posttoday
"นิวัติ"ฉะนายกฯบริหารประเทศไม่ใช่ฝึกงาน

"นิวัติ"ฉะนายกฯบริหารประเทศไม่ใช่ฝึกงาน

15 พฤศจิกายน 2554

"นิวัติ กองเพียร"เขียนบทความจดหมายจากหัวหิน ฉะ"ปู"แหลก ชี้การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงาน อัดมาเป็นนายกฯต้องรู้จักตัวเองก่อน

"นิวัติ กองเพียร"เขียนบทความจดหมายจากหัวหิน ฉะ"ปู"แหลก ชี้การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงาน อัดมาเป็นนายกฯต้องรู้จักตัวเองก่อน

"นิวัติ"ฉะนายกฯบริหารประเทศไม่ใช่ฝึกงาน

นายนิวัติ กองเพียร อดีตคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้เขียนบทความชื่อ “จดหมายจากหัวหิน” ออกเผยแพร่บนเว็บไซต์ www.niwatkongpien.com เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์หลังจากต้องอพยพออกจากบ้านพักที่กรุงเทพฯ ซึ่งถูกน้ำท่วมมาพักอาศัยที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยบทความล่าสุดเป็นบทความชิ้นที่ 2 ภายใต้ชื่อ "จดหมายจากหัวหินฉบับที่ 2" มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดังนี้

บ้านพักพิง หัวหิน ๘๘ บ่อนไก่   
เชิงเขาหินเหล็กไฟ   
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เพื่อนรัก

วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือนตั้งแต่น้ำท่วมบ้าน หนึ่งอาทิตย์ที่จมอยู่กับน้ำจนสู้ไม่ไหวต้องอพยพออกจากบ้านมาเร่ร่อนหาที่พักพิงหลายแห่ง กว่าจะมาหยุดอยู่ที่หัวหิน หนึ่งอาทิตย์ที่คอนโดถนนแจ้งวัฒนะ หนึ่งวันที่คอนโดประชาชื่นของลูกชาย

ไม่ได้ไปทำงานเพราะเส้นทางถูกตัดขาด และที่ทำงานวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ก็ถูกน้ำเข้าล้อมรอบทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล ดร.สุกรี เจริญสุข เจ้านายก็อนุญาตให้ได้หลบภัยน้ำมาอยู่ที่หัวหิน ตัวอาจารย์เองก็เป็นแม่ทัพพาเพื่อนร่วมงานฝ่าวิกฤติอย่างเข้มแข็ง คิดว่าน่าจะปกป้องวิทยาลัยและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานได้ เพราะได้ให้วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เป็นศูนย์พักพิงด้วย

หนึ่งเดือนที่เร่ร่อนได้รู้ว่า ชีวิตนี้ต้องพึ่งตัวเองเป็นสำคัญ เพื่อนคือผู้คอยช่วยเหลือที่ดีที่สุด เพื่อนทุกคนที่เป็นเพื่อน ไม่มีใครเลยที่นิ่งดูดาย แม้ตัวเองจะประสบกับปัญหาไม่แพ้กัน แต่เพื่อนก็หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กันอย่างสุดหัวใจ มีเพื่อนหลายคนที่มิได้รับตอบเพราะมันมากเกินกว่าจะรับได้ มันเกินกำลังของเราที่จะรับน้ำใจอันประเสริฐได้ จึงเพียงรับเอาจากเพื่อนที่พอรับได้ มิได้รังเกียจหรือไม่อยากรับ แต่รู้สึกมันมากเกินความพอดีพอเพียง

๒๐ กว่าวันที่หัวหินก็พอมีสติและได้ใช้ปัญญาอยู่บ้าง เพราะที่บ้านพักพิงมีหนังสือให้อ่าน หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดในเวลานี้ การอ่านหนังสือในขณะที่น้ำเข้าท่วมหนังสือที่บ้านตัวเองเสียหายมากมายเกินจะทำใจได้นั้น เป็นการทำใจให้รู้ว่ายังมีหนังสืออีกมากมายในโลกนี้ที่ยังรอดเหลือไว้ให้อ่านได้ ที่สูญเสียแม้บางเล่มจะหาใหม่ไม่ได้ ก็ยังพอหาที่ทดแทนกันได้ แต่ถ้าไม่มีหนังสือเหลืออยู่เลยในโลกนี้ เราก็คงอยู่ไม่ได้

วันนี้ฝนตกปรอยปรอยตั้งแต่เช้าตรู่ อากาศหนาวเย็นบอกให้รู้ว่าหน้าหนาวมาแล้ว ลมจากทะเลพัดเข้าหาภูเขาเย็นชื่นใจ หนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าเรียกให้หยิบขึ้นอ่านเสียก่อนที่ความคิดจะปั่นป่วนหวนระลึกถึงบ้าน

เมื่อวานลูกหลานมากันเต็มบ้าน รื่นเริงสนุกสนานจนถึงเวลาต้องลาจากกัน ความสงบวังเวงก็เกิดขึ้นกับสองตายาย กอดลูกหลานร่ำลากันด้วยอาวรณ์ แม้บางครอบครัวจะมิใช่สายเลือด แต่เขาก็รักเราดุจสายเลือดเดียวกัน ด้วยเวลาด้วยมิตรภาพอันแสนงดงามที่ลูกลูกผูกกันมา ส่งผลมาถึงพ่อแม่ปู่และย่าตายกับยาย

เสียงสรวลเสเฮฮาหายไปดั่งคลื่นที่สงบนิ่ง เพลงอะไรเล่าจะน่าฟังเท่าเพลงคลื่นหรือเพลงลมทีแผ่วผ่านเข้ามาให้ได้ยิน ธรรมชาติกำลังกล่อมเกลาจิตใจให้นิ่งสงบ

ผมนอนหลับสนิทมากเมื่อคืน เพราะก่อนนอนได้พูดในรายการวิทยุของผมเองที่ทำมายาวนานเกือบห้าปีแล้ว เป็นรายการวิทยุของคลื่นความคิด เอฟเอ็ม ๙๖.๕ ทุกวันเสาร์ เวลาสามทุ่มถึงห้าทุ่ม กับเพื่อนรักคนหนึ่ง ชื่อเล่นว่าหมอ แต่ไม่ได้เป็นหมอ เป็นการ์ตูนนิสท์ที่เขียนอยู่ในบางกอกโพสต์กับกรุงเทพธุรกิจ หมอมีชื่อจริงว่า ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ ใครไม่เคยฟังลองเปิดฟังนะครับ

เมื่อคืนผมพูดถึงผู้บริหารประเทศที่มาจากกรรมการผู้จัดการบริษัททางธุรกิจ ที่ไม่มีประสบการณ์ในชีวิตนอกเหนือจากงานที่ทำอยู่เลย การพูดต่อหน้าสาธารณะบอกให้ผมรู้ว่าเธอไม่อ่านหนังสือ ท่าทางการแสดงออกบอกให้รู้ว่าเธอไม่ดูหนัง เสียงของเธอไม่น่าฟังแสดงว่าเธอไม่ฟังเพลง คนคนหนึ่งคนใดจะเข้ามาบริหารประเทศด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะเป็นคนไหนก็ได้ เริ่มต้นตั้งแต่การต้องรู้จักตัวเองว่า จะทำงานนี้ได้ไหม และงานต้องทำอะไร การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงานหรือมาทำแทนใครได้

มันเป็นความผิดมหันต์นะครับที่มารับหน้าที่ที่ตัวเองไม่สามารถทำได้ มันจะเป็นอนุสาวรีย์ขายความอายต่อชาติตระกูลที่แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว มันทำร้ายประชาชนทั้งประเทศให้เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส เธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าประชาชนเลือกเธอมา และไม่น่าจะมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถ้าเธอรู้จักตัวเอง

ผมพูดอะไรออกไปอีกมากมายเหมือนคนเก็บกด เพราะมันเก็บกดจริงจริงครับ ผมไม่อยากเห็นเธอในจอทีวี ไม่อยากได้ยินเสียงเธอ ที่จริงผมเป็นคนที่ชอบผู้หญิงมากมาก โดยเฉพาะผู้หญิงเก่ง ฉลาด และจะยกย่องเชิดชูผู้หญิงเสมอเมื่อมีโอกาส เพื่อนคู่ชีวิตผมบอกผมว่า เธอรู้สึกเสียใจและอับอายที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้ความเป็นผู้หญิงเสียหายได้ถึงเพียงนี้

เช้านี้ผมเขียนได้เท่านี้ แล้วจะเขียนมาอีกครับ

รักและคิดถึงผู้อ่านครับ      
นิวัติ กองเพียร      

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท