
ไทยรับเป็นรอง...ขอจองแค่อันดับ2
เป็นที่ทราบกันดีว่า ณ ตอนนี้ปัญหาภัยธรรมชาติน้ำท่วมในบ้านเรานั้นมันไม่ใช่แค่อุทกภัยธรรมดาๆ
โดย...พิธานอนันต์ พูลสมบัติ
เป็นที่ทราบกันดีว่า ณ ตอนนี้ปัญหาภัยธรรมชาติน้ำท่วมในบ้านเรานั้นมันไม่ใช่แค่อุทกภัยธรรมดาๆ เหมือนกับที่เคยเจอกันมาบ่อยๆ แต่ถือเป็นวิกฤตสุดๆ ที่ต้องเรียกว่า “มหาอุทกภัย” เพราะมันแพร่กระจายไปทั่วบ้านทั่วเมือง และมีปริมาณมวลน้ำที่มากมหาศาลแบบที่ชั่วชีวิตยังไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน
ส่วนจะเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของใครบ้างนั้น คงพอรู้ๆ กันอยู่ และคงจะไม่มาชี้ชัดหาคนผิดกันในตอนนี้
แต่ที่กำลังเฝ้ารอด้วยใจระทึกอยู่ในตอนนี้ก็คือ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของเรานี่เอง ซึ่งยังไม่มีใครตอบได้แน่ชัดว่ากรุงเทพฯ จะโดนหนักแค่ไหน เพราะยังไงก็ไม่รอดแน่ แต่จะเป็นทางผ่านน้ำไปลงทะเลด้วยสภาพยับเยินแค่ไหนเท่านั้นเอง
แม้เพื่อนบ้านเราหลายชาติต่างก็เจอภัยธรรมชาติเช่นเดียวกับเรา แต่ต้องยอมรับว่าเมืองไทยโดนอ่วมกว่าใครๆ ทั้งหมด จนถึงกับมีคำเตือนจากชาติต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้คนของเขามาเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตในไทย ขอให้งดเดินทางมาไทยจนกว่ามหาอุทกภัยจะผ่านพ้นไป รวมทั้งใครที่กำลังพักผ่อนมาเที่ยวในไทยก็ให้อพยพออกโดยด่วน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซีย กำลังจะมีพิธีเปิดกันในวันที่ 11 พ.ย.นี้แล้ว และยังไงทัพนักกีฬาไทยก็ต้องไปเข้าร่วมชิงชัยในฐานะเจ้าเหรียญทอง 11 สมัย (นับรวมตั้งแต่ยังใช้ชื่อเซียปเกมส์ใน 8 ครั้งแรกด้วย)
ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่างโดนพิษน้ำท่วมกันถ้วนหน้า และต้องไปทำหน้าที่เพื่อชาติ โดยที่ยังไม่รู้ว่าน้ำที่ท่วมบ้านจะลดหรือหมดไปเมื่อไหร่เลย
ขอให้ถือซะว่าไหนๆ ก็อพยพหนีตายจากน้ำท่วมบ้านมาแล้ว ก็เปลี่ยนบรรยากาศอพยพไปอยู่ที่แดนอิเหนาสักพัก กลับมาค่อยว่ากันใหม่ บางทีหลังเสร็จพิธีปิดซีเกมส์ในวันที่ 22 พ.ย. กลับมาถึงไทยน้ำก็ยังคาอยู่เลย เพราะคาดกันว่าเราจะต้องอยู่กับน้ำกันไปจนถึงกลางเดือน ธ.ค.โน่นแน่ะ
ยังไงขอให้ทัพนักกีฬาไทยอย่าเครียดจนเกินไป เดี๋ยวจะยิ่งกระทบกับขวัญกำลังใจจนส่งผลให้โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น คิดเสียว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะก็แล้วกัน
คว้าทองอันดับ 2 ถือว่าโอเค
“บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทยชุดลุยศึกซีเกมส์ ยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมของนักกีฬาไทยไม่น้อยเลย พร้อมกับยอมรับว่าไม่หวังที่จะครองเจ้าเหรียญทองในคราวนี้ แม้จะโกยเหรียญทองเป็นอันดับ 1 ใน 2 ครั้งล่าสุดก็ตาม
“หลังจากเมืองไทยเกิดประสบอุทกภัยน้ำท่วม ทำให้กีฬาหลายชนิดไม่สามารถฝึกซ้อมได้ตามปกติ และต้องขยับขยายย้ายไปฝึกซ้อมกันที่อื่นแทน รวมทั้งยังมีครอบครัวนักกีฬาบางคนน้ำท่วมบ้านจนแทบไม่เหลืออะไร แต่ก็ยังมีกำลังใจมุ่งมั่นฝึกซ้อม ซึ่งทางคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย จะต้องหาทางช่วยหลังจากน้ำลดอย่างแน่นอน” บิ๊กต้อม กล่าวอย่างเป็นห่วง
