
พระองค์โสมฯ ทรงห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ด้วยทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคกลาง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
ด้วยทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคกลาง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
โดย..วราภรณ์
ด้วยทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคกลาง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จึงมีพระดำริให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทยร่วมกับบริษัทเอกชน อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ ทำโครงการ “รถอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)...มาหาท่าน” และ “โครงการที่พักพิงฟื้นฟูดูแลจิตใจ” ขึ้น เพื่อเน้นสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้พักพิงชั่วคราวทั่ว กทม. และปริมณฑล โครงการดังกล่าวเป็นความละเอียดอ่อนของพระองค์โสมฯ ที่ทรงมองลึกลงไปถึงแก่นความทุกข์ของประชาชนที่ขาดที่พัก อีกทั้งยังเป็นการกระจายอาหารไปสู่ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงตามศูนย์ผู้ประสบภัยต่างๆ ทั่วภาคกลางอีกด้วย
นอกจากเรื่องปากท้องของประชาชนยังมีพระดำริผนวกรถสันทนาการที่มีความบันเทิงเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียด มาร่วมในขบวนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คาราวานด้วย รถดังกล่าวสามารถทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การออกกำลังกาย การจัดแสดงคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นนำต่างๆ การร้องคาราโอเกะโดยผู้ประสบภัยก็จะช่วยให้พวกเขาคลายเครียดได้
โครงการนี้เปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยพระองค์โสมฯ เสด็จไปทรงเป็นประธาน ณ สโมรสรกองทัพบก ทรงโบกธงปล่อยขบวนรถอาหาร และรถสันทนาการจำนวนทั้งสิ้น 14 คัน แบ่งเป็นรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รถบันเทิงสันทนาการ และขบวนรถอาหารครัวเคลื่อนที่ โดยขบวนรถเคลื่อนที่เริ่มเคลื่อนออกจากสโมสรทหารบกไปยังทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณหน้าเซียร์รังสิต ซึ่งมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ประจำการอยู่ เสด็จเยี่ยมราษฎรผู้ประสบภัยที่เฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก
ระหว่างทรงเยี่ยมและรับสั่งถามความเป็นอยู่กับราษฎรที่อยู่เฝ้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเยี่ยมหน่วยแพทย์และรับสั่งกับหน่วยแพทย์ว่า ให้ดูแลเด็กเล็กๆ ให้ดี พระองค์จะส่งนมสำหรับเด็กเล็กมา โดยใช้ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทั้งนี้ ทรงกำชับให้หน่วยแพทย์แยกแยะเด็กตามอายุ และให้ติดตามซักประวัติเด็กให้ดีว่าเด็กคนไหนแพ้นมวัวบ้าง พระองค์จะได้ประทานนมที่ไม่มีส่วนผสมของนมวัวมา เด็กๆ จะได้ไม่มีปัญหาด้านระบบทางเดินอาหาร เหตุที่พระองค์โสมฯ ทรงเป็นห่วงเรื่องเด็กเล็กเป็นพิเศษ เพราะในภาวะเช่นนี้ แม่เด็กอาจเครียดส่งผลให้น้ำนมแม่จะไม่ปกติ อีกทั้งเด็กๆ ต้องได้รับอาหารที่เพียงพอ เด็กๆ หากขาดอาหารจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักเร็วมาก เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่
พระองค์โสมฯ ทรงเป็นห่วงใยด้านอาหารและยารักษาโรค หากประชาชนมีปัญหาด้านสุขภาพ ทรงรับสั่งให้ราษฎรขึ้นมาบอกที่ศูนย์แพทย์บนทางด่วนโทลล์เวย์ได้ทันที พระองค์ยังทรงเป็นห่วงวัดจำนวนมากที่ถูกน้ำท่วม ทรงประทานเครื่องกรองน้ำดื่มที่ใช้ส่วนบุคคลให้มูลนิธิฯ นำไปถวายให้กับวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นห่วงเรื่องสัตว์เลี้ยงมีรับสั่งให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำอาหารสัตว์มาให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง ที่เก็บสัตว์มาดูแลช่วงน้ำท่วม ความรู้ถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์โสมฯ จึงมีพระประสงค์จะสนับสนุนชาวบ้านท่านนี้ให้ดูแลสัตว์ต่อไป อย่างไรก็ดี ขณะที่เสด็จเยี่ยมราษฎร พระองค์โสมฯ รับสั่งให้กำลังใจราษฎรว่า “บ้านฉันก็น้ำท่วม เพื่อฟันฟ่าอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เราทุกคนต้องร่วมแรงรวมใจกัน...”
รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เล่าอีกว่า รับสั่งกับผู้เฝ้ารับเสด็จว่า ตอนนี้ปลาที่โปรดก็ยังอยู่ดี ยังว่ายอยู่หน้าวัง แม้จะย้ายออกจากวังแล้ว แต่ก็ยังไปๆ มา ๆ เพื่อดูแลอยู่เสมอ เพราะทรงเป็นห่วงคนรอบข้างวัง พระองค์ทรงเปรียบน้ำท่วมครั้งนี้ว่า ยังดีกว่าช่วงเรือน้ำตาลทรายล่ม เพราะคุณภาพน้ำครั้งนี้ยังดีอยู่
รศ.ดร.นพ.พิชิต เปิดเผยอีกว่า พระองค์โสมฯ ทรงเป็นห่วงเรื่องความลำบากของประชาชนที่ทรงช่วยเหลือได้แต่ไม่ทั่วถึง และไม่เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ โครงการนี้มูลนิธิฯ ต้องการให้กระจายอาหารไปสู่ผู้ประสบภัยให้ทั่วถึงและมากที่สุด พระองค์โสมฯ ทรงเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินของผู้ประสบอุทกภัยมาก ทรงแนะนำเกี่ยวกับเมนูอาหารว่า ต้องทำให้หลากหลาย เช่น ปลากระป๋องก็นำมาทำอาหารได้หลายอย่าง อย่ายำอย่างเดียว เพื่อให้คนได้รับประทานอาหารแปลกๆ คนจะได้รู้สึกมีชีวิตชีวา การเสด็จเยี่ยมราษฎรครั้งนี้ ทรงโทร.มาถามก่อนว่า ประชาชนที่ดอนเมืองขาดอะไร พระองค์จะได้นำของเยี่ยมมาให้ได้ตรงตามความต้องการ แม้พระองค์ทรงมีพระประสงค์อยากมาเยี่ยมผู้ประสบภัยให้ทั่วถึง แต่พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย
“พระองค์เป็นกังวลว่า ไม่ได้ออกไปเยี่ยมประชาชนได้ตามพระประสงค์ แต่พระองค์มีพระดำริอะไร จะทรงโทร.มาที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ให้ได้รับทราบ ใครขอร้องเรื่องอะไรไป พระองค์จะทรงติดตามว่า ทางมูลนิธิไปส่งของให้ผู้ประสบภัยเรียบร้อยหรือไม่” รศ.ดร.นพ.พิชิต กล่าว
ปัจจุบันอาหารที่รถครัวเคลื่อนที่ของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผลิตได้วันละ 2 หมื่นกล่อง ทรงมีพระประสงค์ให้มีระบบแจกจ่ายเพื่อไปให้ทั่วถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด มูลนิธิฯ มีระบบฐานข้อมูลร่วมกับท้องถิ่น โดยจะทำอาหารและส่งมอบไปให้ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ หากประชาชนสามารถมารับได้โดยตรงก็สามารถมารับได้เลย เพื่อลดงานของท้องถิ่น ส่วนคนที่มารับไม่ได้ทางมูลนิธิฯ จะประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยกู้ภัยนำอาหารลงเรือและรถกระจายอาหารไปส่งให้ในถิ่นไกลๆ โดยอาศัยคนในพื้นที่นำอาหารกระจายได้ทั่วถึงสู่ผู้ที่เดือดร้อนให้ได้มากและทั่วถึงที่สุด อันเป็นภารกิจหลักของ “โครงการรถอาหารเพื่อนพึ่งภาฯ...มาหาท่าน” เป็นการกระจายอาหารปรุงสุกที่คาดว่าจะผลิตได้ถึงวันละ 1 แสนชุด ไปยังชุมทางตามเส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่ กทม.และปริมณฑลที่ประสบอุทกภัย
หลังจากทรงเยี่ยมราษฎรย่านดอนเมืองแล้ว พระองค์โสมฯ ยังเสด็จไปทอดพระเนตรการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน อาทิ โก้ มิสเตอร์แซกแมน เศกพล อุ่นสำราญ เจนิเฟอร์ คิ้ม โจจิรายุส วรรธนะสิน ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี ฯลฯ ที่มาเฝ้ารับเสด็จและร้องเพลงเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานได้คลายเครียด อีกทั้งยังทรงปรุงกะเพราไก่ฝีพระหัตถ์ให้ผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิงฯ รับประทานด้วย
จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่ของผู้อพยพภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นที่พักดูแลผู้ประสบภัยที่ย้ายมาจากศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ปัจจุบันมีประมาณ 1,500 คน ในแต่ละวันมีการประกอบอาหารเลี้ยง 3 มื้อ จากวัตถุดิบของผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ยังร่วมกันจัดหาสิ่งของจำเป็นบรรเทาความทุกข์ยากลำบากของผู้ประสบภัยที่ต้องพักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก อาทิ ห้องน้ำ น้ำดื่ม และแก๊สหุงต้มที่เริ่มขาดแคลน โดยมีเจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทย นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มีจิตอาสา และผู้ประสบอุทกภัย ร่วมช่วยเหลือกันภายในศูนย์พักพิงฯ
วันนี้ยังมีคนไทยที่ประสบภัยน้ำท่วมยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงิน และสิ่งของได้ที่สำนักงานมูลนิธิฯ เนื่องจากยังต้องการเงินและสิ่งของต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยให้ทั่วถึง







