
อาสาหน้าใสหัวใจเธอและเขาหล่อ/สวยมาก
เหล่าอาสาสมัครหน้าใสทั้งชายหนุ่ม-หญิงสาวที่มาร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือชาวไทยในยามเผชิญภัย
เหล่าอาสาสมัครหน้าใสทั้งชายหนุ่ม-หญิงสาวที่มาร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือชาวไทยในยามเผชิญภัย
โดย...วราภรณ์
ในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง เฟซบุ๊ก มีการโพสต์ข้อความเก๋ๆ อย่าง... ถ้าคุณยังโสดและต้องการหาแฟนดีๆ สักคน ช่วงนี้คือโอกาสแล้ว ณ จุดที่แพ็กของบริจาค & ที่ทำกระสอบทรายมีแต่คนดีๆ ทั้งนั้น ข้อความน่ารักๆ ช่วยให้คลายเครียดในยามที่คนไทยภาคกลางกำลังเป็นทุกข์
ว่าแล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ กันเถอะ เผื่อจะเจออาสาสมัครหน้าใสๆ แต่หัวใจเนี่ย! ไม่ต้องพูดถึง !
นักศึกษาสาวสวย ซายซ์-อารยา ตรีพจนีย์ วัย 22 ปี กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวม 5 วันแล้วที่เธอเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่นับรวมอีก 2 วันที่ ศปภ.ดอนเมือง เหตุที่จูงใยให้อารยามาเป็นอาสาสมัคร เพราะเห็นความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมชาติ จึงอยู่นิ่งไม่ได้ เพราะเธอก็เข้าข่ายได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งนี้เช่นกัน เพราะบ้านอยู่ถนนพระราม 5 นนทบุรี บ้านเธอท่วมไปแล้ว แต่ไม่หนัก น้ำอยู่บริเวณตาตุ่ม เห็นข่าวทีวีประชาชนไปช่วยเป็นอาสาสมัครมากมาย ซึ่งเป็นภาพที่สุดประทับใจ เธอก็อยากเป็นส่วนหนึ่งบ้าง เพราะเธอยังเป็นเยาวชน ยังมีเรี่ยวมีแรงที่พอจะช่วยเหลือผู้อื่น
ก่อนออกจากบ้านมาทำหน้าที่อาสาสมัครแต่ละครั้ง อารยา แนะนำว่า กำลังกายและกำลังใจถือเป็นส่วนสำคัญ หลังกลับบ้านไปแล้วก็ควรรับประทานอาหารให้เต็มอิ่ม เพราะการเป็นอาสาสมัครจะยุ่งตลอดทั้งวัน ไม่อาจรับประทานอาหารครบทั้งสามมื้อได้ รีบพักผ่อนนอนหลับอย่างน้อย 67 ชั่วโมง ตื่นเช้ามาก่อนออกจากบ้านควรทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดค่าเอสพีเอฟ 50 “หนูทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ก็ต้องแต่งหน้านิดๆ ให้ดูดี ไม่ต้องทารองพื้นเพราะอากาศร้อน เดี๋ยวหน้าจะไหลเยิ้ม ปัดแก้มเพื่อให้ดูมีสุขภาพดี ทาลิปกลอส ทาแป้งฝุ่นนิดหนึ่ง เป็นประชาสัมพันธ์หน้าตาต้องต้อนรับแขก”
สิ่งที่อารยาได้จากการมาช่วยเหลือสังคมครั้งนี้ คือ ได้ซาบซึ้งในน้ำใจคนไทย และทำให้เธอรู้ว่าในวิกฤตครั้งใหญ่นี้ เธอยังสามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นได้บ้างไม่มากก็น้อย อารยาศรัทธาแรงกล้าตั้งใจจะเป็นอาสาสมัครไปจนถึงวันเปิดเทอมในวันที่ 14 พ.ย. หลังจากนั้นหากยังมีศูนย์พักพิงฯ อยู่ ช่วงไม่มีเรียนหรือช่วงพักกลางวันเธอจะปลีกเวลามาช่วย และเธอยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กชักชวนเพื่อนๆ มาเป็นอาสาสมัคร เพราะที่นี่ยังต้องการอาสาสมัครอีกมาก
