
นักชกเจ้าสำราญ
....ปาริชาติ ชื่นชม
กว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว เมืองชัย กิตติเกษม คว้าแชมป์โลกของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) หลังเอาชนะน็อก เทซี มาร์คาลอส นักชกฟิลิปปินส์ เป็นความสำเร็จที่ 21 ปีต่อมา เขาก็ยังบอกว่าภูมิใจที่สุดในชีวิต
ในวันที่ชาวไทยเกือบจะลืมชื่อของเขาไปหมดแล้ว เมืองชัย เปิดเต็นท์รถเมืองชัย กิตติเกษม บนถนนกาญจนาภิเษก ต้อนรับทีมข่าวกีฬาโพสต์ทูเดย์
“
ก็ราบรื่นดีครับ บอกได้ว่าไม่ขาดทุน” เมืองชัย กล่าวถึงธุรกิจเต็นท์รถที่พ่อตาเริ่มต้นให้เมื่อราว 78 ปีก่อน“
ค่าเช่า 4 หมื่น ผ่อนบ้าน 6 หมื่น ลูก 2 เรียนหนังสือตกปีละร่วมแสน เบ็ดเสร็จแล้วต้องหาเงินให้ได้เดือนละ 3 แสน”เมืองชัย เล่าว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 57 ปีก่อน เดือนละ 45 แสนบาท หาได้สบายๆ ขายรถได้เดือนละ 57 คัน หรืออาจจะถึง 10 คันเสียด้วยซ้ำ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ปั่นป่วนอย่างนี้ ประกอบกับการนำเข้ารถใหม่ๆ ซื้อง่ายขายคล่องเข้ามาจากจีนละก็...
“3
คันต่อเดือนก็ต้องคุยน้ำลายเหนียวแล้วกว่าจะได้ เหนื่อย ได้แค่พอค่าใช้จ่าย”นอกจากดูแลเต็นท์รถแล้ว เมืองชัย บอกว่า เขายังช่วยหาลูกค้าให้กับน้องสาวและน้องเขยที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พร้อมๆ กับศึกษาด้านรัฐศาสตร์การปกครองอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(
“ต้องขอบคุณ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีด้วยครับ ที่ให้เรียนฟรี!!!”) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตบางบอน“
พี่ว่าพี่ชอบนะ ชอบในแง่ของการเมืองท้องถิ่น มันก็เหมือนกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คอยดูแลประชาชนทั่วไป บ้านนู้นโจรขึ้น บ้านนี้หมาเห่า งูกัด ควายตาย พูดภาษาสมัยใหม่มันก็เหมือนเอนเตอร์เทนลูกบ้านน่ะ แบบมีอะไรให้ผมช่วยมั้ย”หลังเดินหน้า
“หาเสียง” อยู่กว่า 2 ปี เมืองชัย ประเมินตัวเองว่างานนี้ไม่น่าจะพลาดเมืองชัย นึกย้อนไปถึงชีวิตที่ผ่านมา เมืองชัย บอกว่า ชีวิตของเขาจะว่าลำบากก็ลำบาก แต่มันก็สนุกมาก
แหงล่ะ...ชีวิตต่อยมวยที่ได้สตางค์ตั้ง 150 บาท จากการขึ้นชกมวยครั้งแรกในชีวิตเมื่อสมัย ป.4 ทำให้ชีวิตสุดแสนจะสำราญ พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่นก็ติดสาวมั่งติดเที่ยวมั่ง ไปกับเพื่อนมั่ง
“
สมมติได้ 500 ให้แม่ 300 เราเอาไว้ 200 มันไม่เป็นเงินเก็บ เป็นเงินเที่ยว”ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการตระเวนชกมวยทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ระบบการจัดการบัญชียังคงเหมือนเดิม
“
เงินที่ได้ก็เที่ยว คือการเที่ยวมันไม่ได้เที่ยวระหว่างการซ้อมการต่อย พี่ต่อยเสร็จปุ๊บก็มีพัก 7 วัน 10 วัน เงินก็ได้เป็นพัน สมมติได้ 3,000 แม่เอาไป 2,0002,500 อีก 500 เก็บไว้ใช้ส่วนตัว เอาไปพักผ่อน ถึงเวลาต่อยก็เข้าค่ายซ้อม ถ้าไม่มีคุณพ่อคุณแม่คอยเก็บคอยยักย้ายถ่ายเทไว้นะ เลิกมวยแล้วก็คงไม่เหลืออะไร”เงินเก็บของพ่อกับแม่ที่ เมืองชัย หามาให้กลายเป็นที่ดินผืนใหญ่ 6070 ไร่ในปัจจุบัน
เมื่อได้แชมป์โลกมาเชยชมแล้ว เมืองชัย บอกว่า ยิ่งสบายใหญ่ เพราะความดังทำให้เขาได้แวะไปไหนมาไหนได้ฟรี แต่จากนั้น เขาก็ต้องเสียแชมป์โลก 2 ครั้ง แต่ละครั้งจะได้รับอนุญาตให้พัก
“
จากนั้นก็เข้าอีหรอบเดิม ก็คือได้เบรก ได้เที่ยว ได้ช็อปปิ้ง ได้เฮฮาปาร์ตี้ไปเรื่อย”แม้จะหลงรักชีวิตสำราญขนาดนี้ แต่เมื่อถึงเรื่องมวยแล้ว เมืองชัย บอกว่า เขามานะมาก ขยันฝึกซ้อมอย่างหนัก เพราะตั้งแต่หันมาชกมวยสากลปุ๊บ เขาก็ตั้งเป้าหมายปั๊บเลยว่า จะต้องเป็นแชมเปียนโลกให้ได้
หลังจากไฟต์สุดท้ายในชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เมืองชัยจึงขออำลาวงการเป็นการถาวร หันมาเปิดร้านเหล้าตามใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ในรูปแบบหุ้นส่วนกับเพื่อน ก่อนที่กิจการร้านเหล้าแห่งสุดท้ายที่ร่วมลงทุนกับเพื่อนอีก 3 คนจะจบลงด้วยเลข 0
“
ไม่คุ้ม เพราะว่าไฟหน้าร้าน ไฟโชว์ป้ายอะไรอย่างนี้ทำที 35 หมื่น พอเลิกแล้วก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ น้ำเปล่า ไม้จิ้มฟันที่ซื้อมา มันเอาคืนไม่ได้ มันไม่ไหวอ่ะ ค่าเช่าแพง เดี๋ยวฝนมา เดี๋ยวหยุด แต่ยังมีของที่ต้องจ่ายตายตัว 1.52 แสน แต่เราขายได้ไม่ถึง ติดค่าเช่าอยู่เรื่อยก็อยู่ไม่ได้ เรารู้ว่าไปไม่รอด”จบจากร้านเหล้า เขาได้เข้ามาดูแลเต็นท์รถพอดี เนื่องจากพ่อตาขายกิจการอู่แท็กซี่ ได้เงินมาเปิดเต็นท์รถแห่งนี้ พร้อมกับทำหน้าที่คุณพ่อลูกสอง
“
เมื่อเช้าส่งลูกไปโรงเรียนก็บอกลูกว่า ถ้าอยากจะทำอะไร ลงมือทำให้แน่ๆ ไปเลยสักอย่าง ดูอย่างพ่อ อย่างอื่นพ่อไม่เก่ง แต่พ่อเก่งเรื่องมวย เป็นแชมป์โลก 2 ครั้ง พ่อไม่บังคับว่าต้องไปทางไหน ทำอะไร แต่ขอให้ชัด ถ้าชัดแล้วมันจะโอเค”






