
เฟดเอ็กซ์...30(ก็)ยังแจ๋ว
ถึงจะไร้แกรนด์สแลมประดับบารมีในปีนี้ แต่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์
ถึงจะไร้แกรนด์สแลมประดับบารมีในปีนี้ แต่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์
ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังไม่ได้อยู่ในช่วงขาลงอย่างที่ถูกใครหลายคนปรามาส
เฟเดอเรอร์ คว้าชัยเหนือ โจ วิลเฟรดซองกา นักหวดชาวฝรั่งเศส 2-1 เซต 6-3, 6-7 (6/8), 6-3 ในรอบชิงชนะเลิศเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา และนั่นทำให้เขาทำสถิติเป็นผู้เล่นที่คว้าแชมป์รายการนี้สูงสุด 6 สมัย เหนือกว่า พีต แซมพราส และอิวาน เลนเดิล ที่ทำได้ 5 ครั้งเท่ากัน
นักหวดวัย 30 ปี จบฤดูกาลโดยที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมไม่ได้เลยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 แต่การได้แชมป์เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ (หรือมาสเตอร์ส คัพ เดิม) หรือที่สื่อและแฟนลูกสักหลาดมองว่าเป็นเหมือน “แกรนด์สแลมที่ 5” ก็น่าจะพอชดเชยปีที่น่าผิดหวังของ “เฟดเอ็กซ์” ลงไปได้บ้าง
การย้ำแค้น ซองกา ทำให้อดีตมือ 1 โลก คว้าเงิน 7.7 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 23 ล้านบาท) พร้อมทำสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกัน หลังจากที่คว้าแชมป์ที่บาเซิลบ้านเกิด ตามด้วยปารีส มาสเตอร์ส และทัวร์นาเมนต์ส่งท้ายปีที่ลอนดอน
การระเบิดฟอร์มในช่วงโค้งสุดท้ายของปีทำให้ เฟเดอเรอร์ มั่นใจว่าฤดูกาลหน้าเขาจะกลับมามีลุ้นความสำเร็จในศึกแกรนด์สแลมได้อีกครั้ง ท่ามกลางคู่แข่งหน้าเดิมๆ อย่าง โนวัก โจโควิช, ราฟาเอล นาดาล และแอนดี เมอร์เรย์
“ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้าย และมันก็ช่วยให้ความมั่นใจอย่างมากสำหรับผมในปีหน้า” เฟเดอเรอร์ กล่าวหลังจากที่คว้าแชมป์อาชีพเป็นรายการที่ 70 จากการเข้าชิงทั้งหมด 100 รายการ
พร้อมกันนั้นเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 16 รายการ ยังหวังว่าจะคว้าแชมป์ 3 รายการสำคัญที่กรุงลอนดอนในปีหน้า ทั้งวิมเบิลดัน, โอลิมปิก และเวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์
เป็นที่น่าสนใจว่าคนที่อายุขึ้นเลข 3 เพียงคนเดียวในบิ๊กโฟร์อย่าง เฟเดอเรอร์ กลับเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องความฟิตน้อยที่สุด เมื่อการแข่งขันเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของฤดูกาล ในขณะที่ ราฟาเอล, เมอร์เรย์ และโจโควิช ต่างนัดกันฟอร์มร่วง เพราะสภาพร่างกายที่กรอบเป็นข้าวเกรียบจากการกรำศึกหนักมาตลอดทั้งปี
คุณพ่อลูกแฝด ซึ่งขยับแซง เมอร์เรย์ ขึ้นมาเป็นมือ 3 ของโลก เผยว่า สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ “ไฟ” ในตัวที่ยังไม่เคยหมด และก็อยากจะเล่นต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่มีความคิดที่จะแขวนแร็กเกตอยู่ในหัว
หลังจากตะบี้ตะบันหวดกันมาราธอนถึง 11 เดือน ตอนนี้เหล่านักเทนนิสอาชีพทั้งชายและหญิงก็คงจะได้เวลาพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะต้องกลับมาเตรียมพร้อมสู้ศึกเอทีพี-ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ ในปีหน้ากันต่อไป







