
ละเวง ปัญจสุนทร แชมป์คนล่า รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ
แล้วแชมป์ครั้งที่ 16 ก็ตกเป็นของเขาคนนี้ “ละเวง ปัญจสุนทร” ที่มากับนวนิยายกรุ่นกลิ่นอายความรักท่ามกลางบรรยากาศพีเรียดชื่อสั้นกระชับ “ในรัก”
แล้วแชมป์ครั้งที่ 16 ก็ตกเป็นของเขาคนนี้ “ละเวง ปัญจสุนทร” ที่มากับนวนิยายกรุ่นกลิ่นอายความรักท่ามกลางบรรยากาศพีเรียดชื่อสั้นกระชับ “ในรัก”
โดย..วิชช์ญะ ยุติ
งานเขียนเรื่องนี้ถือเป็น 1 ใน3 เล่ม รอบไฟนอลที่กรรมการพร้อมใจลงความเห็นตรงกันว่า มีความโดดเด้งทั้งเนื้อหา การนำเสนอ ตลอดทั้งภาษายังสละสลวยกว่าเล่มอื่นใด (อีก 2 เล่ม ได้แก่ วาดวิมาน ของ ชาติณรงค์ วิสุตกุล และ สัมพันธภาพ ของ กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ)
“แรกเริ่มเลยคือ อยากเขียนนิยายสักเรื่อง ก็มีเขียนนิยายอยู่บ้าง แต่ไม่ถูกใจ ช่วงนั้นรู้สึกว่าคนรอบตัวที่ผมรู้จัก มีปัญหาหรือคำถามเกี่ยวกับความรักอยู่มาก โดยเฉพาะคนที่แต่งงาน เพื่อนผู้ชายส่วนใหญ่แต่งงานมีครอบครัว มีลูก คนที่แต่งงานก็ยังมีปัญหา แล้วในสังคมเรื่องแบบนี้เราเห็นเยอะมาก ที่ว่าความรักที่มีอยู่มันสั่นคลอน ครอบครัวมันพังทลาย รวมถึงว่าเราควรมองความรักอย่างไร ผมเลยอยากเล่าเรื่องความรักของผู้ชายวัยใกล้ 40 ที่ความรักมันเกิดสั่นคลอน แต่ในเรื่องมันก็จะมีความรักด้านอื่นๆ ในชีวิตที่คนเราต้องพบเจอ ทั้งเพื่อนฝูง พ่อแม่ อยากเล่าเรื่องแบบย้อนอดีตด้วย ให้เรื่องมันมีความเชย มีเพลงเก่าๆ อยู่ในเรื่อง เนื้อเรื่องมันจะกินช่วงชีวิตของตัวเอกอยู่ราว 25 ปี ประมาณนั้น” ละเวง เริ่มเปิดบทสนทนาถึงแรงบันดาลใจสำคัญ
“ในรัก” อาจไม่ใช่นวนิยายเรื่องแรกของละเวง ทว่าตัวผู้เขียนก็หมายมุ่งนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัว เพื่อสื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาพความรักหลากมุมในบริบทแตกต่าง มีมิติกว้างไกล เจือด้วยความอบอุ่นโรแมนติกพอสมควร
“เรื่องความบันเทิง นี่ผมก็ไม่แน่ใจนะ ชื่อเรื่องอาจจะดูหวาน แต่งานผมที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยบันเทิง เรื่องนี้ก็น่าจะอ่านได้แบบอบอุ่น ไม่หนักหนาจนเกินไป มีความโรแมนติกอยู่มาก ซึ่งผมอยากให้คนเรามองความรักในมุมมองที่กว้างขึ้น เข้าใจ และยอมรับมัน ในความรัก มันมีอะไรอยู่บ้าง ในมุมมองเท่าที่ผมจะมี เท่าที่ประสบการณ์ที่ผมมี โดยเฉพาะคนที่มีครอบครัว หรือคนที่มีคนรักเป็นของตัวเองนะ ผมเน้นย้ำเรื่องความซื่อสัตย์ การผิดพลาด และการให้อภัย อีกอย่าง บ่อยครั้งมากที่เราละเลยคนใกล้ตัว ความดี คนที่ดีที่รักเรา พอใกล้ตัวมากๆ บางทีมันมองข้ามไป ผมว่าเรื่องนี้น่าจะสะกิดใจอะไรได้บ้างล่ะ ผมว่าเราต้องยอมรับว่าหลายๆ อย่างในชีวิตเราไม่ได้ดั่งใจ และบางทีความรักก็เป็นเรื่องของพรหมลิขิต”
ก่อนนั้นเขาเคยมีนวนิยายเรื่องหนึ่ง ซึ่งคว้ารางวัลชมเชยจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2541 “บันทึกถึงวันพรุ่งนี้” พอคุ้ยมั้ยเอ่ย
