
ข้อคิดข้อธรรมสู่สาธุชนพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลก (ตอน ๔)
ทราบรายละเอียดจากรายการวิทยุรัฐสภา เรื่อง ศาสนกิจที่หลวงพ่อไปปฏิบัติในอินเดีย
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ทราบรายละเอียดจากรายการวิทยุรัฐสภา เรื่อง ศาสนกิจที่หลวงพ่อไปปฏิบัติในอินเดีย อยากได้บทธรรมบรรยายที่แสดง ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เรื่องอนัตตา เพื่อจะได้นำมาศึกษาปฏิบัติ และเพื่อประโยชน์ของทุกๆ คนที่สนใจที่ได้ติดตามธรรมส่องโลกมาโดยตลอด
ด้วยความเคารพยิ่ง
จาก จีระพัฒน์
วิสัชนา : การประกาศกฎอนัตตาของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนี้ ดุจดังฟ้าผ่าลงกลางชมพูทวีป เพราะในยุคกาลสมัยนั้น ไม่มีศาสดาใด ไม่เคยมีเจ้าศาสนา เจ้าลัทธิใดเลยที่เคยรู้ถึงกฎความจริงนี้ การประกาศกฎอนัตตาดังกล่าว จึงเป็นการลบความเชื่อผิดๆ คือความเชื่อแห่งเทวนิยมทั้งหลาย และความเชื่อในสิ่งลี้ลับของชาวชมพูทวีปทั้งหลาย นี่จึงเป็นการประกาศกฎความจริงของธรรมชาติว่า
สรรพธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นตามเหตุ ตามปัจจัย
... เหตุปัจจัยมีอยู่ ธรรมมีอยู่
... เหตุปัจจัยสิ้นไป ธรรมทั้งหลายย่อมสิ้นไป
อย่างนี้เป็นธรรมดา
กฎอนัตตานี้เป็นกฎธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว และเป็นอย่างนี้ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นหรือไม่ก็ตาม กฎนี้มีอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ชอบ โดยการประกาศกฎดังกล่าวนี้ด้วยพระองค์เอง
บัดนี้... การฝึก การเรียนรู้ หรือการทำปัญญาให้รู้แจ้งในพระพุทธศาสนานั้น ก็คือการให้เข้าถึงความจริงของความเป็นอนัตตา ด้วยความหมายว่า นามรูปนี้ไม่เที่ยง นามรูปนี้ไม่ใช่ตัวตน เพราะนามรูปนี้เป็นอนัตตา
... การเข้าถึงกฎอนัตตา ทำให้เราละจากความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตน บุคคล เรา เขา เสียได้
... การรู้ถึงความเป็นกฎอนัตตา ทำให้เราละจากความยึดมั่นถือมั่นในรูป นาม ขันธ์ ๕ นี้เสียได้
... การละจากอุปาทานยึดมั่นถือมั่นในรูป นาม ขันธ์ ๕ ได้ นั่นคือ การเข้าไปสู่ความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง
ความสิ้นทุกข์เกิดขึ้น เพราะ เรารู้ว่า ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา... รูปนามนี้ไม่ใช่ของเรา รูปนามนี้ไม่ใช่เรา รูปนามนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา... การเข้าถึงความจริงขั้นสูงสุดนี้ได้ คือ การเข้าถึงที่สุดของความสิ้นทุกข์ คือ พระนิพพานในพระพุทธศาสนานี้ เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติ ผู้เจริญภาวนา ผู้อบรมวิปัสสนาญาณ เพ่งรู้ทุกลมเข้า รู้ว่ารูปนี้ไม่ใช่ของเรา รู้ว่ารูปนี้สักเพียงแต่ว่าเป็นเรื่องของความปรุงแต่ง เห็นความปรุงแต่งของรูปนี้ หรือกายนี้ทุกลมเข้า-ลมออก เห็นความเกิด ความดับของกายจิตนี้ ทุกลมเข้าลมออก
เมื่อหายใจเข้า... พึงเห็นกายสังขาร ที่เกิดขึ้นและดับไป
เมื่อหายใจออก... พึงเห็นกายสังขาร ที่เกิดขึ้นและดับไป
เมื่อหายใจเข้า... ก็เห็นจิตสังขาร ที่เกิดขึ้นและดับไป
เมื่อลมหายใจออก... ก็เห็นจิตสังขาร ที่เกิดขึ้นและดับไป
ทุกลมหายใจเข้า ลมหายใจออก... ให้เห็นการเกิดขึ้น และดับไปของกายนี้... และของจิตนี้
ให้ตั้งสติ... ระลึกรู้ไปที่กายนี้ เพื่อเห็นกายนี้มีความปรุงแต่งเกิดขึ้น มีความดับไป... แม้เวทนา อารมณ์ที่ยกสู่จิตที่สื่อจากกายนี้ อารมณ์ก็เกิดขึ้น และดับไป... แม้จิตนี้ที่เป็นความคิด ความนึก ก็ปรุงแต่งให้เกิดขึ้น และดับไป... แม้ธรรมทั้งหลายที่สืบเนื่องจากจิตนี้ ก็มีความเกิดขึ้น มีความดับไปเป็นธรรมดา... รวมแล้ว ธรรมทั้งหลายนั้นไม่เที่ยง ธรรมทั้งหลายนั้นเป็นอนัตตาดังพระสูตร พระอนัตตลักขณสุตตัง ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงขึ้นที่นี่เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ยังให้พระปัญจวัคคีย์ถึงซึ่งความเป็นพระอรหันตเจ้า ด้วยความหมายแห่งธรรมว่า
“รูปนี้ เป็นอนัตตา... หากรูปนี้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้ก็ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธลำบาก สัตว์ย่อมจะพึงได้ในรูป... หากรูปนี้เป็นอัตตา รูปจงเป็นอย่างนี้เถิด รูปจงอย่าเป็นอย่างนั้นเลย”
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







