
เตือนขับรถนั่งรถเมล์เสี่ยงเครียดมากกว่าเดิน
เตือน ขับรถส่วนตัว–นั่งรถเมล์ไปทำงาน เครียดหนักกว่าเดิน–ปั่นจักรยาน
เตือน ขับรถส่วนตัว–นั่งรถเมล์ไปทำงาน เครียดหนักกว่าเดิน–ปั่นจักรยาน
เชื่อเหลือเกินว่า คนวัยทำงานจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับอาการเหนื่อยล้า และความเครียดจากการทำงาน แต่รู้บ้างหรือไม่ว่าการเดินทางไปทำงานก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะเครียดและเหนื่อยได้มากขึ้นอีกด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ อิริก เฮนสัน นักวิจัยของมหาวิทยาลัยลุนด์ในสวีเดนเปิดเผยผลการศึกษาว่า คนที่เดินทางไปทำงานด้วยวิธีการขับรถส่วนตัว หรือโดยสารรถสาธารณะมีแนวโน้มเกิดภาวะความเครียด กดดัน และเหนื่อยล้าได้มากกว่าคนที่ไปทำงานโดยการเดินหรือขี่จักรยาน
งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นคนในกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 1865 ปี กว่า 1.2 หมื่นคนทั่วอังกฤษ ซึ่งพบว่าคนที่ไปทำงานโดยรถส่วนตัวและรถสาธารณะ เกิดภาวะความเหนื่อยล้าและภาวะเครียดได้ง่ายกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนกันออกมาแล้วระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม
เฮนสัน อธิบายว่า ผู้ที่ขับรถไปทำงานเองจะมีโอกาสเกิดภาวะความเครียด เหนื่อยล้า จากการที่ต้องเสียอารมณ์ไปกับปัญหาการจราจรบนท้องถนนและจะต้องเจอกับคนขับรถที่ไร้มารยาท จึงทำให้คนขับรถไปทำงานต้องเกิดภาวะอารมณ์ขุ่นมัวทั้งก่อนและหลังจากการทำงานได้ และเมื่อไปรวมกับเรื่องเครียดๆ จากที่ทำงานแล้วด้วยก็จะยิ่งทำให้คนคนนั้นเกิดภาวะความเหนื่อยอ่อนและเครียดได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก
เฮนสัน กล่าวต่อว่า สำหรับคนที่เดินทางโดยรถสาธารณะไปทำงานนั้นต้องเผชิญกับการเบียดเสียดกับผู้คนที่อยู่ในรถและจะต้องขวนขวายไปให้ทันเวลารถออกอีก ดังนั้นจึงอยู่ในภาวะที่ต้องรีบเร่งและแข่งขันกัน
ในปัจจุบันนี้คนอังกฤษใช้เวลาไปกับการเดินทางไปทำงานในแต่ละวันเฉลี่ยวันละ 54 นาที ลองนึกดูว่าหากต้องเจอภาวะเช่นนี้ทุกๆ วัน ร่างกายจะไม่พังได้ยังไง
อย่างไรก็ตาม เฮนสัน เองก็ไม่ได้ถึงกับฟันธงชัดๆ ว่าการเดินทางด้วยรถหรือรถประจำทางเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าได้โดยตรง เพราะการวิจัยชิ้นนี้บอกเพียงแค่ว่า มีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการวิจัยชิ้นนี้ยังจะต้องได้รับการค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติมกันอีก
เฮนสันทิ้งท้ายว่า นอกจากภาวะความเครียดที่อาจเกิดจากการเดินทางแล้ว ก็อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อภาวะความเครียดและเหนื่อยล้าได้เช่นกัน อาทิ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย พื้นฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวของคนคนนั้น เป็นต้น
เห็นอย่างนี้แล้วก็อย่าได้ลังเลใจที่จะเปลี่ยนมาเลือกวิธีการเดินทางไปทำงานด้วยการเดินและการขี่รถจักรยาน เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย และที่สำคัญที่สุดคือช่วยประหยัดเงินจากค่าน้ำมันและค่ารถได้อีกทางหนึ่ง
แต่เห็นสภาพแดด สภาพฝนเมืองไทยแล้ว บางคนอาจจะขอยอมนั่งทนเครียดในรถส่วนตัวต่อไปดีกว่า