นอกจากนี้ ธนา ยังเสริมอีกว่า ซีเกมส์ครั้งนี้ไทยส่งเข้าร่วมแข่ง 42 จากทั้งหมด 44 ชนิดกีฬา และหวังไว้ที่ 154 เหรียญทอง จากการชิงชัยกัน 545 เหรียญทอง แต่ก็หวังลึกๆ ว่า แม้ไทยไม่ได้อันดับ 1 จากกีฬารวมทั้งหมด แต่ไทยจะต้องครองเจ้าเหรียญทองในประเภทกีฬาสากลให้ได้
ซึ่งสอดคล้องกับ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ที่ยืนยันว่า นโยบายของโอลิมปิคไทยจะไม่ส่งกีฬาซึ่งไม่มีสมาคมกีฬาที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับรองเข้าร่วมแข่งขัน โดยจะเน้นผลงานกีฬาที่มีจัดในโอลิมปิก เพื่อจะได้ไม่เป็นการสูญเปล่าทั้งเวลาและงบประมาณแผ่นดิน
ด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทย และ “บิ๊กแนต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ หนึ่งในมนตรีซีเกมส์ไทย ก็มีความเห็นเช่นเดียวกันว่า การคว้าที่ 2 ในตารางอันดับเหรียญคือเป้าหมายของทัพนักกีฬาไทยในครั้งนี้ เนื่องจาก “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย ที่เคยครองเจ้าเหรียญทองมา 9 สมัย จัดชิงทองกว่า 100 เหรียญ จากกีฬาพื้นบ้าน 12 ชนิด
ขณะที่ เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์อีกคน มองว่าการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์หนที่ 4 ของอินโดนีเซีย (ต่อจากปี 1979, 1987 และ 1997) ไทยอาจจะร่วงลงไปอันดับ 3 ก็เป็นได้
“ตามธรรมนูญแล้ว เจ้าภาพสามารถที่จะบรรจุกีฬาพื้นบ้านได้ไม่เกิน 8 ชนิด แต่คราวนี้ทางอินโดนีเซียขอบรรจุเข้าไปถึง 12 ชนิด ซึ่งบางอย่างเป็นกีฬาที่เวียดนามถนัดด้วย ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ไทยจะมีสิทธิโดนเบียดตกเป้าอันดับ 2 ลงไปอยู่ที่ 3 ในตารางเหรียญ”
บอลชายไทยกู้หน้าด้วยแชมป์เท่านั้น
คงจำกันได้ว่าในซีเกมส์ครั้งที่แล้วซึ่งมีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหนแรกนั้น ทีมฟุตบอลชายไทยทำผลงานงามไส้ซะเหลือเกิน ด้วยการร่วงแค่รอบแรกเท่านั้น ทั้งที่มีดีกรีแชมป์ถึง 13 สมัย จนทำเอาทั้งนักกีฬาประเภทอื่นๆ รวมทั้งสตาฟฟ์โค้ชต่างๆ และกองเชียร์ชาวไทยแทบอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวอยู่ต่อในลาว เนื่องจากกีฬาชนิดอื่นยังแข่งขันกันไม่จบ
มาคราวนี้ไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ ชาวไทย หรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ต่างจ้องมองไปที่ทีมบอลชายไทยว่าจะสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมาได้หรือไม่
แม้ฟุตบอลชายจะมีชิงกันแค่เหรียญทองเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีผลกับตารางสรุปเหรียญมากมายนัก แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเหรียญทองที่ยิ่งใหญ่ เพราะเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีแห่งภูมิภาคนี้ เอาเป็นว่าใหญ่กว่าเหรียญทองอื่นๆ ก็แล้วกัน
ไม่เว้นแม้แต่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ประธานโอลิมปิคไทย ก็พูดแบบไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่เลย (แต่กดดันมากถึงมากที่สุด) โดยบอกว่าทีมฟุตบอลชายไทยต้องคว้าเหรียญทองให้ได้
นักเตะไทยที่ไม่ได้เป็นทีมวาง เนื่องจากฟอร์มเละจากคราวที่แล้ว ต้องอยู่กลุ่มเอร่วมกับ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา ขณะที่กลุ่มบี ประกอบด้วย “รองแชมป์” เวียดนาม ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์