ขณะเดียวกันงานเขียนประเภทเรื่องสั้น ตัวละเลงเองก็ได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารและหนังสือทำมืออยู่บ่อยๆ เช่นว่า “สัญญาณไฟแดงที่รัก” (สกุลไทย/ปี 2538) “ดอกไม้พลาสติก” (หนังสือทำมือ/ปี 2543) “ความตายเป็นเพียงแค่ความฝัน” (ช่อการะเกดยอดเยี่ยม/ปี 2553) นั่นจึงเรียกได้ว่า ละเวงไม่ใช่มือใหม่หัดเขียนซะทีเดียว เพียงแต่ชื่อชั้นเขาอาจไม่ดังเปรี้ยงเช่นเพื่อนพ้องน้องพี่หลายๆ ในแวดวง
“ข้อจำกัดในการสร้างงานจริงๆ ก็ไม่มีนะ ถ้ามีก็เป็นเรื่องของเวลา ตอนที่คิดว่าจะเขียน ก็คิดว่าจะส่งประกวดรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ดู มีเวลาอยู่ราว 4 เดือน แม้จะเป็นนิยายสั้น แต่ผมก็ทำงานประจำด้วย (ปัจจุบันเป็นช่างภาพกรมศิลปากร ฝ่ายหอสมุดดนตรี ร.9 หอสมุดแห่งชาติ) เวลาที่จะเขียนก็มีไม่มาก แล้วผมเป็นคนชอบเดินทาง ชอบเข้าป่า ปีนภู ไหนจะเขียนรูปอีก ช่วงที่เขียน ยังแอบไปล่องแก่งกับน้องๆ เลย ตอนเขียนนี่นอนเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ทำอยู่เกือบ 3 เดือน อีกเรื่องที่ค่อนข้างเน้น คือ วิธีการเล่าเรื่อง ที่ผมจะตัดสลับไปมา ตรงนี้ผมค่อนข้างแก้เยอะ แล้วก็เรื่องเพลงเก่าแนวลูกกรุงอมตะที่มีส่วนกับเรื่อง ผมต้องฟังมากกว่า 200 รอบ เพื่อเลือกและใส่ในเนื้อเรื่อง”
ด้วยความที่เป็นนวนิยายรัก มีกลิ่นอายโรแมนติก รวมถึงมีฉากหลังย้อนยุค ไม่พอผู้เขียนยังนำเสนอสไตล์หนัง ขาดไม่ได้ก็คือ ใช้เพลงลูกทุ่งเคล้าอารมณ์ เราจึงถามละเวงทีเล่นทีจริง “มันเหมาะจะนำไปดัดแปลงเป็นละครหรือหนัง หรือเปล่า? ” เขาไม่รีรอที่จะตอบกลับมา
“ละครนี่คงไม่ หนังก็คงไม่เหมาะอยู่ดี แม้จะใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบหนังก็ตาม”
กระนั้น นักเขียนวัย 40 ชาวกรุงเทพฯ บอกต่อ ถ้าเป็นนวนิยาย (ขนาดยาว) เรื่องใหม่ที่เขากำลังเขียนอยู่ “เทียนนกแก้ว” ก็มีความเป็นไปได้สูง (คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ราวเดือน ธ.ค.นี้)
“เรื่องนี้มันเป็นนิยายรักโรแมนติก โศกนาฏกรรมรัก เศร้า เคล้าน้ำตาเต็มตัว ผมพยายามให้เพื่อชีวิตน้อยลง เพื่อให้คนวงกว้างอ่านได้ง่ายขึ้น อาจทำเป็นหนังได้ แต่ต้องบอกก่อนว่า ตอนเขียนงานผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นละคร หรือเป็นหนัง เพราะผมไม่ใช่นักเขียนแนวนั้นอยู่แล้ว”
หมายเหตุ 1 (ขณะนี้นวนิยาย “ในรัก” ยังไม่ได้พิมพ์เป็นรูปเล่ม แฟนๆ โปรดอดใจรอ แว่วว่าไม่ช้าไม่นาน สนพ.นานมีบุ๊คส์ จะรวมเล่มจัดพิมพ์ ให้ได้อ่านกันเต็มอิ่มแน่นอน)
หมายเหตุ 2 (รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ก่อตั้งขึ้นปี 2538 โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งได้จัดตั้งกองทุนรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ เพื่อรำลึกถึงนักเขียนหญิงผู้ล่วงลับ “สุภาว์ เทวกุล ณ อยุธยา” ซึ่งทุกๆ ปีจะเปิดรับผลงานเขียน 3 ประเภท นวนิยาย เรื่องสั้น และบทละคร หมุนเวียนกันไป)
&<2288;







