
โลก 360 องศา เกาหลีใต้ กีองกิโด ตอน สวยใสไม่ต้องศัลยกรรมแบบเกาหลี
ผู้หญิงและความสวยความงามคือสิ่งที่คู่กันมาแต่โบราณกาล
ผู้หญิงและความสวยความงามคือสิ่งที่คู่กันมาแต่โบราณกาล
โดย..ทีมงานโลก360 องศา
ความอัศจรรย์ของธรรมชาติได้สรรค์สร้างให้ผู้หญิงมีรูปร่างและใบหน้าที่แตกต่าง ดังนั้นความพึงพอใจในความงามจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางวิทยาการได้นำมิติใหม่ของความงามมาสู่ผู้หญิง เช่น เครื่องสำอางไปจนถึงการผ่าตัดศัลยกรรม จนอาจกล่าวได้ว่าวิทยาการสามารถเปลี่ยนให้ผู้หญิงสวยได้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
ประเทศเกาหลีใต้คือประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องธุรกิจความงามสำหรับผู้หญิง ซึ่งจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจากกระแสความนิยมชมชอบศิลปินดารานักร้องเกาหลี เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าจุดเด่นของศิลปินดาราเกาหลีคือความสามารถในการสวมบทบาทการแสดง เสียงร้องที่มีคุณภาพบวกกับท่าเต้นที่แข็งแรงขึงขังขัดกับบุคลิกที่ดูอ่อนหวาน และที่สำคัญใบหน้าที่สวยงามมีเสน่ห์น่าหลงใหล จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างให้เกิดเป็นค่านิยมว่าจะต้องมีใบหน้าสวยหล่อเหมือนศิลปินดาราเหล่านี้ จนกลายมาเป็นธุรกิจเสริมความงาม ซึ่งในประเทศเกาหลีใต้แบ่งธุรกิจนี้ออกเป็น 2 ประเภท คือ การศัลยกรรม และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยธุรกิจทั้งสองนี้เชื่อว่าคนไทยรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะในแต่ละปีมีคนไทยจำนวนไม่น้อยเดินทางไปศัลยกรรมในประเทศนี้ และในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกาหลีเข้ามาจำหน่ายอยู่หลากหลาย แน่นอนว่าการศัลยกรรมคือทางด่วนสำหรับความสวยความงาม แต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บปวด ราคาแพงและอาจเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายจากการศัลยกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก็มีบทเรียนให้เราเห็นอยู่มากมาย ดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจึงเป็นหนึ่งในวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุด
ผู้หญิงทุกคนในโลกเกิดมาพร้อมกับความสวยทุกคนอยู่แล้ว การรู้จักใบหน้าและผิวพรรณของตนเองให้มากที่สุด คือพื้นฐานเริ่มต้นของความสวยความงามสำหรับผู้หญิง โดยทั่วไปแล้วพื้นฐานระดับสีผิวของผู้หญิงเกาหลีและผู้หญิงไทยคือมีผิวเหลืองแบบเอเชีย แต่ด้วยความที่ประเทศเกาหลีใต้ตั้งอยู่ในเขตอบอุ่นกว่า จึงทำให้ผู้หญิงเกาหลีมีผิวขาวใสและผู้หญิงไทยมีผิวสีน้ำผึ้งเล็กน้อย ดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเกาหลีจึงไม่นิยมเน้นสีสัน แต่จะเน้นการดึงความเป็นธรรมชาติบนใบหน้าให้มากที่สุด เช่น การปัดแก้มชมพูระเรื่อเพื่อให้ดูเหมือนเลือดฝาด การใช้อายไลเนอร์เพื่อเน้นให้ดวงตาดูกลมโต และการออกแบบทรงผมให้เหมือนกับสาววัยแรกรุ่น สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือการดึงองค์ประกอบต่างๆ บนใบหน้าให้มีความโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งอาจจะต่างกับสไตล์การใช้เครื่องสำอางของฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น ที่เน้นการสร้างสีสันโฉบเฉี่ยวบนใบหน้าและทรงผมด้วยเครื่องสำอางสีสันจัดจ้านและทรงผมที่ดีไซน์อย่างเก๋ไก๋ และด้วยความที่ระดับสีผิวที่ใกล้กับคนไทยนี่เองที่ทำให้ในปัจจุบันการแต่งหน้าในสไตล์เกาหลีได้รับความนิยมในประเทศไทย
การเดินทางมายังกีองกิโดในครั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่เราให้ความสนใจคือเพราะเหตุใดธุรกิจความงามในประเทศเกาหลีใต้จึงมีชื่อเสียง เราจึงเดินทางมาที่ Skin Anniversary ตั้งอยู่ที่เมืองพาจูและอยู่ไม่ไกลจากกรุงโซลมากนัก ซึ่งที่นี่นำเสนอจุดขายที่ว่า “ถ้าจะนวดเท้าต้องไปที่ประเทศจีน ถ้าอยากนวดตัวต้องไปที่ประเทศไทย และถ้าอยากนวดหน้าให้มาที่เกาหลีใต้” โดยจุดเริ่มต้นของ Skin Anniversary คือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องสำอางที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีใต้ แต่ความน่าสนใจของที่นี่คือการมองไปข้างหน้า กล่าวคือเมื่อธุรกิจเครื่องสำอางเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเกาหลีต่อเป็นจำนวนมหาศาลจากการส่งออก แล้วทำไมไม่สร้างให้เป็นสถาบันเสริมความงามอย่างครบวงจร นี่จึงเป็นที่มาของ Skin Anniversary ซึ่งที่นี่ได้แบ่งออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน อาทิ สถาบันและวิจัยสุขภาพผิว สถาบันอบรมการดูแลผิวพรรณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริการด้านความงาม ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบให้ผู้มาใช้บริการสะดวกและเข้าใจกระบวนการได้อย่างง่าย ด้วยการแบ่งคอร์สการบริการตามราคาและขั้นตอน ซึ่งทาง Skin Anniversary ได้ออกแบบมาให้แล้ว ยกตัวอย่างคือ เมื่อเรามาใช้บริการอันดับแรกสุดคือการลงทะเบียนเพื่อกรอกข้อมูลพฤติกรรมการใช้ชีวิตและใช้เครื่องมือวิเคราะห์สภาพผิว ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้มีเมนูและแสดงผลข้อมูลเป็นภาษาไทย ซึ่งจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบถึง 10 ปี เพื่อสะดวกในการนำข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ในการเข้ารับบริการครั้งต่อไป ต่อจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวด้วยการมาร์กหน้าจากผลิตภัณฑ์ของ Skin Anniversary และขั้นตอนท้ายสุดคือ Point Make Up หรือจุดให้บริการการแต่งหน้า ซึ่งจุดนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญการแต่งหน้ามาให้คำแนะนำและสอนวิธีการแต่งหน้าในสไตล์ฮอลยุ (Hallyu Star) หรือซูเปอร์สตาร์เกาหลี อย่างที่เคยกล่าวไปในตอนต้นว่าจุดเด่นของการแต่งหน้าในสไตล์เกาหลีคือดึงจุดเด่นของธรรมชาติบนใบหน้า ดังนั้นการลงรองพื้นสีอ่อนๆ เพื่อปกปิดริ้วรอย และสร้างความเรียบเนียนบนใบหน้า แล้วบลัชออนสีชมพูเล็กน้อยที่แก้มเพื่อให้ดูมีเลือดฝาดระเรื่อ เพิ่มมิติรอบดวงตาด้วยอายแชโดว์ แล้วปัดมาสคาราให้ขนตางอนพริ้ว และปิดท้ายด้วยการกรีดอายไลเนอร์ เพียงเท่านี้ก็ทำให้สวยใสในสไตล์เกาหลีได้อย่างง่ายๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นสไตล์การแต่งหน้าที่เหมาะสำหรับลักษณะใบหน้าและผิวพรรณของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังมีบริการถ่ายรูปด้วยวอลเปเปอร์หลากรูปแบบ ซึ่งลูกค้าสามารถสนุกกับการออกแบบท่าทางเพื่อล้อไปกับภาพได้อีกด้วย
Skin Anniversary คือหนึ่งในตัวอย่างของธุรกิจความงามที่สามารถต่อยอดแนวความคิดด้วยการเพิ่มการบริการอื่นๆ เข้าไปในตัวโปรดักต์สินค้า ผลที่ตามมาคือเกิดเป็นมูลค่าเพิ่มที่ลูกค้าพึงพอใจและยอมที่จะจ่าย และมากไปกว่านั้นการใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการมีเอกสารตลอดจนการแสดงผลการตรวจสภาพผิวหน้าเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นๆ อีกหลายภาษา และด้วยความที่ประเทศนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนหลักล้านคนต่อปี ดังนั้นการผนวกรวมเอาธุรกิจความงามเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องยาก ซึ่งนอกจากจะทำให้ธุรกิจนี้สามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นมากกว่าการบริการเฉพาะชาวเกาหลีแล้ว ในอนาคตอาจกลายเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตต่อได้ในระดับนานาชาติ เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้หญิงกับเรื่องความงามเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอฝากสุภาษิตไทยที่ว่า “คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยกายาใช่ตาหวาน คนจะแก่ แก่ความรู้ใช่อยู่นาน คนจะรวย รวยศีลทางใช่บ้านโต”







