posttoday
ประสบการณ์ใหม่ใน เมดิซี

ประสบการณ์ใหม่ใน เมดิซี

02 ธันวาคม 2554

คำว่า “ใหม่” ทำให้ใครหลายๆ คน ลืมคำว่า “เก่า” ได้ไม่ยาก

โดย...โจ-ลิฟวิ่ง

คำว่า “ใหม่” ทำให้ใครหลายๆ คน ลืมคำว่า “เก่า” ได้ไม่ยาก

แต่นั่นถ้า “ของใหม่” ไม่ดีกว่า “ของเก่า” ร้อยทั้งร้อย คำว่า “ใหม่” ก็สู้คำว่า “เก่า” ไม่ได้หรอก

คืนนี้---เรามายืน ณ “ที่ใหม่” ที่ที่ไม่ค่อยคุ้นเลย พร้อมบอกตัวเอง นี่ละคือ “ประสบการณ์ใหม่ๆ” ที่กำลังจะผ่านเข้ามาในชีวิตแทน “ที่เก่า” ที่ที่คุ้นเคย ที่ที่สร้างและมอบ “ประสบการณ์เก่าๆ” ให้จดจำมิรู้ลืม

ห้องใต้ดินขนาดย่อม ถูกประทับตราชื่อ “เมดิซี” (Medici) ตกแต่งสไตล์นีโออินดัสเตรียล ซึ่งนำกลิ่นอายของโรงงานอุตสาหกรรมมาประยุกต์กับอารมณ์ความเป็นโมเดิร์นแห่งยุคสมัย มันกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ทำให้ที่นี่เจิดจรัสด้วยรูปลักษณ์แปลกตา เหนืออื่นใด ไม่ลืมใส่ความใหม่สด เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสทุกอณูบนพื้นที่แห่งนี้

โทนสีน้ำตาลที่ปกคลุมทั่วทั้งร้าน ให้ความรู้สึกมากมาย ตั้งแต่---ขรึมขลัง อบอุ่น ลึกลับ จนถึง---เหงาหงอยและชวนฝัน ประหนึ่งกำลังนั่งเคลิ้มกับบทเพลง Paradise ที่ถ่ายทอดไว้โดย Coldplay--- Dreamed of paraparaparadise, Paraparparadise, Paraparaparadise, Every time she closed her eyes.

ประสบการณ์ใหม่ใน เมดิซี

 

แม้จะพยายามถลำลึกในห้วงปรารถนาส่วนตัว แต่ที่นี่ก็ดึงดูดให้เราก้าวเดินไปสู่ประสบการณ์ใหม่

เราเลือกที่นั่งบริเวณบาร์ ไม่ได้จงใจไปประจันหน้ากับบาร์เทนเดอร์ไฟแรงชาวสวีดิช “โจฮัน เฟิล ไซมอน เดวิสัน” ทว่าเพราะเหตุผลสั้นๆ---อยากจิบเครื่องดื่มรสเบาๆ ต่างหากเล่า

โจฮัน ภูมิใจนำเสนอค็อกเทลสูตรพิเศษที่อยู่ในดริงก์ลิสต์ ก่อนเชกเขาถามทีเล่นทีจริง---ชอบเครื่องดื่มเบาจริงๆ นะเหรอ พูดจบเขามองหน้าเรา หัวเราะร่วน แล้วหันไปเชกเครื่องดื่ม แป๊บเดียวเขาก็มาพร้อมค็อกเทลสีมะนาวในแก้วเต็มไปด้วยพรายฟอง

Limoncello Sour เขาว่าอย่างนั้น จิบดูรสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ แต่สดชื่นแฮะ มารู้ทีหลังส่วนผสมแก้วนี้ใส่ไข่ขาวด้วย ซึ่งก็คือพรายฟองนั่นเองงงงง เชกรวมกับส่วนผสมอีก 2 อย่าง จากนั้นก็กรองเอาเฉพาะน้ำ เสิร์ฟเย็นเจี๊ยบกับน้ำแข็งก้อน

ประสบการณ์ใหม่ใน เมดิซี

 

