
ใครหาประโยชน์การเมืองต้องโดนลงโทษ
ยังไม่พ้นช่วงฮันนีมูน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเจอวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่
ยังไม่พ้นช่วงฮันนีมูน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเจอวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่
ที่ตามมาด้วยเสียงวิจารณ์มากมายว่า ช้า... ไม่ทันการณ์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มองว่า คนจำนวนมากใช้ภาวะของความทุกข์ยากของประชาชนมาแสวงประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งประชาชนทั่วไปมองเห็นว่ารัฐบาลนี้ทำงานหนักและเต็มที่
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล และ กทม. จนทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย โดยเฉพาะกับการชิงจังหวะสร้างผลงาน ที่จะมีผลต่อไปถึงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปีหน้า น.อ.อนุดิษฐ์ มองว่า เราพูดตลอดว่าทุกคนต้องหันมาร่วมมือกัน ไม่มีสี ไม่มีพรรค ไม่มีฝ่าย
“ใครก็แล้วแต่ที่เอาความทุกข์ยากประชาชนมาแสวงประโยชน์ทางการเมืองเชื่อว่าจะโดนลงโทษ”
คำวิจารณ์ว่าปัญหาการระบายน้ำในโซนตะวันออกส่วนหนึ่งมาจากเรื่องพื้นที่ทางการเมือง และพยายามป้องกันนิคมอุตสาหกรรมนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนยันว่าไม่จริง จากที่ได้ทำงานในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รู้ว่าสาเหตุมาจากการพิพาทของชาวบ้านสองฝั่ง
“ใครเข้าไปแก้ปัญหาในพื้นที่จะทราบว่าพื้นที่ประสบภัยอีกพื้นที่ยังปลอดภัย การจะไปเพิ่มพื้นที่ระบายน้ำ ประชาชนจำนวนหนึ่งเมื่อได้รับผลกระทบก็จะเกิดการไม่ยินยอม มารวมตัวประท้วง ทำให้เกิดการติดขัด ณ จุดนั้นรัฐบาลใช้การเจรจา ใช้การบริหารจัดการ ใช้อำนาจ ไปบังคับ ข่มขืนจิตใจชาวบ้านที่เขาไม่ยอม ทุกคนอาจได้รับผลกระทบ รัฐบาลก็จะดูแลชดเชย และปลดล็อกในแต่ละพื้นที่”
น.อ.อนุดิษฐ์ อธิบายถึงเสียงวิจารณ์เรื่องการให้ข้อมูลของ ศปภ.ที่ผ่านมาว่า มิติของน้ำมีหลายมิติที่ต้องนำข้อมูลมารวมกันเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจนำไปสู่องค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ หน่วยงานราชการมีอย่างน้อย 20 หน่วยงาน ที่มีความเกี่ยวข้องเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งนักวิชาการที่มีองค์ความรู้ด้านต่างๆ ก็จะมีหลายมิติ ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องนำทุกมิติมารวมกันเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ที่ถูกต้อง
ยกตัวอย่างเช่น น้ำที่เข้ามาในพื้นที่สายไหม ดอนเมือง ถือว่าเป็นพื้นที่ กทม. ก่อนหน้านี้ระดับน้ำในคลองประปาเพิ่มสูงขึ้น และล้นท่วมฝั่งดอนเมือง ศปภ.ได้ชี้แจงตามลำดับ ว่าเกิดจากน้ำในคลองรังสิตไหลทะลุผ่านพนังกั้นน้ำเข้าสู่คลองประปาและทำให้ปริมาณน้ำในคลองรังสิตทะลุผ่านคลองประปา แล้วทำให้ปริมาณน้ำสูง การแก้ไขก็ชี้แจงเป็นลำดับ
“ถ้ามองเห็นภาพรวมที่ชี้แจงตามข้อเท็จจริงประชาชนก็จะเข้าใจได้ง่าย ศปภ.ก็ให้ความจริงแบบนั้น แต่อาจจะมีผู้ที่มีองค์ความรู้จำนวนหนึ่ง อาจจะเสนอเป็นความเห็นในบางประการ ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ดังนั้นประชาชนจึงเกิดความตื่นตระหนก เข้าใจจากการนำเสนอความเห็นที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงของน้ำที่ท่วมจำนวนนั้น เกิดจากมวลน้ำที่ไหลทะลุลงมา บางคนก็บอกว่าเขื่อนกั้นน้ำแตกแล้ว พนังกั้นน้ำเอาไม่อยู่ ถ้าประชาชนได้ใช้ข้อมูลและลองตั้งสติของการเกิดเหตุ ก็จะทราบว่าเกิดจากอะไร
...แต่ปัจจุบันในช่องทางการสื่อสารที่ส่งตรงไปยังผู้รับสารมีจำนวนมากเริ่มตั้งแต่วิทยุ โทรทัศน์ การนำเสนอ อาจจะเป็นเฉพาะจุด ก็อาจจะถูกนำมาขยายความผู้รับสารและนำไปใช้ต่อในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ความก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามการแสดงความเห็น ขณะนี้ข่าวสารจำนวนมาก และไม่รู้จะเชื่อใคร”
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ก่อนจะพิจารณาข้อมูลต่างๆ อยากให้มองภาพโดยรวม ข้อมูลจำนวนมากเป็นข้อมูลราชการที่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งทางเว็บไซต์ โทรศัพท์สอบถาม ซึ่งจะทำให้สามารถตัดสินใจเชื่อไม่เชื่อข้อมูลเหล่านั้นได้มากขึ้น โดยข้อมูลราชการจะเป็นข้อมูลเที่ยงตรงมากที่สุด







