posttoday

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

03 พฤศจิกายน 2554

2อาจารย์คณะวิทย์จุฬาฯคิดค้น"เครื่องตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำ"ในชื่อ “เบ็ดทดสอบไฟฟ้า”

เรื่อง/ภาพ ณัฐพล ช่วงประยูร

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

ท่ามกลางข่าวการเสียชีวิตของชาวบ้านนับสิบจากกระแสไฟฟ้ารั่วในเขตน้ำท่วม และแนวทางการคิดค้นอุปกรณ์ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าในน้ำจะผุดขึ้นในหน้าเฟสบุ้คมากมาย แต่นาทียังไม่มีสิ่งใดประกันคุณภาพและประสิทธิภาพได้ 100 % ทว่า 2 อาจารย์ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา ก็ทำสำเร็จ ให้กำเนิด “เครื่องตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำ” ในชื่อ “เบ็ดทดสอบไฟฟ้า” หลังจากลงแรงวิจัย ทดสอบ และประเมินผลร่วมกันนาน 2 สัปดาห์ ได้ เนวิเกเตอร์นำทางผู้คนจมน้ำพ้นเขตอันตรายได้

อาจารย์สกุลธรรม เสนาะพิมพ์ รองคณะบดี งานการวางแผน และอาจารย์ประจำ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทราบข่าวเศร้าสลดการเสียชีวิตเพราะกระแสไฟรั่วในแหล่งประสบอุทกภัย และ เห็นความพยายามจะประยุกต์ใช้ไขควงตรวจไฟฟ้าในคอมเมนต์บนเฟสบุ้ค และโลกออนไลน์ ที่ผู้คนในสังคมกำลังหาทางออกว่ามันคือคำตอบที่ใช่ จึงได้เริ่มต้นตั้งสมมติฐาน ทดสอบ ประเมินผลตามกระบวนการ

“แรกสุดเราก็คิดว่าอุปกรณ์แบบนี้น่าจะเป็นงานที่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงทำขึ้น แต่เราไปเห็น เฟซบุ้ก ในข่าว ในเว็บไซต์ต่างๆ ว่าจะตรวจสอบได้ และมีคนใช้ไขควงวัดไฟทำ เราจึงได้ลองทดสอบว่ามันใช้ได้จริง และดีแค่ไหน ผมและ อาจารย์ อำนาจ สาธานนท์ ทดลองอยู่ 2 วัน จึงรู้ว่ามันใช้ไม่ได้ในสถานการณ์น้ำท่วม ฉะนั้นเราต้องพยายามแก้ไของค์ความรู้บางอย่างในสังคม เลยผลักดันให้มีอุปกรณ์ที่ใช้ได้จริงๆ”

สกุลธรรมเล่าว่า มีประเด็นใด ที่ต้องทำให้ตัวตรวจสอบใช้การได้ดี 1-อุปกรณ์นั้นต้องการแยกผู้ตรวจสอบ ออกจากระบบการวัด (วงจรไฟฟ้า) จากข้อนี้ ไขควงตรวจไฟฟ้าในบ้านปกติ ตัวผู้ตรวจต้องเป็นหนึ่งในวงจร คือมีกระแสไฟไหลผ่านตัวเราอ่อนๆ เท่ากับประเด็นแรก ทำให้ประเด็นว่าใช้ไขควงตรวจไฟฟ้าได้ นั้นตกไป

2. เราควรมีหัววัด และอุปกรณ์การวัด ปริมาณกระแสรั่ว วัดตั้งแต่บริเวณที่มีค่าน้อย และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจาก กระแสไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ห่างจากจุดกำเนิดไฟรั่วมากน้อย ก็มีค่าต่างกัน ฉะนั้นอุปกรณ์จะสมบูรณ์ได้ จึงต้องวัดได้ตั้งแต่ บริเวณที่เป็นปลายรัศมี คือมีค่าไฟน้อย จนถึง จุดกำเนิด หรือศูนย์กลางไฟฟ้า

3. อุปกรณ์ควรเปียกน้ำยากที่สุด ถ้าเป็นไขควงไฟฟ้า ตัวคนตรวจสอบต้องเข้าไปถึงจุดกำเนิดไฟฟ้า และใกล้จนมีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นอุปกรณ์ที่ออกมาของจุฬาฯ หน้าตาก็เป็นเบ็ดตกปลาเพื่อนำสายไฟจากคอนโทรเลอร์ ไต่ไปยังตัวทุ่น โดยที่ ตัววัดค่า และ สายไฟไม่เปียกน้ำ (แต่ทุนเปียกได้ )

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

“สิ่งที่ทำก็คือ ให้อาจารย์อำนาจ สาธานนท์ ออกแบบวงจร คอนโทรเลอร์ ส่วนผมรับผิดชอบเรื่องหัววัด และได้ผลรวมกันอีกครั้งตอนทดสอบจริง อันดับแรก ทำซีมูเลชั่นก่อน ดูว่าห่างจากจุดไฟรั่วแล้ว วัดค่าต่างศักไฟฟ้าออกมาอย่างไร

