
อร่อยเกินห้ามใจ ชอร์ตเบรด
หนึ่งในจุดอ่อนของฉันคือ หัวใจ เอ๊ย ไม่ใช่ หนึ่งในจุดอ่อนของ รอยนวล ย่อมต้องเป็น “ขนม” ไม่ว่าเจอทีไรก็จะเกิดอาการ “วิงค์ๆ”
หนึ่งในจุดอ่อนของฉันคือ หัวใจ เอ๊ย ไม่ใช่ หนึ่งในจุดอ่อนของ รอยนวล ย่อมต้องเป็น “ขนม” ไม่ว่าเจอทีไรก็จะเกิดอาการ “วิงค์ๆ”
โดย..รอยนวล
หนึ่งในจุดอ่อนของฉันคือ หัวใจ เอ๊ย ไม่ใช่ หนึ่งในจุดอ่อนของ รอยนวล ย่อมต้องเป็น “ขนม” ไม่ว่าเจอทีไรก็จะเกิดอาการ “วิงค์ๆ” แล้วก็หยิบใส่ปากโดยไม่รู้ตัว หนึ่งในขนมที่เราไม่สามารถ “เซย์โน” ได้ก็คือ ชอร์ตเบรด
2 เดือนที่แล้ว รอยนวลถูกส้มหล่นใส่หัวดังโป๊ก!!! เลยได้ไปตุหรัดตุเหร่เที่ยวเล่นที่สกอตแลนด์ (อีกครั้ง) มีความสุขม้ากกกก ที่นี่นอกจากให้กำเนิดสกอตช์วิสกี้แล้ว ดินแดนแห่งนี้ยังเป็นบ้านของชอร์ตเบรด ขนมสุดโปรดอีกต่างหาก
เวลาไปเที่ยวสกอตแลนด์ (หรืออังกฤษ) ใครก็อดใจไม่ได้ต้องลิ้มชิมรสและหอบหิ้วชอร์ตเบรดกลับมาฝากญาติมิตร ปัจจุบันบ้านเรานำเข้าขนมชนิดนี้มาขายหลากหลายยี่ห้อ ที่นิยมมากก็เห็นจะเป็นยี่ห้อวอล์กเกอร์ ซึ่งโดดเด่นด้วยบรรจุภัณฑ์สีแดงลายสกอต แต่เมื่อได้ไปเยือนอังกฤษครั้งล่าสุด รอยนวลก็ได้ลองชิมยี่ห้อดีนส์ ซึ่งอร่อยมากขอบอก รสชาติเข้มข้นและหอมกรุ่นด้วยเนย เรียกได้ว่าชิ้นเดียวไม่เคยพอ บอกต่อๆ มากันว่า ยี่ห้อนี้คนท้องถิ่นเขารับประทานกัน นอกจากนี้เบเกอรีร้านเล็กร้านน้อยก็ยังมีชอร์ตเบรดสูตรโฮมเมดให้เลือกชิมกันอ้วนตุ้ยเลยทีเดียว
ชอร์ตเบรดเป็นบิสกิตประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นมาจากการพัฒนาสูตรขนมปังกรอบในยุคกลาง และชื่อนี้ก็ได้มาจากการที่ชอร์ตเบรดมีปริมาณของไขมันจากเนยมาก ไขมันนี้จึงไปยับยั้งไม่ให้โปรตีนก่อตัวเป็นสายยาว หรือที่เรียกว่า กลูเตน (Gluten) เลยถูกเรียกว่า ชอร์ตเบรด คือ เป็นขนมปังที่มีโปรตีนสายสั้นนั่นเอง
ขนมคลาสสิกของสกอตชนิดนี้มีส่วนผสมหลัก 3 อย่าง คือ แป้ง น้ำตาล และเนย อบสองครั้งและโรยหน้าด้วยน้ำตาลกับเครื่องเทศ เกิดขึ้นครั้งแรกในราวศตวรรษที่ 12 ก่อนที่พระราชินีแมรีแห่งสกอตส์จะทรงคิดค้นพัฒนาสูตร โดยได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 16 จากนั้นจึงแพร่ความนิยมไปสู่อังกฤษ ขณะที่เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และสวีเดน ก็มีสูตรชอร์ตเบรดของตัวเองเช่นกัน
