
สมาคมกีฬายอดแย่-ยอดเยี่ยม อิเหนาเกมส์
ปิดฉากไปแล้วสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 11-22 พ.ย. 2554
ปิดฉากไปแล้วสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 11-22 พ.ย. 2554
โดย...ราชันเบอร์ 23
ปิดฉากไปแล้วสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 11-22 พ.ย. 2554 โดยสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ส่งนักกีฬาในนามทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 39 ชนิดกีฬา พร้อมตั้งความหวังคว้าเหรียญทองก่อนเดินทางไปแข่งขัน ปรากฏว่ามีหลายสมาคมที่ทำผลงานได้ยอดแย่และยอดเยี่ยม ดังนี้
สมาคมที่ต่ำกว่าเป้า
ยิงปืน ตั้ง 4 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง
แบดมินตัน ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง
กอล์ฟ หวัง 4 เหรียญทอง ได้เพียง 2 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน
เทเบิลเทนนิส ตั้ง 1 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
โบว์ลิง ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญทอง
ยิงธนู ตั้ง 3 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
เบสบอล หวัง 1 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญทองแดง
เรือพาย ตั้ง 11 เหรียญทอง ได้เพียง 8 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง
ดำน้ำ ตั้ง 3 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญทองแดง
ขี่ม้า ตั้ง 3 เหรียญทอง ได้เพียง 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
ฟันดาบ ตั้ง 4 เหรียญทอง ได้เพียง 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง
ปันจักสีลัต หวัง 2 เหรียญทอง ได้เพียง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง
ซอฟต์เทนนิส ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้เพียง 4 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง
ซอฟต์บอล ตั้ง 1 เหรียญทอง ได้เพียง 1 เหรียญเงิน
ปีนหน้าผา ตั้ง 1 เหรียญทอง ได้เพียง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
วูซู ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้มา 1 เหรียญทอง 3 เหรียญทองแดง
คาราเต้โด 2 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
เอกซ์ตรีม ตั้งไว้ 4 เหรียญทอง ได้เพียง 2 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง
สมาคมกีฬาทำตามเป้า
ส่วนสมาคมที่ทำได้ตามเป้าหมาย ที่ต้องปรบมือให้ คือ กรีฑา ถือว่าเป็นสมาคมที่เพิ่มตัวเลขเหรียญให้ทัพนักกีฬาไทยมากที่สุด และต้องยกย่องว่ารักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ในภาพรวม เพราะได้ถึง 14 เหรียญทอง พ่วง 8 เหรียญเงิน 10 เหรียญทองแดง
ขณะที่ผลงานของ “เสื้อกล้ามไทย” มวยสากลสมัครเล่น ทำได้ตามเป้าหมาย ซิว 7 เหรียญทอง พ่วง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง ถือว่าสอบผ่าน ทว่า “เจ้าเติ้ล” มนัส บุญจำนงค์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ที่กรีซ ปี 2004 และเหรียญเงินกว่างโจวเกมส์ สอบตก เพราะแพ้สังขารตัวเอง พ่ายให้กับนักชกมาเลเซียในรอบตัดเชือก ได้เพียงเหรียญทองแดงปลอบใจ ...เรียกว่าหมดสภาพหรือสิ้นลายฮีโร่ก็คงไม่ผิดนัก แต่เจ้าตัวยันจะขอสู้ต่อในการชิงตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ที่ลอนดอน
ด้านยัดห่วงไทย ถือว่าน่าปรบมือให้ดังๆ เพราะ 1 เหรียญทอง จากบาสฯ หญิงที่ได้มาถือว่ามีค่ายิ่ง เพราะช่วงก่อนไปแข่งขันมีปัญหารุมเร้ามากมาย แต่พวกเธอก็ลืมสิ่งที่เลวร้ายชั่วขณะและรวมพลังสู้กับสาวตากาล็อกอย่างได้ใจผู้ชม ต้องยกเครดิตให้ลูกผีจับยัดของ จุฑามาศ จันทกาล ใช้เวลา 3 วินาทีสุดท้าย ตีเสมอให้ทีมบาสฯ สาวไทย และพลิกมาชนะฟิลิปปินส์ในการต่อเวลาพิเศษ ครองแชมป์ในรอบ 16 ปี มาชนิดประทับใจคนดู ส่วนทีมชายได้ 1 เหรียญเงิน เพราะสู้ความแข็งแกร่งและแน่นอนของนักยัดห่วงฟิลิปปินส์ไม่ได้
เทนนิส 2 เหรียญทอง จากประเภททีมและหญิงคู่ บวก 3 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
บิลเลียดสนุกเกอร์ 2 เหรียญทอง พ่วง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
จักรยาน 2 เหรียญทอง พ่วง 8 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
บริดจ์ 2 เหรียญทอง พ่วง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
หมากรุก ตั้ง 1 เหรียญทอง
ยิมนาสติก ตั้ง 5 ทอง พ่วง 4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
เปตอง ตั้ง 3 เหรียญทอง พ่วง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
มวยปล้ำ ตั้ง 3 เหรียญทอง พ่วง 5 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง
ฟินสวิมมิง ตั้ง 2 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง
สมาคมกีฬายอดเยี่ยม
(ผลงานเกินกว่าตั้งเป้า)
เริ่มที่สมาคมวอลเลย์บอล ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้มาทั้งในร่ม 2 เหรียญทองชายและหญิง รวมถึงชายหาด 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง ลูกยางสาวไทยส่งชุดเวิลด์กรังด์ปรีซ์เข้าประกวด แต่ต้องลุ้นกันเหนื่อยในรอบชิงฯ เพราะเสียเซตแรกให้สาวญวน ก่อนที่จะรวมพลังตบกลับมาแซงชนะ 31เซต คว้าทองมาได้แบบหายใจไม่ทั่วท้อง อยากจะฝากถึงท่าน สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลฯ ว่าควรจะใช้ดาวรุ่งหรือผู้เล่นชุดบีมาเล่นในกีฬาซีเกมส์ เพราะหากเอาผู้เล่นชุดใหญ่มาแข่งขัน หากคว้าเหรียญทองถือว่าเสมอตัว แต่ถ้าพลาดขึ้นมา น่าจะเสียหายไม่น้อย ด้วยความปรารถนาดีครับท่าน!!!
ส่วนเซปักตะกร้อ ตั้ง 3 เหรียญทอง กวาดรวด 4 เหรียญทอง ทั้งประเภททีมชุดทีมเดี่ยว (ชายหญิง) ต้องยกเครดิตให้โครงการสปอร์ตฮีโร่ของ “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ที่ผลักดันโครงการนี้
ขณะที่ยกน้ำหนัก ตั้งเป้าเพียง 5 เหรียญทอง แต่กวาดมา 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ซึ่งถือว่าทะลุเป้า นอกเหนือจากความสำเร็จในการ คว้าเหรียญทองแล้ว สมาคมยกเหล็กยังสร้างคลื่นลูกใหม่มาทดแทนรุ่นพี่ได้อย่างดี โดยเฉพาะ “น้องปุ๊กลุก” รัตติกาล กุลน้อย สาวน้อยวัย 17 ปี ถือเป็นดาวรุ่งที่มาแรงและเป็นความหวังในอนาคต
ด้านว่ายน้ำ ตั้งเป้าเพียง 4 เหรียญทอง ได้มา 8 เหรียญทอง 8 เหรียญ เงิน 6 เหรียญทองแดง ต้องยกเครดิตให้ราชินีเจ้าสระตัวจริง เสียงจริง “เงือกอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง คว้าไปทั้งหมด 5 เหรียญทอง (ฟรีสไตล์ 100 ม., ฟรีสไตล์ 200 ม., 400 ม., เดี่ยวผสม 400 ม., เดี่ยวผสม 200 ม.) 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง
ส่วนเทควันโดของ “บิ๊กเอ” พิมล ศรีวิกรม์ ตั้งเป้า 6 เหรียญทอง แต่ได้มาถึง 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายและเป็นสมาคมที่ไม่เคยทำให้แฟนกีฬาชาวไทยผิดหวัง แม้ว่าทุกครั้งจะมีปัญหาเรื่องการตัดสินของกรรมการเป็นตัวแปรสำคัญ
เรือใบ ตั้ง 2 เหรียญทอง ได้มา 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง
ยูโด หวัง 4 ได้มา 5 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง
พาราไกลดิง ไม่ได้หวังเหรียญ ได้มา 2 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
สรุปภาพรวมของทัพนักกีฬาไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ถือว่าเสมอตัว แม้ว่าจะมีบางสมาคมล้มเหลวทำเหรียญไม่ได้ตามเป้าอย่างที่หวังไว้ แต่บางสมาคมก็เสมอตัวหรืออาจจะมีเซอร์ไพรส์ได้เหรียญมากกว่าที่คาด
เหลือเวลาอีก 2 ปี ซีเกมส์ที่พม่าไทยจะทวงตำแหน่งเจ้าซีเกมส์กลับมาได้หรือไม่ต้องติดตาม!!!