จากนั้นทำการทดลองจริงซึ่งใช้คนอีกทีม โดยจำรองการใช้งานในอ่างน้ำ เสร็จแล้วก็นำผลสองอันนี้มาเทียบเคียงกัน ผลออกมา 99 เปอร์เซ็นต์ ตรงกัน ได้หน้าตาโมเดลแรก แล้วก็พัฒนาออกมาให้เป็นของใช้งานกันง่ายๆ สำหรับทุกคน” สกุลธรรมเล่าถึงความสำเร็จในช่วงต้น

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำรวจ ห้อง 505 ชั้น 5 อาคารมหามงกุฎ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งจัดให้เป็นหน่วยผลิตอุปกรณ์เบ็ดตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำ นิสิต นักศึกษา และคณาจารย์ รวมทั้งหนุ่มสาวจิตอาสากำลังขะมักเขม้นร่วมสร้างผลงานอย่างตั้งใจ ในแผนกย่อยๆ ของตัวเอง ผลงานแต่ละชิ้นก็ออกมาทุกๆ 1 ชั่วโมง

“เราเพิ่งเริ่มดำเนินการผลิตอย่างจริงจัง ได้ 2 วันแล้ว นิสิตในคณะวิทยาศาสตร์ รวมถึงอาสาจากที่ต่างๆ ที่ทราบเรื่อง ก็เข้ามาร่วมลงแรงกายใจช่วยกัน 1 ชุด ผลิตได้ภายใน 1 ชั่วโมง 1 วันจะผลิตได้ประมาณ 100 ชุด และระหว่างนี้เราจะประเมินว่าต้องทำมากน้อยเท่าไร จากความต้องการของคนที่มาลงทะเบียนขอรับ

อย่างที่เห็นในหน่วยต่างๆ ของห้องนี้ ลำดับแรก จะทำตัววงจร เพื่อจะต่ออุปกรณ์อื่นๆ ต่อไป คนที่มีความรู้ ปวช. ด้านอิเล็กโทรนิกส์ หรือไฟฟ้า ก็ทำได้ ถัดมาก็ต่อสายตัวต้านทานทีละตัว ให้ครบ จากนั้นอีกกลุ่มหนึ่งจะติดไฟแอลอีดี สีเขียว และสีแดง พอติดแล้ว จะมีการต่อสายไฟเข้ากับแผงวงจร แต่ละส่วนเรามีตัววัด และตรวจสอบคุณภาพ มาเรื่อยๆ ทุกแผนก

จากนั้น มาถึงจุดติดถ่านไฟฉาย 9 โวลท์ 2 ก้อน ซึ่งถ้านำไปใช้จริงจะใช้ได้หลายบ้าน สเตชั่นต่อไป ก็มาเทสต์ คุณภาพรอบแรก ด้วยสภาวะไฟฟ้ารั่วจำลอง จากนั้น ถ้ามีปัญหาจะมาถึงขั้นตอนการเช็คท้ายสุดให้เพื่อแก้ไข โดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าไม่มีปัญหาก็ผ่าน”

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

จากภาพที่เห็นเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใดการทำงานคือ คอนโทรเลอร์ เสมือนตัวสั่งการเครื่อง ซึ่งมีแค่ปุ่มเดียวคือเปิดใช้งานเครื่อง จากนั้น ไฟเขียวจะติดว่าทำงานอยู่ สายไฟเชื่อมต่อไปยังไม้ที่ชาวบ้านหาได้ เพื่อไม่ให้สายไฟถ่วงน้ำเมื่อไปใช้งานจริง ส่วนตัวทุ่นที่เป็นเหมือนปลายเบ็ดตกปลาลอยน้ำได้เพราะทำจากกระปุกพลาสติก เมื่อทิ้งทุ่นลงไปในน้ำ ตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่ว ที่ผิวน้ำเป็นเบื้องต้น ตัวแอลอีดีสีแดงที่คอนโทรเลอร์จะแสดงแสงอ่อนหากพบปริมาณกระแสไฟฟ้าอ่อน และแกว่งทุ่นไปเรื่อยๆ รอบบริเวณที่ต้องการตรวจสอบ จะทราบรัศมีของบริเวณที่ไฟฟ้ารั่ว ถ้ามีปริมาณไฟฟ้าสูงมาก สีของหลอดแอลอีดีจะเป็นสีแดงเข้มนั่นแปลว่าเป็นจุดศูนย์กลางของกระแสไฟรั่ว หรือจุดกำเนิดนั่นเอง