อีก 2 แก้วที่ โจฮัน ทำให้เราจิบ เขาบอกพิเศษกว่าค็อกเทลทั่วไปก็ตรงที่เสิร์ฟคู่กับอาหารตามสไตล์อิตาเลียน ดริงก์ ที่มักจับคู่ค็อกเทล หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นคู่กับอาหาร ซึ่งสามารถไปกันได้ เข้าคู่ไม่พอ ยังเข้ารสกันด้วย

Morello Cherry Campari Bitters แก้วนี้สีสวยหวาน รสชาติก็หวานตามนั้น อืม...แต่มีขมติดปลายลิ้น เสิร์ฟเก๋ๆ คู่กับอิตาเลียนชีสชิ้นจิ๋ว 3 ชนิด รสเค็มของชีสเพิ่มความกลมกล่อมให้แก้วนี้ ไม่ให้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ ขมๆ โดดเด่นเกินไป

Sassicaia Grappa and Zibibbo Negroni แก้วนี้สีก็สวย แดงฉ่ำหอมซะ แต่ขอบอกว่า---แรงมากกกกกก ซดโฮกๆ ไม่ได้เด็ดขาดเชียว เพราะอาจจะสลบได้ทันควัน ควรจิบช้าๆ ชิล ชิล นิ่งๆ จะใช้ตัวเบรกความแรงก็ได้ ดีที่สุดเวลานั้นก็ต้องขนมปังบรูสเชตตา ท็อปด้วยเครื่องเคราไม่ซ้ำรส แซลมอนรมควัน ยำปลาหมึกชิ้นพอคำ หม่ำได้เพลินๆ

อยากจะลองอย่างอื่น ก็รีบพลิกดูจากเมนูลิสต์ ถ้านั่งใกล้ๆ ครัวเปิดได้เห็นเชฟปรุงอาหารกันสดๆ ชัวร์!!! ตื่นเต้นไม่หยอก สำหรับเมนูอร่อยที่นี่เน้นอิตาเลียนฟู้ดเป็นหลัก โดยมีเชฟชาวอิตาเลียน “ฟรานเซสโก เลนซี” เป็นผู้รังสรรค์ทุกขั้นตอน ควบคู่กับเหล่าเชฟคนไทยที่มากด้วยประสบการณ์เป็นลูกทีม

ประสบการณ์ใหม่ใน เมดิซี

 

จานเรียกน้ำย่อยที่ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ ต้องยกให้ Antipasto Di Mare รวมมิตรจานบิ๊กๆ ที่มีของให้ลิ้มหลายๆ อย่าง พอร์ชันกระจุ๋มกระจิ๋ม เช่น ทาร์ทาร์ทูน่า หอยเชลล์กริลล์ กุ้งเทมปุระ หนวดออกโตปุส ปลาแฮร์ริงดอง แชร์กันคนละคำก็หมดจาน

คนชอบพาสตา จานนี้เด็ดมาก Tagliatelle salsiccia, funghi e pecorino เส้นพาสตาเหนียวหนึบในตัว พอมาเจอกับรสชาติครีมมีๆ ชีสเปคอริโนสไตล์อิตาเลียนก็ยิ่งอร่อย ไม่เสียยี่ห้อการเป็นต้นตำรับพาสตาโฮมเมด

สุดท้าย---แต่ไม่ท้ายสุด (เพราะในเมนูลิสต์ยังมีอีกเพียบ) Anatra all’ Arancia come maniera di Caterrina de’ Medici ถูกใจคนเลิฟเป็ด เต็มๆ คำกับอกเป็ดอบ ราดด้วยซอสส้มไวน์แดง ได้ความเปรี้ยวอมหวาน เนื้อเป็ดนุ่มลิ้น เคี้ยวเบาๆ ก็หายวับไปในปาก

เมดิซี อยู่ที่ชั้นใต้ดิน โฮเทล มิวส์ ซอยหลังสวน เปิดบริการ 6 โมงเย็น ปิดประมาณ 5 ทุ่ม ส่วนคนที่จะดริงก์ต่อก็สามารถนั่งได้จนถึงตี 1 โทร. 02-630-4000

 

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก