
ธรรมยาตราสู่สันติภาพโลกพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี (ตอน ๒)
ปุจฉา : ได้รับทราบกิจนิมนต์ของพระอาจารย์
ปุจฉา : ได้รับทราบกิจนิมนต์ของพระอาจารย์
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
เนื่องในงานพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ที่จัดขึ้นในอินเดีย ซึ่งมีธรรมยาตราของชาวพุทธร่วมอยู่ในรายการด้วย จึงขอทราบรายละเอียดที่ไปที่มาของงาน และความสืบเนื่องกับพระอาจารย์ โดยมีคำถามต่อไปนี้ที่จะขออนุญาตเป็นตัวแทนคณะสาธุชน เพื่อกราบเรียนถามเป็นข้อๆ ไป
ด้วยความเคารพยิ่ง
ศรัทธาธรรมส่องโลก
วิสัชนา : ๑.ธรรมยาตราคืออะไร... จัดขึ้นเพื่ออะไร...
ธรรมยาตรา ... ธรรมะคือความปกติ ยาตราคือการเคลื่อนไปของคณะบุคคล รวมความหมายของธรรมยาตราคือการเคลื่อนไปอย่างปกติของคณะบุคคลที่มีความสงบโดยธรรม ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่เข้าสู่กระบวนธรรมยาตราที่เคลื่อนไปด้วยกระบวนกองทัพแห่งธรรมะคณะหนึ่งในพระพุทธศาสนา อันรวมพุทธบริษัททั้ง ๔ นั้น ได้พร้อมใจกันที่จะร่วมแสดงถึงพลังแห่งธรรมะ ที่แสดงออกด้วยการเคลื่อนไปในที่ต่างๆ เพื่อประกาศความเป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ที่เป็นไปเพื่อความสงบด้วยกาย วาจา ใจ
ธรรมยาตรา ... จึงเป็นการเคลื่อนไปเพื่อแสดงอำนาจธรรมให้ปรากฏสู่โลกภายนอก ที่สื่อสารจากธรรมภายในของบุคคลที่ร่วมในคณะธรรมยาตราอย่างมีความสงบ เพื่อแสดงความจริงแท้ในพระพุทธศาสนาว่า พระพุทธศาสนานี้มีจุดมุ่งหมายเป็นไปเพื่อความสงบและสันติหรือสุขสันติอย่างแท้จริง ฉะนั้น กองทัพธรรมในพระพุทธศาสนา จะแสดงถึงความเข้มแข็งที่เป็นไปอย่างสงบ มั่นคงอยู่ในศีลธรรม ไม่เบียดเบียนใคร ในทุกย่างก้าวที่ยาตราไปบนเส้นทางธรรม จะไม่เอะอะโวยวาย ไม่ร้องรำทำเพลง ไม่ไปอย่างทางโลกที่เคลื่อนกำลังเพื่อมุ่งเบียดเบียนต่อกัน ทำร้ายทำลายกัน ซึ่งธรรมยาตราในพระศาสนานี้จะเคลื่อนกำลังไปเพื่อความสงบด้วยความเย็นจิต เย็นใจ ให้ความสงบสุขในทุกสถานด้วยธรรม โดยบุคคลที่เดินทางเคลื่อนไปในขบวนนี้จะต้องมีสติ สัมปชัญญะ เดินไปอย่างมีความเมตตา กรุณา และเดินไปอย่างมีความสังวร สำรวมระวัง นี่คือลักษณะธรรมของพระพุทธศาสนา ที่ยึดหลักความเมตตากรุณา ความไม่เบียดเบียนต่อกันสำคัญยิ่ง คือ เมื่อใดที่ควรแก่การเผยแผ่ธรรมะต่อสังคมและชุมชน ผู้นำขบวนธรรมยาตราจะแจกแจงธรรมะ บรรยายธรรมะ สอนธรรมะ และนำไปสู่การปฏิบัติตามหลักธรรมในพระศาสนานั้น เพื่อได้เรียนรู้ เพื่อการปฏิบัติ เพื่อความเข้าใจในพระสัทธรรมของพระพุทธศาสนา อันเป็นไปเพื่อมุ่งสู่ความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง
๒.ทำไมต้องเดิน และจากชื่องานว่า ธรรมยาตรา... สู่ สันติภาพโลก ...จะแสดงได้อย่างไรว่า ธรรมะสามารถนำไปสู่สันติภาพได้ และโลกจะประสบความวุ่นวายเพียงใด..หากขาดธรรมะ
ธรรมยาตรา ... เป็นการประกาศหลักธรรมหรือการแสดงออกของการกระทำที่เคลื่อนตัวไปบนเส้นทางธรรม จึงต้องมีความสำรวม ความระวัง ความเป็นปกติในการประพฤติปฏิบัติ ถือความสงบและประกาศให้เห็นความสงบนั้นโดยธรรมวิถี
ธรรมยาตรา ... จึงเป็นการเคลื่อนไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย เป็นการประกาศความเพียรอันชอบในการเดินทางไปอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ท้อถอย แม้จะยากลำบาก ทนแดด ทนฝน ทนร้อน ทนหนาว เดินทางไปในที่ทุรกันดารผ่านป่าผ่านเขา ผ่านแดนดินดงอันตรายทั้งหลาย จึงไปด้วยความสงบ ไม่มีศัสตราวุธ มีแต่ธรรมาวุธ เพื่อมุ่งสู่ชัยชนะด้วยอำนาจธรรม (ธรรมวิชัย)...
ธรรมาวุธในพระพุทธศาสนา คือ หลักพรหมวิหารธรรม ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา โดยเราเดินไปก็แผ่เมตตาไปให้คนและสัตว์ทั้งหลาย.. นำความเยือกเย็น นำความสงบไปสู่สาธารณชน ไปสู่ชุมชน ไปสู่หมู่สัตว์ทั้งหลาย ไปด้วยอำนาจศีล ไปด้วยอำนาจธรรม จึงเรียกว่า ธรรมยาตรา มีความเพียรอันชอบ มีความศรัทธาอันยิ่งในเบื้องต้น มีสติอันเข้มแข็ง มีจิตอันตั้งมั่น และมีปัญญาในการรู้เท่าทันทุกอารมณ์ ทุกย่างก้าว เดินทางไปด้วยอำนาจแห่งพลังธรรมทั้ง ๕ ที่ปูพื้นด้วยอิทธิบาทบาทแห่งความสำเร็จ มีฉันทะในธรรมนั้น มีความเพียรในธรรมนั้นจดจ่อในการกระทำนั้น และมีปัญญาในธรรมที่ปรากฏอยู่ ณ ขณะจิตในการกระทำนั้นๆ ซึ่งหล่อหลอมอุดมการณ์ธรรมไว้อย่างเข้มแข็งแล้วว่า
“เราจะท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของเทวดา มนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย และเพื่อการอนุเคราะห์โลก...โดยธรรม...”
ฉะนั้น ธรรมยาตราจึงเป็นการเดินทางของผู้ประพฤติธรรมบนเส้นทางแห่งธรรม เพื่อนำธรรมะที่เคลื่อนตัวไปบนเส้นทางแผ่ออกไปในทุกทิศทาง แสดงออกให้สังคมโลกและสัตว์ทั้งหลายได้เห็นว่า หลักธรรมนี้เป็นไปเพื่อความสุขอย่างแท้จริง จึงเกิดการจัด “ธรรมยาตรา” ขึ้น เพื่อย้อนระลึกถึงครั้งกาลสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์อยู่ และทรงเสด็จนำขบวนแห่งพระสงฆ์สาวกที่แวดล้อมพระองค์เป็นหลายๆ พัน หลายๆ หมื่นไปในแว่นแคว้นต่างๆ เพื่อประกาศธรรมที่เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์
อ่านต่อฉบับวันจันทร์