ในส่วนของน้ำที่ลึกลงไปผู้ร่วมคิดค้นแนะนำว่า ใส่น้ำลงในกระปุกและทิ้งทุ่นให้จมลงไป และใช้วิธีเดียวกันในการตรวจสอบไฟฟ้ารั่ว ทั้งนี้ การวัดในน้ำลึก และลึกมาก ไม่แนะนำ เนื่องจากน้ำมีกระแสต้านทานไฟฟ้าสูง ทำให้ไฟฟ้าที่รั่วอยู่ไม่ปรากฏในระยะที่วัดอยู่ จำเป็นต้องมาอบรมการวัดที่จุฬาฯ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าปฏิบัติการแทน

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

“ในเบื้องต้นอุปกรณ์นี้มันให้ผลตามที่เราคาดไว้ 100 % ใช้ได้ไม่ยาก แต่ต้องคำนึงถึงการใช้และเข้าใจสภาพการณ์ว่า ตั้งแต่เข้าบ้าน เราอาจต้องเช็คตั้งแต่ประตูรั้ว ว่ามีไฟฟ้ารั่วไหม แม้ว่าตรวจไม่พบ ในระดับผิว ก็อย่าเพิ่งวางใจ ตรวจในระดับลึกลงไปสักหน่อย หรือแม้จะตรวจทั้งผิวและลึกแล้ว ก็อย่าวางใจเด็ดขาด อยากให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับวัตถุนำไฟฟ้าต่างๆ อย่างเช่น ประตูรั้ว อย่าสัมผัสโดยตรง แม้ว่าจะไม่มีไฟรั่วก็ตาม ป้องกันไว้ก่อน หากต้องสัมผัสจริงๆ เพื่อเปิด หรือเคลื่อนย้ายใดๆ ก็ให้ใช้ไม้ ใช้พาสติก หรือ ยาง เป็นตัวกั้นระหว่างเรากับประตูแทนการสัมผัสตรงๆ”

อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ ทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผลิตด้วยทุนตั้งต้นเอง และภายหลังมีองค์กรเอกชนอย่าง บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุน หากแต่เมื่อคิดต้นทุนต่ออุปกรณ์ 1 ชุดแล้ว ราคา 180 บาท งบประมาณที่มียังต้องการเพิ่มหากใครมีประสงค์จะสนับสนุน บริจาค ได้ที่ มูลนิธิวิทยาศาสตร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 046-304-3673 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-218-5000

ชาวบ้านแห่ขอรับ “เบ็ดตรวจไฟฟ้า”

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด"เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ"

หลังจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของ เบ็ดตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำออกไป ผู้คนก็แห่แหนกันมาจากหลายเขตอุทกภัย ทำสำเนาบัตรประชาชน และมาลงชื่อขอรับอุปกรณ์ดังกล่าวกันแน่นด้านหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์

ขวัญนภัส สรโชติ เพื่อนผู้ประสบภัยย่านรัตนาธิเบศ กล่าวว่า “เพื่อนทราบข่าวจากวิทยุและตนเองก็เช็คในเว็บไซต์ เห็นว่าเครื่องนี้น่าจะช่วยเช็คไฟฟ้ารั่วได้ ก็เลยมา ตอนนี้บ้านเพื่อนน้ำท่วมระดับเอว เขาต้องแวะกลับไปดูบ้านเพื่อสูบน้ำทุกวัน เราก็คิดว่ามั่นใจประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ”

น.ส.กัญญลักษณ์ บัวแข ผู้ประสบภัย อยู่ติดคลองทวีวัฒนา “ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ภายในจุฬาฯ ทราบข่าวก็รีบวิ่งมาเข้าคิวรับเครื่องตรวจไฟรั่วนี้ บ้านก็น้ำท่วมอยู่ ถ้ามีไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยก็น่าจะดี คิดว่ามั่นใจในคุณภาพ และการใช้งาน ถ้าได้อันเดียวก็คงแบ่งกันใช้ได้หลายบ้าน”

นาย สุพัฒนา ไม่เปิดเผยนามสกุล รับราชการ เป็น ผู้ประสบภัย จากหมู่บ้านรัชดาธานี เขตสายไหม “ผมประสบภัยมา เดือนกว่าแล้ว ตอนนี้น้ำน่าจะสูงประมาณ 1 เมตร 50 ซม. เมื่อครู่นั่งดูทีวีก็เห็นว่าที่นี่มีแจกเครื่องตรวจไฟรั่ว คิดว่าจะลองไปใช้ดู เพราะวันกลับเข้าบ้านจะปลอดภัยสำหรับลูกหลานเรา ตัวผมเองก็เรียนพื้นฐานด้านนี้ด้วย แต่ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด แต่เรายังไม่ทราบว่าเจ้าเครื่องนี้มีการรับรองผลอย่างไร ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ได้จริงๆ หรือเปล่า”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ราชบุรี เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอลไทยลีก วันนี้ 4 เม.ย.69