
ลูกเบคส์หล่นไม่ไกลพ่อ
หากเอ่ยชื่อนักกีฬาที่เป็นผู้นำแฟชั่นสักคน คงต้องมีชื่อของ เดวิด เบคแฮม ติดโผด้วยอย่างแน่แท้
หากเอ่ยชื่อนักกีฬาที่เป็นผู้นำแฟชั่นสักคน คงต้องมีชื่อของ เดวิด เบคแฮม ติดโผด้วยอย่างแน่แท้
โดย...มิวโกโตะ
หากเอ่ยชื่อนักกีฬาที่เป็นผู้นำแฟชั่นสักคน คงต้องมีชื่อของ เดวิด เบคแฮม ติดโผด้วยอย่างแน่แท้ เพราะไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ดูจะอินเทรนด์ไปซะทุกเรื่อง ยิ่งได้ “เจ๊วิก” วิกตอเรีย อดัม (นามสกุลเดิม) อดีตนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต มาเป็นศรีภรรยาด้วยแล้ว ครอบครัวเบคแฮมจึงการันตีความเป็นแฟชั่นนิสตาไปโดยปริยาย
ถึงแม้ว่าคู่รักสุดเฟี้ยวคู่นี้จะมีลูกด้วยกันถึง 4 คนเข้าไปแล้ว (ล่าสุดแว่วมาว่าปั๊มคนที่ 5 อยู่ โอ้ว!!! พระเจ้า ขยันมาก...อิอิ) แต่ดูเหมือนว่า หนุ่มเบคส์ และสาววิก จะไม่ได้ลดความเป็นผู้นำแฟชั่นลงแม้แต่น้อย ยิ่งปัจจุบันย้ายถิ่นฐานกันไปอยู่เมืองมะกันด้วยแล้ว ยิ่งทวีคูณความทันสมัยขึ้นไปอีก สังเกตจากเวลาไปไหนมาไหนเป็นครอบครัว ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ต้องบอกเลยว่า ... “เป๊ะอ่ะ”
สมัยก่อนถ้าจำกันได้ เวลามีทัวร์นาเมนต์แข่งขันใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร คุณพ่อลูกสี่ท่านนี้มักจะไปไถหัวหาทรงผมสุดเจ็บมาได้ตลอดๆ ทั้ง สกินเฮด ไว้ยาวมัดจุกมั่งอะไรมั่ง ก็ต่างสร้างกระแสได้อย่างมากมาย แต่ทรงผมของจอมฟรีคิกที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ คงหนีไม่พ้นทรง โมฮอว์ก หรือที่ต่างชาติมักเรียก โมฮีแกน เป็นทรงลักษณะไถด้านข้างออกหมด แล้วไว้ผมเฉพาะด้านบนเป็นสัน ซึ่งหลังจากมิดฟิลด์มาดเท่ตัดเท่านั้นแหละ เดินไปไหน (ขนาดในเมืองไทย) ก็พบประชาชีตัดทรงนี้กันเพียบ มีทั้งหน้าให้ใจรัก และหน้าไม่ให้ใจด้าน เกลื่อนกลาดไปหมด
ปล่อยคนโน้นคนนี้ก๊อบปี้พ่อมานานแล้ว ล่าสุด “เจ้าหนู” ครูซ วัย 6 ขวบ บุตรชายคนที่ 3 ของ เบคแฮม ก็ขอเจริญรอยตามป๊ะป๋ากับเค้าบ้าง ด้วยการไปไถผมสุดจี๊ด (โมฮอว์ก) แบบเดียวกับคุณพ่อเคยไว้ในอดีต
สำหรับ ครูซ นี้ ถือเป็นลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้นคุณพ่อเบคส์มากที่สุด ตั้งแต่การชอบเล่นฟุตบอล ชื่นชอบรอยสักตั้งแต่เด็กๆ ถึงขนาดเคยนำแทตทู (ชั่วคราว) แบบใช้น้ำแปะ มาติดเปรอะเปื้อนบนเรือนร่างตัวเองมาแล้ว หรือแม้กระทั่งทรงผมล่าสุดที่ถูกบรรดาสื่อรุมเชะภาพ
แต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหนูรายนี้จะไม่ได้มีอาการเขินกล้องแต่อย่างใด ยังคงใช้ชีวิตอย่างมั่นอกมั่นใจตามสไตล์ตัวเองเหมือนเดิม
โอ้ว!!! นี่มันอนาคตซูเปอร์สตาร์ชัดๆ ไม่มีเขิน ไม่มีสั่น ไม่มีเก็ง เอาซะเลย
แม้จะโคลนนิงคุณพ่อมาเยอะขนาดนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีกิจกรรมแขนงใหม่ที่ ครูซ ทำท่าว่าจะหลงใหลไม่แพ้ลีลาหมากเตะเสียแล้ว นั่นคือการได้ไปร่วมฝึกหัดประดิดประดอยงานศิลปะ ณ คัลเลอร์ มี ไมน์ (Color Me Mine) สตูดิโอเครื่องปั้นดินเผา ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มาทดลองระบายสีลงบนเครื่องปั้นดินเผา โดยที่คุณพ่อร่วมปั้นอยู่เคียงข้างอย่างสนุกสนาน คงจะเป็นกิจกรรมนี้ล่ะมั้งที่เจ้าหนูครูซแหวกแนวคุณพ่อมา
ถึงแม้ว่าจะดูทุ่มเวลาให้ครอบครัวขนาดนี้ แต่ผลงานในสนามของกองกลางวัย 36 ก็ยังไม่ละทิ้งแต่อย่างใด อย่างล่าสุดนี้ก็เพิ่งได้รางวัล ผู้เล่นคัมแบ็กแห่งปี 2011 (หรือรางวัลคืนฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง) ของศึกเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ สหรัฐ ที่ได้จากการโหวตของพวกผู้เล่นด้วยกันและบรรดาสื่อมวลชนในถิ่นมะกัน ซึ่งก็ต้องขอปรบมือให้กับการแบ่งเวลาของเบคแฮมด้วยแล้วกันที่ทำได้อย่างดีเยี่ยมทั้งในและนอกสนาม
สุดท้ายนี้ หากใครถามว่า หนูตัดผมตามใครน่ะ??? ขอเตือนหนูครูซไว้ก่อนว่า อย่าตอบว่าตัดตามพ่อเลยนะ เพราะดูไปดูมา ทรงผมนี้มันดันไปคล้าย “เกรียนโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี นักเตะอิตาเลียนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่มักก่อแต่เรื่องบ้าๆ บอๆ ซะมากกว่า...สงสารเด็กจริง จริ้งง







