
พระสงฆ์ร่วมมือร่วมใจ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์
มหาอุทกภัยในประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตแก่ประชาชนชาวไทย
โดย...สมาน สุดโต
มหาอุทกภัยในประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตแก่ประชาชนชาวไทย ศาสนสถาน วัดวาอารามจำนวนนับไม่ถ้วน แต่วิกฤตครั้งนี้ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีระหว่างคนไทยด้วยกัน แม้กระทั่งคณะสงฆ์เองก็ไม่ละเลย หลายวัดที่มีศักยภาพและปลอดจากน้ำท่วม ได้ออกแรงช่วยเหลือประชาชนและพระด้วยกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
โดยพระพรหมโมลี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
มีคำสั่งให้วัดในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ซึ่งอยู่ในเขตน้ำท่วมที่มีความพร้อมจัดตั้งเป็นศูนย์พักอาศัย เพื่อสงเคราะห์ญาติโยมผู้ประสบอุทกภัย ดังนี้
1.จัดตั้งวัดเป็นศูนย์พักอาศัย
2.จัดตั้งวัดเป็นศูนย์ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือ
3.จัดตั้งวัดเป็นศูนย์ประสานงานการรักษาพยาบาล
4.จัดตั้งวัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิตโดยใช้หลักธรรม
ในส่วนของวัดในจังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขอให้จัดเป็นศูนย์สนับสนุนการช่วยเหลือในการรับบริจาค แล้วนำส่งส่วนกลางเพื่อส่งไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
รายละเอียดประสานงาน พระราชปริยัติเวที รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษ์ : 08-1908-0820
วัดพิชยญาติการาม ที่พระพรหมโมลี เป็นเจ้าอาวาส โดยความร่วมมือจากแม่ชีทศพรเทวาพิทักษ์ธรรม ได้จัดอาหารกล่องช่วยเหลือผู้ประสบภัย เริ่มตั้งแต่น้ำท่วมครั้งแรกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนถึงกรุงเทพมหานคร
พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะภาค 14 กรรมการมหาเถรสมาคม ได้ออกไปเยี่ยมและนำอาหารไปให้ตามวัดต่างๆ ย่านบางกรวย บางใหญ่ รวมทั้งย่านบางพลัดที่อยู่ห่างและผู้ช่วยเหลืออื่นๆ เข้าไปไม่ถึง ท่านบอกว่า ไปเห็นด้วยตาแล้วสะเทือนใจที่เห็นพระและคนไทยด้วยกันลำบาก ตกทุกข์ได้ยากอย่างที่ไม่สามารถจะประมาณได้
พระครูวินัยธรธีรวิทย์ ฉนฺทวิชโช แห่งวัดราชาธิวาส ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย บอกว่า ทางศูนย์ได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนและวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก จัดทำอาหารและถุงยังชีพไปช่วยเหลือประชาชนและวัดต่างๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2554 และทำเรื่อยมาถึงกทม. รวมๆ แล้วถึงวันที่ 9 พ.ย. ได้ช่วยเหลือวัดต่างๆ ไปแล้ว 129 วัด ของที่ช่วยแบ่งเป็น ประเภทข้าวสารอาหารแห้ง คือ ข้าวสารถุงละ 5 กก. จำนวน 1,625 ถุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลังละ 180 ซอง จำนวน 131 ลัง ปลากระป๋องลังละ 100 กระป๋อง จำนวน 131 ลัง ขนมปังกรอบ 140 ลัง ยารักษาโรคชุดใหญ่ 455 ชุด ถุงยังชีพ 1380 ถุง อาหารพร้อมรับประทาน 1,500 ชุด
พระราชปริยัติเวที รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามวัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร บอกว่า ศูนย์ที่เตรียมอาหารและของยังชีพช่วยวัดและผู้ประสบภัย ตามคำสั่งของพระพรหมโมลี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่เป็นหลักคือวัดพิชยญาติการาม โดยแม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม จัดทำอาหารทุกวันและเป็นจำนวนมากโดยใช้เนื้อหมูประมาณ 1 ตันต่อวัน ไข่ไก่วันละ 1 คันรถปิกอัพ
