posttoday
เธอ-ฉัน / เรา-เขา

เธอ-ฉัน / เรา-เขา

23 พฤศจิกายน 2554

อยู่เมืองไทยในช่วงนี้ เห็นการแบ่งกลุ่ม แบ่งฝ่ายชัดเจนมาก มีเรา มีเขา มีฉัน มีเธอ ที่เห็นกันแทบทุกวันจนชินตาไปแล้ว

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

อยู่เมืองไทยในช่วงนี้ เห็นการแบ่งกลุ่ม แบ่งฝ่ายชัดเจนมาก มีเรา มีเขา มีฉัน มีเธอ ที่เห็นกันแทบทุกวันจนชินตาไปแล้ว ก็คือการแบ่งกลุ่มกันของคนที่อยู่ “ก่อนคันบิ๊กแบ็ก” และอยู่ “หลังคันบิ๊กแบ็ก” ซึ่งชีวิตของคนสองกลุ่มที่อาจอยู่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่เมตร อาจแตกต่างกันอย่างมากก็เป็นได้ จนมีเรื่องราวทลายคันกั้นน้ำถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันก็มี

หนูดีเองก็เป็นบ้านแจ็กพอตค่ะ คือ ได้รับเกียรติอยู่ก่อนแนวกั้น และได้มีโอกาสทำตัวเป็นหนึ่งในกลุ่มแก้มลิงกับเขาด้วย คือ อยู่ดีๆ บ้านและโรงเรียนของหนูดีก็กลายเป็นทางน้ำ ที่ทำหน้าที่อุ้มน้ำไปเรียบร้อยโดยไม่ได้ตั้งหลัก จนนาทีนี้หนูดีย้ายออกจากบ้านมาอยู่ จ.ชลบุรี นับได้ก็ 1 เดือนกับ 6 วันพอดีๆ น้ำก็ยังท่วมถึงเอว แต่ก็ยังลดลงจากระดับเกือบ 2 เมตรดั้งเดิม

แต่วันนี้พอเห็นการแบ่งกลุ่มแบบนี้ หนูดีก็เลยนึกถึงเรื่องราวการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหลายๆ แห่งที่พบมา ส่วนมากก็เพราะ “ผลประโยชน์ไม่ลงตัว” นี่ละค่ะ จนทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งยาวนาน บางแห่งก็นานเป็นปีๆ เป็นหลายสิบปี หรือเป็นชั่วอายุคน ที่ลูกหลานรุ่นต่อมาก็ยังต้องเกิดมาทะเลาะกันเป็นที่น่าเศร้า เพราะมันไม่ใช่วิถีชีวิตที่ดีเลย ยิ่งเห็นก็ยิ่งไม่อยากให้คนไทยต้องกลายเป็นอย่างเขา

หนูดีพูดจากประสบการณ์มือสอง แต่ก็ใกล้เคียงประสบการณ์ตรงมาก เพราะเพื่อนรักคนหนึ่งของหนูดีเป็นชาวอิสราเอล ที่เกิดและเติบโตอยู่ในอิสราเอลค่ะ ใครเห็นคงงง เป็นเพื่อนกันได้อย่างไร เพราะเธออายุ 50 ปีเศษ ห่างกับหนูดีหลายสิบปี แถมยังมีลูกเต้าโตๆ หมดแล้ว ลูกคนกลางของเธออายุเท่าหนูดีเลยค่ะ เรารู้จักกันสิบปีแล้ว เพิ่งฉลองกันไป ตอนเธอเดินทางมาทำงานที่เมืองไทยหนล่าสุด เรารู้จักกันเพราะเธอมาเป็นวิทยากรด้านการศึกษา ส่วนหนูดีเมื่อสิบปีก่อนรับหน้าที่เป็นล่ามแปล ภาษาไทยอังกฤษ บนเวทีการบรรยาย

เมื่อรู้จักและเริ่มรัก สนิทสนมกัน ก็เท่ากับว่า หนูดีได้เปิดโลกเข้าไปสู่ที่ที่มีแต่ความแค้น ความกลัว ความเกลียดชัง ความไม่พอในสงคราม และการใช้อาวุธทำลายกันระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

แน่นอนว่า ในเมื่อเพื่อนรักของเราเป็นคนอิสราเอล หนูดีก็เลือกข้างทันที เพราะเราฟังเรื่องจากฝั่งเพื่อนเราฝั่งเดียวเป็นสิบๆ ปี ทุกครั้งที่เจอกันเธอต้องอัพเดตถึงความโหดร้ายของคนปาเลสไตน์ ความป่าเถื่อน การฆ่าคน การทำสงครามกองโจร การยิงระเบิดมิสไซล์เข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ฟังแบบนี้เป็นสิบปีจนหัวใจหนูดีมี “จุดอ่อนไหว” ให้คนยิวเป็นพิเศษ ใครมาว่าคนยิว เป็นต้องเจอหนูดีออกรับแทน แถมยกตัวอย่างเป๊ะๆ เพราะเพื่อนสอนมา ตั้งแต่ว่าเขาโดนรุมฆ่าอย่างไร ไปจนถึงทุกวันนี้เป็นประเทศเล็กๆ ที่โดนรุมทุกทาง ต้องมีทหารของตัวเองและเทคโนโลยีสงครามที่ทันสมัยมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบในอดีตอีก

จนได้ไปเรียนที่ฮาร์วาร์ดนั่นละค่ะ ถึงได้เริ่มทำความเข้าใจกับความเจ็บปวดของคนทางฝั่งปาเลสไตน์ ก็เริ่มรู้สึกว่า “แหม ขิงก็รา ข่าก็แรงนะเนี่ยคู่นี้” เพราะทางฝั่งอิสราเอลก็ใช่ย่อย ทำเขาแบบเต็มเหนี่ยวเหมือนกัน แถมคนปาเลสไตน์นั้น เทคโนโลยีก็ไม่ได้เทียบเท่าอิสราเอลเลย รู้สึกเหมือนทางเพื่อนเราได้เปรียบกว่าเยอะเสียด้วยซ้ำ แถมยังได้ดู Documentary รู้สึกว่าจะชื่อเรื่อง Hope ที่เป็นการเอากล้องเข้าไปแอบถ่าย ทั้งในฝั่งปาเลสไตน์และอิสราเอล โดยพาเด็กชายวัย 8 ขวบ 2 คนมาให้เป็นเพื่อนกัน โดยคนหนึ่งเป็นอิสราเอล อีกคนเป็นเด็กปาเลสไตน์ทั้งหมด เป็นการแอบพาเด็กเข้าไปเจอกันและแอบถ่าย ดูแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ เพราะตอนเด็กๆ เขายังไม่ทันได้เรียนรู้ความโกรธแค้นของพ่อแม่ เด็กก็รักกัน สาบานกันว่าโตขึ้นจะเป็นเพื่อนกัน หนังก็เก็บข้อมูลอยู่หลายปี จนฝั่งเด็กอิสราเอลโตเป็นหนุ่ม ต้องไปเป็นทหารตามที่กฎหมายกำหนด และถูกสอนว่าปาเลสไตน์คือศัตรู ก็เลยตัดสินใจเลิกติดต่อกับเพื่อนคนนี้ไป ภายหลังหนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลที่เมืองคานส์ด้วย สมควรได้อย่างยิ่ง

ล่าสุด หนูดีเจอเพื่อนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอมาหาและเหมือนมาลา บอกว่า กลับไปอิสราเอลหนนี้ เธอสังหรณ์ไม่ดีว่าเธออาจต้องตาย ตอนนั้นมีเรื่องที่ยูเอ็นจะประกาศยอมรับหรือไม่ยอมรับปาเลสไตน์ หากลงมติแบบที่ปาเลสไตน์ไม่พอใจ เธอคงต้องตายแน่ๆ เพราะเมืองของเธอเป็นเป้าระเบิดมิสไซล์เต็มๆ และที่ผ่านมาก็มีระเบิดตกใกล้บ้านไปหลายรอบแล้ว เราสองคนร้องไห้กลางร้านอาหารอยู่พักใหญ่ จนคุณแม่ต้องเตือนว่า อย่าทำตัวเป็นลางร้ายแบบนี้ ถึงได้เช็ดน้ำตากัน หนูดีใจโหวงเลยค่ะ ไม่อยากปลอบเขาลมๆ แล้งๆ เพราะมันซีเรียสถึงขนาดเพื่อนเพิ่งสั่งสร้างห้องหลบระเบิด ที่ทนแรงระเบิดขนาดเผาเมืองได้ไว้ที่สวนหลังบ้าน ห้องหลบระเบิดนี้ขนาดแค่ 4 คูณ 6 เมตร แต่หลังคาเป็นวัสดุแข็งหนัก 45 ตัน และราคาก่อสร้างกว่า 20 ล้านบาท โอ้โฮฟังแล้วหนูดีรู้สึกเลยว่า เรื่องซีเรียสถึงขั้นจริงๆ

เวลาผ่านไปหลายเดือน ตอนนี้เหตุการณ์ทางฝั่งอิสราเอลผ่านไปแล้วเพื่อนสบายใจ มั่นใจว่าเหตุการณ์ไม่น่าปะทุรุนแรงอย่างที่เธอกลัว ทุกอย่างกลับสู่สภาวะสบายใจชั่วคราวได้ แต่ไม่มีคำว่าสบายใจถาวรแน่สำหรับคนชาตินี้ ที่มีศัตรูถาวรที่พร้อมจะต่อสู้กันอีกหลายชั่วคน

หนูดีเองเข้าใจว่า เมื่อประโยชน์ไม่ลงตัว ก็สามารถทำให้คนสองฝ่ายโกรธแค้นกันได้มากมายแค่ไหน แต่ได้เห็นตัวอย่างมาเป็นสิบปี หนูดีก็ไม่อยากให้ประเทศเราต้องเข้าสู่จุดนั้นเลย เพราะเห็นกับตาว่าเพื่อนเราที่แสนน่ารัก ใจดี แต่ถ้าพูดถึงปาเลสไตน์เมื่อไร จะตัวเกร็งและตาแข็งขึ้นมาทันที มันคงฝังเข้าเส้นเลือดไปแล้วค่ะ

แต่นาทีนี้เธอคงมองว่า สถานการณ์ในไทยน่าห่วงกว่าระเบิดมิสไซล์ทางฝั่งเธอ เพราะจากที่หนูดีบังคับให้เธออีเมลมาเป็นระยะๆ ว่าเธอยังปลอดภัยดี นาทีนี้หนูดีกลับต้องเป็นฝ่ายเมลไปหาเธอเพื่อรายงานตัวเสียแล้ว เพราะเธอกลัวว่า ถ้าเมลหายไปพักใหญ่ จะแปลว่าหนูดีจมน้ำไปแล้วหรือไม่ เห็นแล้วก็แปลกดีนะคะ สถานการณ์ตอนนี้เดาอะไรล่วงหน้าได้ยากจริงๆ ความแน่นอน คือความไม่แน่นอนค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท