
รร.ผู้ดีหันพึ่ง‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’สอนนร.เรื่องมารยาทโต๊ะ
อาหารเพราะการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้ผู้ปกครองหลายรายไม่มีเวลาที่จะทำอาหาร
อาหารเพราะการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้ผู้ปกครองหลายรายไม่มีเวลาที่จะทำอาหาร
หรือนั่งทานอาหารกับลูกๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เด็กสมัยนี้จะเติบโตมากับอาหารฟาสต์ฟู้ด แถมยังขาดความรู้เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร
โรงเรียนแห่งหนึ่งจากเมืองผู้ดีจึงปิ๊งไอเดียเก๋ ตัดสินใจอบรมนักเรียนตัวน้อยๆ เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์พ่อมดน้อยชื่อดังอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ นั่นเอง
หากใครนึกไม่ออกว่าพ่อมดหนุ่มอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ จะสอนเด็กๆ เรื่องการรับประทานอาหารได้อย่างไร ก็ให้ลองนึกฉากที่นักเรียนโรงเรียนฮ็อกวอตส์กำลังนั่งทานอาหารบนโต๊ะยาวในโรงอาหารสุดหรูของโรงเรียน โดยบนโต๊ะนั้นมีการจัดชุดจานชามและอุปกรณ์เครื่องใช้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
บรรดาคุณครูจากโรงเรียนเฮฟล็อก ในเมืองกริมส์บี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ จึงได้นำโต๊ะยาวหลายตัวมาวางเรียงกันแบบในหนัง แถมยังจัดชุดถ้วยชามให้เด็กๆ อีกด้วย
“ในตอนแรก ผมแทบช็อกเมื่อทราบว่านักเรียนของเราใช้ช้อนส้อมสเตนเลสไม่คล่อง โดยพวกเขาเคยชินกับการใช้ช้อนส้อมพลาสติกมากกว่า หรือไม่ก็ถนัดกินอาหารด้วยมือ” นิโคลัส โอ ซัลลิแวน ครูใหญ่ของโรงเรียนกล่าว โดยเล่าว่า ต้องสอนเด็กๆ เรื่องการจับช้อน ส้อม และมีดใหม่
อีกทั้งยังต้องสอนวิธีการหั่นและตักอาหารที่ถูกต้อง และการพูดคุยบนโต๊ะอาหารขณะกำลังรับประทานอาหาร
ขณะเดียวกัน คุณครูยังพบว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่เคยทานอาหารที่ครบสมบูรณ์ ทางโรงเรียนจึงได้เสิร์ฟฟิชแอนด์ชิปส์และพายเชพเพิร์ดส ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แทนอาหารขยะอย่างเบอร์เกอร์ พิซซา และไก่ทอดที่เด็กๆ มักเลือกทานตอนกลางวัน
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังเชื่อว่า การจัดให้เด็กๆ มานั่งทานอาหารร่วมกันยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ ได้ เนื่องจากเด็กจะถูกบังคับให้ต้องนั่งทานอาหารอย่างเดียว โดยไม่มีโทรทัศน์หรือสิ่งอื่นรบกวนสมาธิ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะการเข้าสังคมได้ดี
ทั้งนี้ ทางโรงเรียนเผยว่า โครงการอาหารกลางวันสไตล์แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากนักเรียนทุกคนให้ความร่วมมือดี แต่เมื่อสอบถามความเห็นของเด็กๆ ผลปรากฏว่า ที่ให้ความร่วมมือนั้นไม่ใช่เพราะอยากเรียนรู้หรอก แต่ใฝ่ฝันมานานที่จะได้สมมติตัวเองเป็นพ่อมดหรือแม่มดตัวน้อยๆ ต่างหาก
เอาเถอะ ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่ขอให้ได้เรียนรู้และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีมารยาทดีออกสู่สังคมต่อไป
เชื่อว่าแค่นี้คุณครูก็พอใจแล้ว