หน้าหนุ่มมาดเซอร์ นัท-ณัฐพล อวิรุทธมาน วัย 24 ปี ประชาชนทั่วไป ทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ซื้อขายที่ดิน เหตุเพราะที่บ้านย่านรังสิต คลอง 1 น้ำท่วม ญาติๆ ลี้ภัยไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหมด แต่ณัฐพลขอแบกเป้มาเพียง 1 ใบ ขอมาทำหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะรู้ซึ้งว่า น้ำท่วมบ้านนั้นลำบากแค่ไหน
วันแรกๆ ที่น้ำท่วมณัฐพลไปช่วยทำกระสอบทรายกั้นทำนบที่ประตูน้ำจุฬาฯ ที่รังสิตนาน 6 วัน ช่วยป้องกันน้ำไว้ได้ แต่ในที่สุดทำนบในบริเวณใกล้เคียงก็พังลง เขาจึงย้ายมาเป็นอาสาสมัครที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเขามีหน้าที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย สำหรับคนเข้าออกที่ศูนย์พักพิงชั่ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“ตอนนี้วิกฤตกันหมด ช่วยอะไรได้ก็ช่วย ทุนทรัพย์ผมไม่มี มีแต่กำลัง จึงมาช่วยแพ็กกระสอบทราย ซึ่งจุดนี้เป็นจุดใหญ่ที่ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้ากรุงเทพฯ ได้ ภาพที่ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงน้ำใจและการช่วยเหลือก็คือ อาสาสมัครทำงานกันเหนื่อยมาก อย่างที่ประตูน้ำจุฬาฯ มีคนทำกระสอบอยู่ 10 คน ทำทั้งวันทั้งคืน
ช่วงวิกฤตผมรู้สึกเหนื่อยล้ามาก แต่หยุดไม่ได้ เพราะเพื่อนๆ ที่เหลือจะทำงานกันหนักมาก ก็ช่วยกันจนกั้นน้ำไว้ได้สำเร็จ แต่ไม่นานน้ำบริเวณนั้นก็ท่วม ผมจึงมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ และตั้งใจว่าจะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเช่นผมไปเรื่อยๆ จนกว่าศูนย์แห่งนี้จะปฏิบัติภารกิจเสร็จ ยามนี้ถ้าคนไทยไม่ช่วยเหลือกัน แล้วใครจะมาช่วยล่ะครับ”
พะพลอย-นัยน์พักตร์ สุวัณณทัพพะ นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มาเป็นอาสาสมัครครั้งนี้ เกิดจากความรู้สึกเห็นใจผู้ประสบภัยเดือดร้อนจากเหตุการณ์อุทกภัยล้วนๆ รวมทั้งคนใกล้ตัว ญาติ และเพื่อนก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งลำพังเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้ แต่เธอสามารถมาทำ ณ จุดนี้ได้ อย่างน้อยๆ เธอก็ยังได้ช่วย
น้องพะพลอย บ้านอยู่ตลิ่งชัน ก็อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง เริ่มยกของขึ้นที่สูง เก็บกระเป๋าพร้อมหนีน้ำ เธอยังเล่าให้เราฟังว่า ตอนแรกที่บ้านเป็นห่วงไม่อยากให้มา แต่สุดท้ายก็แพ้ใจอาสาของลูกสาวคนนี้ อย่างที่ผ่านมาพะพลอยก็ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ แบบเฉพาะกิจนำกล่องไปรับบริจาคกับเพื่อนๆ เพราะนำเงินมาช่วยผู้ประสบภัยอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้มาเป็นอาสาสมัครเต็มตัว
“แน่นอนว่า มาทำตรงนี้เราได้ความสบายใจ มีความสุข ที่ได้มาช่วย เพราะถึงเราทำได้แค่นี้ แต่ก็ถือว่าได้ช่วย เราอาจจะเป็นแรงเล็กๆ แต่รวมกันมันก็ยิ่งใหญ่” พะพลอย กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น พร้อมให้กำลังใจผู้ที่ประสบภัยว่า ขอให้เข้มแข็ง อย่าทำใจให้หดหู่ ต่อให้ภายนอกเราลำบากยังไง แต่ถ้าใจเราเข้มแข็ง มันก็จะผ่านไปได้