เจ้าภาพป่วนเปลี่ยนโปรแกรมเตะ
เดิมทีนั้นแข้งชายไทยจะประเดิมนัดแรกกับมาเลเซีย วันที่ 11 พ.ย. แต่ล่าสุดทางอินโดนีเซียมีการปรับคิวเตะให้ไทยกับมาเลเซียมาดวลกันเร็วขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.นี้
ที่สำคัญคือ ยังเลื่อนโปรแกรมไทยอินโดนีเซีย จากวันที่ 15 มาเป็นวันที่ 13 พ.ย.อีกด้วย ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากคิวเตะเดิมนั้นเจ้าภาพไม่สามารถใช้สนามเสนายัน ซึ่งเปรียบเสมือนนรกของทีมเยือน ให้กองเชียร์เจ้าบ้านอิเหนาเข้าไปกดดันทีมไทยได้ เนื่องจากทีมชาติชุดใหญ่ของอินโดนีเซียต้องใช้เป็นสังเวียนเตะฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกกับอิหร่าน
สำหรับโปรแกรมใหม่ในการเตะรอบแรกของทีมไทยจะเป็นดังนี้ วันที่ 9 พ.ย. พบ มาเลเซีย วันที่ 11 พ.ย. พบ กัมพูชา วันที่ 13 พ.ย. พบ อินโดนีเซีย และวันที่ 17 พ.ย. พบ สิงคโปร์
งานนี้ทำเอา “บิ๊กกาเซ็ม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ถึงกับเซ็งสุดขีด เพราะต้องปรับโปรแกรมอุ่นเครื่องใหม่ รวมทั้งวันเดินทางด้วย โดยจะบินไปอินโดนีเซียเร็วขึ้น 1 วัน ซึ่งจะออกเดินทางวันที่ 7 พ.ย.นี้
“อินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่าไม่มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ ทำให้ทุกชาติต้องปรับเปลี่ยนแผนกันวุ่นวาย ซึ่งเราเองก็เสียหายพอสมควร อย่างไรก็ตาม ก็ต้องทำใจและพยายามใช้เวลาที่เหลือฝึกซ้อมให้ดีที่สุด” เกษม กล่าวระหว่างพาลูกทีมมาเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ จ.ภูเก็ต
สำหรับการให้นักเตะไทยไปเข้าแคมป์ที่ จ.ภูเก็ต นั้น เนื่องจากผู้จัดการทีมชาติไทยต้องการให้ลูกทีมทุกคนมีสมาธิมากที่สุด ซึ่ง จ.ภูเก็ต เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเก็บตัว แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศไปในตัวด้วย
ขณะที่ “น้าเหม่ง” ประพล พงษ์พานิช หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ก็บอกว่าสภาพทีมตอนนี้ถือว่าพร้อมสมบูรณ์ดี
“นักเตะมีความมุ่งมั่น แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุด แต่ขอยืนยันว่านี่คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในสายตาของผม และมั่นใจว่านักเตะชุดนี้จะสามารถทวงแชมป์ซีเกมส์กลับคืนมาได้” ประพล กล่าว
ด้าน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลไทย ประกาศอัดฉีด 10 ล้านบาท สำหรับเหรียญทองเท่านั้น พร้อมสะกิดเจ้าภาพให้คุมเข้ม ถ้าไทยกับอินโดนีเซียทะลุเข้าชิงเหรียญทองกันในซีเกมส์คราวนี้
“ผมยืนยันตามเดิม ไม่เปลี่ยนคำพูด โดยมีเงินไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ที่รอจะมอบให้กับนักเตะไทยชุดนี้ แต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือ เหรียญทองต้องกลับมาอยู่ในมือทีมไทย ส่วนเรื่องความปลอดภัยหากว่าไทยต้องเจอเจ้าภาพนั้น เท่าที่ผ่านมาไทยเคยไปแข่งที่อินโดนีเซียหลายครั้งก็ไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต และเขารู้จักกองเชียร์พวกเขาดี น่าจะหาวิธีป้องกันแก้ไขและจัดการได้ ผมไม่อยากให้ทุกคนมองในแง่ร้ายเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจนักเตะของเราเอง” ประมุขลูกหนังไทย กล่าว







