
น้ำพุกลางบ้าน
นํ้าในทางฮวงจุ้ยหมายถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ถ้ามีมากเกินไปจะกลายเป็นผลร้าย เหมือนนำความมั่งคั่งมาทับตัวเอง
นํ้าในทางฮวงจุ้ยหมายถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ถ้ามีมากเกินไปจะกลายเป็นผลร้าย เหมือนนำความมั่งคั่งมาทับตัวเอง
โดย.. ปู โลกเบี้ยว
นํ้าในทางฮวงจุ้ยหมายถึง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ถ้ามีมากเกินไปจะกลายเป็นผลร้าย เหมือนนำความมั่งคั่งมาทับตัวเอง น้ำจะช่วยส่งเสริมความมีชีวิตชีวา ความมั่งคั่งร่ำรวย รายได้ที่หลั่งไหลเข้ามาในครอบครัวและสามารถเก็บออมได้ น้ำที่ใสสะอาดและสดชื่นจะนำมาซึ่งโชคดี ความรักสามัคคีและความสำเร็จของลูกหลาน
น้ำที่สกปรกจะพาความนิ่งเฉย โชคร้าย และสูญเสียมาให้ แล้วการสร้างน้ำในบริเวณบ้านต้องสมดุลกับบ้านด้วย เพราะถ้ามีน้ำมากเกินไปก็จะกลายเป็นผลร้าย ความมั่งคั่งที่มากเกินก็จะกลับมาทำร้ายเราได้เหมือนกัน เหมือนกับว่าเราจมน้ำตายนั้นเอง แล้วตอนนี้ล่ะ น้ำมากมายเหลือเกินรอบตัวรอบบ้านเรา แถมยังเป็นน้ำสกปรกโสโครกอีกด้วย
น้ำในบางพื้นที่ขังไม่มีการระบายเริ่มเน่าและเหม็น แต่ก็อย่าไปโทษใครเลยเพราะขยะเหล่านั้นก็คนในชุมชนนั้นแหละ ถ้าในชุมชนมีการจัดการเรื่องขยะตั้งแต่น้ำยังไม่ท่วมจนน้ำท่วมอย่างมีวินัยแล้วละก็ ปัญหาขยะ น้ำเน่า ยุงเยอะ คงจะเบาบางได้บ้างล่ะนะ
ปูมักจะประกาศทาง FM 95 เสมอแหละว่า บ้านใครที่ยังไม่ท่วมให้รีบกำจัดเศษขยะตามท่อซะ อย่าให้มันขวางท่อ เวลาน้ำมาน้ำเสียมันจะได้ไม่วกกลับเข้าบ้านเรา ให้น้ำมันไหลลงท่อไปได้ง่ายๆ ในทางโหราศาสตร์น้ำกับไฟ น้ำชนะไฟอ่ะ โธ่! ก็โลกเราอ่ะน้ำปาเข้าไป 3 ใน 4 ส่วนของโลกแล้วอ่ะ มีแผ่นดินเพียงส่วนเดียวเองอ่ะ แล้วน้ำเนี่ยมันไม่มีอะไรสามารถจะสกัดกั้นมันได้หรอก มันจะไปตามซอกตามหลืบซึมไปตามพื้นดิน ที่ไหนที่มันสามารถแทรกเข้าไปอยู่ได้ มันไม่มีรูปแบบอยู่แล้ว มันสามารถปรับสภาพไปตามสิ่งที่มันอาศัยอยู่ อยู่ในโอ่งก็เป็นโอ่ง อยู่ในแก้วก็เป็นแก้วยังไงล่ะ แล้วนิสัยมันคือเอะอะอะไรก็ไหลลงต่ำตลอด ไม่เคยไหลย้อนกลับไปที่สูงหรอก
ที่พล่ามมาเนี่ยก็เพราะว่า ทั้งบ้านเพื่อนๆ และบ้านญาติๆ ปูเค้ามาโอดครวญว่าไม่น่าเสียเงินกั้นน้ำเลย หมดไปกับถุงทรายและกั้นอิฐบล็อกหรือแม้แต่เครื่องสูบน้ำไปเป็นหมื่นๆ สุดท้ายก็เอาชนะมันไม่ได้ เพราะน้ำมันซึมมาทางใต้ดินอ่ะดิ
บ้านเพื่อนกะคุณอาของปูอุตส่าห์กั้นอย่างดี เอาแบบพอที่จะยังอาศัยอยู่ได้ถ้าเค้ายังไม่ตัดน้ำตัดไฟ แล้ววันหนึ่งต้องหนีตายแบบที่เรียกว่าออกไปได้แต่ตัวอะไรก็ไม่ได้เอาติดไป เพราะกลางบ้านระเบิดพุ่งขึ้นเป็นน้ำพุเลยล่ะ แล้วใครว่าน้ำมันค่อยๆ มา ชั่วพริบตาน้ำมันกลืนกินบ้านไปทั้งหลังเลย เร็วมากไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปหยิบข้าวของเลยอ่ะ พอวันรุ่งขึ้นจะเข้าไปเอาของเห็นหลังคาบ้านอยู่แค่เอื้อม แต่กว่าจะลุยเข้าไปเอาของได้ใช้เวลาเกือบวันหนึ่งอ่ะ
เห็นน้ำนิ่งๆ แต่มันไหลแรงมาก แล้วเราต้องเดินต้านน้ำขึ้นไปอ่ะ บ้านเพื่อนตุนทุกสิ่งอย่างกะว่าจะอยู่บ้านตัวเองนี่แหละไม่อยากย้ายไปไหน เพราะคงไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้านเรา และแล้วพอน้ำมาก็อยู่ไม่ได้ประสาทกิน ลำบากตรงน้ำกินน้ำใช้และการขับถ่ายเนี่ยแหละ กระเสือกกะสนนั่งเรืออพยพออกมาอาทิตย์หนึ่งลุยน้ำกลับไปเยี่ยมบ้าน โอ้โห! ทิ้งบ้านได้ทิ้งเลยล่ะ เพราะเน่าทั้งบ้าน ไหนจะอาหารที่ตุนไว้ไม่ว่าจะแห้งหรือไม่แห้งมันทั้งอืดทั้งเน่า มาม่ากลายเป็นเส้นใหญ่เลยอ่ะ แล้วยังขี้กระจายอีก เพราะส้วมมันระเบิดคงเป็นแรงดันจากน้ำนั้นแหละ
เพื่อนเลยเตือนว่าแกอย่าตุนเกินเหตุนะ แกคิดว่าจะอยู่แค่ไหนตุนแค่นั้น ถ้ามากเกินไปเวลาเราอพยพเราก็คงไม่ขนออกไปด้วยหรอก แล้วมันก็จะอืดและเน่าอยู่ในบ้านเรานั้นแหละ เออ! จริงของมัน
หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ปูว่าพวกเราคงมีภูมิต้านทานที่ดีแล้วล่ะ คงต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำความเข้าใจกับมัน และพยายามใช้ชีวิตที่เรียบง่ายขึ้น ปล่อยวางให้ได้เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราคนเดียว ยังมีคนร่วมชะตากรรมกับเราอีกเยอะ ต้องตั้งหลักให้ได้มีกำลังใจสู้และเดินหน้าต่อไป
และที่แน่ๆ เวลาที่คิดจะซื้ออะไรเข้าบ้านคงต้องพิจารณากันให้ดีซะก่อน เพราะถ้าเยอะสิ่งนักหรือพวกของหรูหราราคาแพงจัด เวลาน้ำมาเยี่ยมบ้าน เราคงต้องลุ้นกันจนหลอน หรือไม่ก็ขนขึ้นขนลงกันจนลิ้นห้อย...อีกอ่ะดิ