เช่นเดียวกับหนุ่มหน้าใส ภัทร-ภัทรวัฒน์ เตชะเสน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าถึงจุดผลักดันให้เข้ามาเป็นอาสาสมัครว่า เพราะเห็นว่ามีคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้เยอะ ประกอบกับที่บ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่วังทองหลาง ยังไม่วิกฤต ดังนั้นเมื่อเห็นประกาศรับสมัครอาสาสมัครจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย จึงไม่ลังเลที่จะออกแรงช่วยขนของบริจาคและกระสอบทราย
“ทางบ้านก็โอเคที่เรามาช่วยตรงนี้ ซึ่งที่ผ่านมาผมยังไม่เคยไปช่วยที่ไหน มาช่วยที่นี่ที่แรก ซึ่งพอมาแล้วสิ่งที่ผมเห็นเลย คือ คนไทยยังช่วยกัน ไม่ทิ้งกัน ที่สำคัญ ผมอยากป้องกันที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะอย่างน้อยผู้อพยพมาจากบ้านมาอยู่ที่นี่จะได้ไม่ต้องอพยพหนีน้ำเป็นครั้งที่สองอีก”
ก่อนออกจากบ้านมาลุยศึก ภัทรไม่ห่วงหล่อ เน้นใส่กางเกงขาสั้น เสื้อสีทึบไม่ให้เปื้อน รองเท้าแตะ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เตรียมใจมาลุยเต็มที่
ด้าน มายด์-ทิพย์ชนก หิรัญวิวัฒน์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าถึงประสบการณ์การมาเป็นอาสาสมัครวันนี้เป็นวันแรก เพราะเห็นว่าปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาหนึ่งที่ใหญ่มากในประเทศไทย ซึ่งในฐานะประชาชนคนธรรมดาที่ยังไม่เจอปัญหา ก็อยากมีส่วนช่วยเหลือประเทศไทย
“สำหรับหนู ถึงจะเป็นการช่วยเหลือเล็กๆ แต่ถ้าช่วยเหลือกันเยอะๆ ก็เป็นการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ได้ ตอนนี้ที่บ้านหนูเอง ซึ่งอยู่ที่พระราม 5 บางกรวย ก็อพยพออกมาจากบ้าน มาหาคอนโดมิเนียมอยู่แถวอุดมสุขแล้ว”
มายด์ ยังบอกด้วยว่า หวังว่าความช่วยเหลือนี้จะส่งไปถึงผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง ซึ่งโดยส่วนตัวก็มาด้วยใจจริงๆ เพราะต้องฝ่าด่านคุณแม่ที่รักและหวงลูกสาวคนเดียวคนนี้เอามากๆ ส่วนไสตล์การแต่งตัวสำหรับงานอาสาครั้งแรกในชีวิตนี้ มายด์ บอกว่า เน้นแบบแนวลุยๆ อย่างเดียว ส่วนเรื่องการดูแลผมหรือผิวนั้น มายด์ บอกว่า ไม่มีอะไรมาก เพราะงานนี้มาด้วยใจ ไม่ห่วงสวยค่ะ
สาวหน้าใสตัวนิดเดียว ลูกน้ำ-ศศิธร พงศ์เจริญ วัยเพียง 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยม 4 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี แม้บ้านที่อยู่บนแฟลตทหารยังไม่ท่วม แต่ดูข่าวทีวีแล้วเห็นเพื่อนๆ คนไทยมีความทุกข์ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนจึงมีเวลาว่างมากพอ เมื่อเอ่ยปากขอคุณพ่อคุณแม่ ท่านก็อนุญาตทันที วันนี้เป็นวันแรกที่เลือกมาที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะเธอมีเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่นี่ชักชวนมา เธอจึงรีบมาทันที มาช่วยกันดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ
“หนูมาช่วยแพ็กของบริจาค พอหนูมาช่วยคนอื่น สิ่งที่หนูได้กลับมาก็คือ หนูรู้สึกอิ่มใจที่เราได้มีส่วนช่วยเหลือคนอื่น แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็ทำให้เรามีความสุข อีกทั้งได้เพื่อนใหม่ ได้ทำตัวให้มีประโยชน์ หนูตั้งใจจะมาช่วยเรื่อยๆ ถ้าว่างก็จะมาช่วยอยู่เสมอๆ ค่ะ”







