร้ายที่วันนั้นลมพัดไปทางสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ บอลลูนจึงไม่สามารถขึ้นบินได้ ที่สามารถทำได้คือการลอยยึดอยู่กับที่ หรือที่เรียกว่า Balloon Tethering คนที่มีสิทธิขึ้นได้นอกจากสื่อมวลชนแล้ว คือเด็กๆ ที่อ้อนนักบินได้สำเร็จ ซึ่งอ้อนได้ไม่ยาก เพราะนักบินฟังภาษาไทยไม่ออก แค่เห็นตาน้อยๆ ก็ให้ขึ้นคนละประมาณ 5 นาทีแล้ว
นักบินที่มาร่วมในงานเป็นชาวต่างชาติเกือบทุกคน ยกเว้นคนเดียว คือ คุณยุทธ วาณิชชานนท์ ที่ปรึกษา บริษัท เอิร์ท วินด์ แอนด์ ไฟร์ นักบินคนไทยหนึ่งเดียวในงานและเป็นคนแรกในประเทศไทย และเขายังเป็นโต้โผใหญ่ผู้จัดงานเทศกาลบอลลูนครั้งนี้ด้วย
คุณยุทธ เล่าถึงการบินบอลลูนในประเทศไทยว่า เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพราะขั้นตอนขออนุญาตบินกับทางราชการซับซ้อน ไม่เหมือนในต่างประเทศที่เพียงขออนุญาตบินกับหอบังคับการก็ขึ้นบินได้แล้ว ยกตัวอย่างว่า ทางท่าอากาศยานต้องการทราบเวลาบินและสถานที่ลงชัดเจน แต่นักบินไม่สามารถบอกได้ว่าจะขึ้นบินเมื่อไหร่หรือลงที่ไหน เพราะการบินแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนสถานที่ลงก็ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักบินว่าจะตัดสินใจลงบริเวณใดที่เหมาะที่สุด อีกทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นปัญหาสำคัญ เพราะบอลลูนหนึ่งลูกต้องใช้เงินจำนวนมาก บอลลูนในเมืองไทยไม่มีขายต้องซื้อเมืองนอก นักซ่อมบอลลูนคนไทยไม่มีต้องนำไปซ่อมที่เมืองนอก ทุกอย่างคือค่าใช้จ่ายราคาสูงทั้งสิ้น นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการบินบอลลูนจึงไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทย
และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงตื่นเต้นกับงานเทศกาลบอลลูนขนาดนี้
นอกจากผู้ร่วมงานจะได้เห็นและสัมผัสบอลลูนแล้ว ทุกคนยังได้ชมการแสดงแสง สี เสียง ในยามค่ำ หรือ “Night Glow” การแสดงโชว์ “LED Techno Dancing” และการแสดงโชว์ชุดพิเศษ “Animated Light Show” เป็นเวลาให้บอลลูนได้ปล่อยแสงที่เกิดจากการปล่อยแก๊สตามจังหวะ ช่างเป็นโชว์ที่แปลกและสวยงามในสายตาของคนที่เคยชมเป็นครั้งแรก
เชื่อว่าในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 25 พ.ย. เป็นคืนวันสุขใจของหลายคน ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงฉันด้วย และฉันยิ่งสุขใจมากกว่าเมื่อถึงวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. 6 โมงเช้า วันเสาร์อากาศที่เชียงใหม่เย็นสบายและเหมาะสมอย่างยิ่งในการบิน การเซตอัพบอลลูนทำอย่างรวดเร็ว เพราะผู้คนน้อยกว่าวันที่แล้ว (แต่ถือว่าเป็นคนจำนวนมากในเวลาเช้าตรู่ขนาดนี้) ประมาณ 6 โมงครึ่ง บอลลูนลูกแรกลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและลอยตามๆ กันมาเป็นพาเหรดบอลลูน ชาวเชียงใหม่ที่ตื่นเช้าคงเป็นเช้าที่แปลกออกไป เพราะอยู่ดีๆ ก็มีบอลลูนลอยอยู่บนหลังคาบ้าน รวมถึงสุนัข ไก่ นก ด้วยที่พากันวิ่งหนีและเห่าไล่เสียงหลอนประสาทพวกมัน
วิวเชียงใหม่ยามเช้าปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ มีเสียงพระทำวัดเช้าแว่วขึ้นมาถึงบอลลูน สายน้ำปิงเหมือนยังนอนไม่ตื่น และเหมือนฉันกำลังอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เมื่อครั้งยังเงียบสงบ
เสน่ห์ของบอลลูนคือการได้ยืนอยู่บนอากาศ สัมผัสอากาศจริง เห็นภาพจริง ต่างจากเครื่องบินที่เราต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์และมองผ่านกระจก
“ฉันอยากให้คนไทยมีโอกาสขึ้นบอลลูนง่ายขึ้น” คือความคิดของคนเคยขึ้นบอลลูน ทำให้คิดย้อนกลับไปถึงคำพูดของคุณยุทธ “การบินบอลลูนในประเทศไทยเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะขั้นตอนขออนุญาตบินกับทางราชการซับซ้อน” ถ้าบ้านเราซับซ้อนให้น้อยลงคงง่ายขึ้น
&<2288;