วัดจันทาราม ตลาดพลู ซึ่งเป็นวัดที่พระเทพสิทธิเมธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าอาวาส ได้จัดทำอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคส่งไปช่วยวัดต่างๆ ที่ประสบอุทกภัยในกรุงเทพมหานครทุกวันเช่นกัน
ทั้งนี้ น้ำท่วมขังครั้งนี้สร้างปัญหาและความทุกข์ให้กับทุกฝ่าย คณะสงฆ์ซึ่งมีหน้าที่สงเคราะห์ประชาชน จึงต้องทำให้ดีที่สุด วัดแห่งใดต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อโดยตรงที่ท่าน หรือประสานงานไปยังเลขาฯ เจ้าคณะเขตนั้นๆ การช่วยเหลือจะไปถึงผู้ประสบภัยทันที
ท่านเจ้าคุณพระราชปริยัติเวที ซึ่งเป็นรองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ชมว่าเลือกคนมาทำงานไม่ผิด บอกว่าวัดที่เป็นศูนย์พักพิง เช่น วัดหลักสี่ และวัดไผ่เขียว ดอนเมือง เป็นต้น นอกจากวัดถูกน้ำท่วมแล้ว ยังเป็นศูนย์พักพิงประชาชนจำนวนมาก และอยู่ในความรับผิดชอบของวัด หลังจากที่กทม.ประกาศปิดศูนย์อพยพ แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ย้ายออกไป เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินในบ้านที่ถูกน้ำท่วม
วัดต่างๆ ในต่างจังหวัดที่น้ำไม่ท่วม ได้รวบรวมของส่งมายังศูนย์ต่างๆ และที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสมอ เช่น
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2554 พระครูวิจิตรธรรมวิภัช รองเจ้าคณะอำเภอเมืองพัทลุง วัดจินตาวาส จ.พัทลุง เป็นตัวแทนคณะสงฆ์ จ.พัทลุง ซึ่งร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพัทลุง มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1 คันรถหกล้อ และถวายเงินจำนวน 120,155 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นหนึ่งร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)
และพระครูวิบูลโพธาภิวัต เจ้าคณะอำเภอศรีมหาโพธิ วัดใหม่กรงทอง จ.ปราจีนบุรี ได้มอบน้ำดื่มจำนวน 2,000 ขวด โดยมีนายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนายพนม ศรศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เป็นผู้รับมอบ
ศูนย์ช่วยเหลือวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมของคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ภายใต้ความอุปถัมภ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก็ได้ระดมออกไปช่วยวัดต่างๆ ไม่เคยหยุด ล่าสุดไปช่วยเหลือวัดบางไผ่ นนทบุรี
โดยพระธรรมสิทธินายก เจ้าคณะภาค 10 วัดสระเกศ ได้นำเรือ เครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรคจากศูนย์ช่วยเหลือวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมของคณะสงฆ์ ไปถวายวัดบางไผ่ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงของผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีพระภิกษุจำพรรษา จำนวน 80 รูป มีประชาชนอยู่ 250 คน
จากรายงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีวัดที่ถูกน้ำท่วมทั่วประเทศ จำนวน 2,525 วัด มีพระภิกษุได้รับความเดือดร้อนกว่า 3 หมื่นรูป ประกอบด้วย วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี อุทัยธานี และชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้ศูนย์ช่วยเหลือวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมของคณะสงฆ์ ได้จัดส่งของอุปโภคบริโภคและยารักษาโรคไปถวายวัดดังกล่าวแล้ว
เฉพาะในกรุงเทพมหานครมีวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 146 วัด มีพระภิกษุได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,000 รูป ขณะนี้ทางศูนย์ช่วยเหลือวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมของคณะสงฆ์ กำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
คณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ของหลวงพ่อชา จ.อุบลราชธานี ก็นำอาหารและสิ่งของสำหรับอุปโภคบริโภคมามอบให้ที่ศูนย์วัดสระเกศเป็นจำนวนมากเช่นกัน
พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวํโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดธรรมกาย แจ้งว่า ทางวัดช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้เพิ่มทั้งจำนวนและปริมาณทุกวัน เช่น อาหารก็ส่งพร้อมรับประทานทันที ส่วนน้ำดื่มน้ำใช้นั้นตั้งแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ไว้บริการประชาชน 2 จุด ที่ทางเข้าวัดธรรมกาย ทุกคนไปใช้ได้ฟรีถึงสิ้นปี นอกเหนือจากจัดรถไม่น้อยกว่า 20 คัน ส่งน้ำบริการประชาชนที่คลอง 1 ถึงคลอง 5
พระครูปลัดสุวัฒนเมตตาคุณ หรือที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อจิ๋ว แห่งวัดป่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ได้ระดมสิ่งของต่าง รวมทั้งเรือและของขบฉัน ส่งไปช่วยตามวัดต่างๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยทั้งพระสงฆ์และฆราวาสตลอดเวลา
นอกจากนั้น พบว่าประชาชนตามศูนย์พักพิงกำลังประสบสภาวะทางด้านจิตใจ มหาเถรสมาคมจึงได้จัดส่งพระวิทยากรจิตอาสาจากสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคง แห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ลงพื้นที่เพื่อใช้ธรรมะช่วยเยียวยาจิตใจประชาชน ตามศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากกว่า 400 แห่ง
ที่น่าทึ่งมากคือ ชาวพุทธมาเลเซียได้ส่งของต่างๆ มาช่วยสม่ำเสมอ ดังที่ พระ ดร.อนิล ศากยะ ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ที่ดำเนินโครงการน้ำพระทัยจากสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า ชาวพุทธประเทศมาเลเซียส่งของมาช่วยอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 18 พ.ย. รวมแล้ว 6 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยชาวพุทธทางมาเลเซีย กล่าวว่า จะส่งของมาช่วยชาวไทยจนน้ำหยดสุดท้ายเหือดแห้งไปนั่นทีเดียว ท่านบอกว่า ได้ฟังแล้วปลื้มจนรู้สึกขนลุก
พระ ดร.อนิล กล่าวถึงภารกิจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สำเร็จด้วยดีนั้น นอกจากผู้มีน้ำใจช่วยเหลือตลอดแล้ว ยังมีผู้ที่มีส่วนร่วมสำคัญรายหนึ่งคือ “สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน” ที่สนับสนุนให้รถ 6 ล้อ 2 คัน เรือ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาช่าง 2 คน ฟรีตลอดกาล ในการไปทำภารกิจตามโครงการ “น้ำพระทัยสมเด็จพระสังฆราชช่วยผู้ประสบอุทกภัย” ไม่ว่าจะดึกดื่นขนาดไหน ช่วยสนับสนุนโดยตลอด ทำให้ภารกิจยากๆ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จึงขออนุโมทนา มา ณ ที่นี้ด้วย
ท่านพระ ดร.อนิล นั้น นอกจากนำของไปช่วย ยังนำธรรมะไปพูดให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยด้วย เพราะท่านเห็นว่าผู้ที่ประสบภัยต้องอยู่ที่ศูนย์พักพิงนานๆ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่อาหารหล่อเลี้ยงทางกาย แต่เป็นอาหารหล่อเลี้ยงจิตใจอีกด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนจากน้ำใจคนไทยและคณะสงฆ์ผู้มีใจเอื้ออาทร ที่เต็มใจยื่นมือเข้าโอบอุ้มผู้ที่ประสบภัย ด้วยความเมตตากรุณา เอื้ออารี และเห็นใจซึ่งกันและกัน สมกับความเป็นชาวพุทธ ลูกตถาคตโดยแท้







