
เที่ยวไปในน้ำเน่า
การจัดการน้ำท่วมใหญ่ที่สุดทั้งของรัฐบาลแดงและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
การจัดการน้ำท่วมใหญ่ที่สุดทั้งของรัฐบาลแดงและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...จำลอง บุญสอง
เหลือง ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำของ กทม. อันได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และบางส่วนของ กทม. อันได้แก่ ดอนเมือง มีนบุรี และหนองจอก ต้องกลายเป็นพื้นที่ที่ “ต้องเสียสละ” ไปโดยสภาพบังคับของการบริหารจัดการน้ำของทั้งรัฐบาลและผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้พื้นที่ชั้นในของ กทม.ซึ่งปกติจะเป็นเส้นทางน้ำผ่าน
“อยู่รอดปลอดภัย”
เพราะผู้ปกครองเหล่านั้นคิดว่า กทม.คือพื้นที่เศรษฐกิจของชาติที่จำต้องรักษาไว้ วิธีคิดดังกล่าวได้ทำให้คนนอกคันกั้นน้ำของ กทม.จำนวนมากจึงมีสภาพน้ำท่วมปาก กลายเป็นบ้านนอกเขื่อน กทม.ชั้นใน ต้อง “เดือดร้อน” จากการขังของน้ำที่ท่วมอยู่เป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ครอบครัวต้องแตกกระฉานซ่านเซ็น และส่งผลร้ายทางสังคมอย่างรุนแรง
หลายครั้งที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลและผู้ว่าฯ กทม. ให้ช่วยเปิดประตูระบายน้ำเพื่อผ่อนคลายความเดือดร้อน ทั้งคู่ก็โยนลูกกันไปมาเพื่อซื้อเวลา
วันนี้คนนอกเขื่อน กทม.ต้องอยู่กับน้ำเน่าเหม็นและเต็มไปด้วยสารพิษอันเกิดจากการพัดพาเอาของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมจากโรงงานฆ่าสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงไก่ สุกร และขยะที่ถูกทิ้งลงระหว่างน้ำท่วม
ผู้แทนเขตซึ่งต่างล้วนแต่เป็นผู้แทนของพรรคผลประโยชน์ก็เอาของมาแจกเพื่อการหาเสียง เช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ๆ ที่ทำ CSR สร้างภาพลักษณ์องค์กร “หาบุญ” กับความทุกข์ยากของคน
น้ำท่วมเป็นเรื่องปกติ แต่การกั้นน้ำให้ไปท่วมบ้านคนอื่นอย่างปราศจากความละอาย เป็นการประกอบอาชญากรรม
ผมเชิญชวนท่านผู้อ่าน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และผู้ว่าฯ กทม. (ไม่ต้อนรับตัวแทน) ไปเที่ยวดูน้ำเน่าดำเหมือนน้ำมันเครื่องและราขาวที่ขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์ที่ลอยน้ำด้วย
ผมและช่างภาพหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่อยู่ในย่านนั้น จะจัดนิทรรศการภาพกลางน้ำที่ถนนสรงประภาและที่อื่นๆ ที่ถูกบังคับสภาพให้เป็น “แพะรับน้ำ” สัปดาห์หน้า ภายใต้คอนเซปต์ “ทุกข์ของผู้เสียสละ” โดยมีจุดประสงค์เพื่อการสะท้อนปัญหา
นิทรรศการดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไปตาม “แก้มลิงโดยบังคับ” หลายๆ แห่งทั้ง กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม
&<2288;