อย่างที่บอกว่า สูตรดั้งเดิมนั้นชอร์ตเบรดอบด้วยแป้ง เนย และน้ำตาล โดยไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่เป็นตัวทำให้ฟู แต่ในปัจจุบันก็มีการปรับสูตรให้มีความแปลกและต่าง บ้างก็ใส่ธัญพืช เครื่องเทศ หรือแม้แต่ผลไม้แห้งเข้าไปให้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่าง
ในอดีตชอร์ตเบรดนับเป็นขนมราคาแพง ใช้ในโอกาสพิเศษอย่างคริสต์มาส ปีใหม่ และงานแต่ง ก่อนจะกลายมาเป็นขนมสามัญและได้รับความนิยมทั่วโลก
โดยหลักๆ แล้วชอร์ตเบรดมีรูปร่าง 3 แบบ คือ แบบแท่งยาว (เรียกอย่างหนึ่งว่า ฟิงเกอร์ชอร์ตเบรด) แบบกลม และสามเหลี่ยม ควีนแมรีเรียกชอร์ตเบรดรูปสามเหลี่ยมว่า ปัตติโคตเทล (Petticoat Tail) หรือชายของชุดชั้นในผู้หญิง บางตำนานก็บอกว่า น่าจะเป็นชื่อที่ได้มาจากชื่อขนมปังของฝรั่งเศสซึ่งนิยมรับประทานกับไวน์ หรือจากคำว่า เค้กเล็กๆ ในภาษาฝรั่งเศส ปัจจุบันมีการสร้างสรรค์ชอร์ตเบรดเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปหัวใจ สำหรับโอกาสพิเศษอย่างวาเลนไทน์ เป็นต้น
อยากเล่าเรื่องของชอร์ตเบรดยี่ห้อวอล์กเกอร์ ซึ่งมีอายุมายาวนานกว่าร้อยปี เริ่มต้นในปี 1898 โดยหนุ่มน้อยวัย 20 ชื่อ โจเซฟ วอล์กเกอร์ เขามีความฝันอยากจะทำชอร์ตเบรดที่อร่อยที่สุดในโลก เขาจึงหยิบยืมเงิน 50 ปอนด์ มาเปิดร้านเบเกอรีและพัฒนาสูตรขนมอบชนิดนี้ จนชาวบ้านต่างก็ติดใจในรสชาติ เมื่อความต้องการสูงขึ้น วอล์กเกอร์จึงเปิดช็อปใหญ่ขึ้นในหมู่บ้านชื่อ อะเบอร์ลัวร์ ย่านสเปย์ไซด์ของสกอตแลนด์ ขนมของเขาได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ภายหลังลูกหลานของเขาก็สืบทอดเรื่อยมา แต่ยังคงรักษาสูตรดั้งเดิมไว้ ปัจจุบันวอล์กเกอร์เป็นชอร์ตเบรดที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในโลกก็ว่าได้
ด้วยรสหวานมัน เข้มข้น กลมกล่อม ของชอร์ตเบรด ผู้เขียนเห็นว่ารับประทานคู่กับชาจะได้รสชาติกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ ใครที่ประสบอุทกภัยอยู่ขณะนี้อย่าลืมตุนชอร์ตเบรดไว้บ้าง เก็บไว้ได้นาน นำออกมารับประทานวันละชิ้นสองชิ้นเพื่อเป็นการมอบรางวัลให้กับตัวเอง จะได้มีกำลังใจสู้ภัยน้ำกันต่อไป







