
ช่วงหนีน้ำ
น้ำท่วมกลายเป็นหัวข้อที่ใครไม่พูดถึงไม่ได้ไปเสียแล้วในตอนนี้ แทนคำว่าสวัสดี ก็กลายเป็นคำว่า “น้ำท่วมบ้านไหม” ไปแล้ว
น้ำท่วมกลายเป็นหัวข้อที่ใครไม่พูดถึงไม่ได้ไปเสียแล้วในตอนนี้ แทนคำว่าสวัสดี ก็กลายเป็นคำว่า “น้ำท่วมบ้านไหม” ไปแล้ว
โดย..หนูดีวนิษา เรซ
บ้านของหนูดีหลังจากต่อสู้ฟาดฟันกับน้ำริมคลองรังสิตมาได้หลายยก วันนี้ก็เป็นวันแรกที่เรา “เสียเมือง” เสียแล้วค่ะ เพราะน้ำที่เรากั้นกำแพงไว้เสียดี ก็ค่อยๆ ซึมเข้ามาได้ตามรอยแคร็กเล็กๆ ที่ผนังที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ดังนั้นสำหรับหนูดีแล้ว คิดว่าการอยู่เพื่อป้องกันบ้านทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะน้ำ “สิ่งที่มองไม่เห็น คือสิ่งที่เป็น” น้ำไม่ได้มากันแบบเคาะประตูบ้านจู่โจมเข้ามาหรอกค่ะ เขาจะเข้ามาตามจุดที่มองไม่เห็น ตามรอยแคร็ก ตามท่อ ตามโพรงในสวนหลังบ้าน ฯลฯ ดังนั้น ถ้าบ้านคุณยังอยู่ในมุมเสี่ยง กรุณาอย่าอยู่เพื่อเอาชีวิตอารักขาทรัพย์สินอีกต่อไป ตัดสินใจด้วยความใจเด็ด แล้วหอบของเท่าที่ทำได้ออกมาจากบ้านเถอะค่ะ อย่ารอและอย่าประมาทเด็ดขาด
ครอบครัวของหนูดีโชคดีที่หัวหน้าครอบครัวใจเด็ดมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่น้ำในลำคลองยังไม่สูงพอจะเข้าบ้าน แต่คุณแม่ผู้ผ่านวิกฤตต่างๆ ในชีวิตมามากเกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะยากนับ ก็บอกลูกสาวสองคนว่า เก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วเราจะออกไปที่เมืองชายทะเลที่เป็นที่ดอนภายใน 2 ชั่วโมง เราขนของทุกอย่างขึ้นชั้นสองของบ้าน หนูดีเองโกยทุกอย่างจากในตู้เซฟที่บ้าน หอบทั้งเงินสด ทอง โฉนด เงินสกุลต่างๆ ที่แลกไว้เผื่อเวลาไปเที่ยว สมุดบัญชีธนาคาร และพาสปอร์ตของทุกคนติดตัวออกมาด้วย
พอขึ้นรถมาได้ ขับออกนอกกรุงเทพฯ แล้ว ก็พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก เพราะหลังจากนั้นเราแทบจะไม่มีโอกาสหนีออกมาได้เลย น้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตและเมเจอร์ต้องปิดตัวลง น้ำท่วมขังถนน ไฟฟ้าและน้ำประปาถูกตัด กลายเป็นกลียุคที่ไม่คิดว่าจะเห็นในชั่วชีวิตตัวเอง แต่ที่ตลกมากก็คือ คนเราจะเห็นนิสัยกันได้ก็ตอนแพ็กของนี่ล่ะนะคะ เพราะพอมาถึงเมืองชายทะเลแล้ว และเปิดกระเป๋าออกมาดู หนูหวานได้เก็บเอารูปถ่ายสมัยเด็ก ของต่างๆ ที่มีคุณค่าทางจิตใจหาไม่ได้อีกแล้ว แต่ไม่มีราคาในแง่ของเงินทองออกมาได้หมด ส่วนฝั่งหนูดีมีแต่ของใช้ที่จำเป็นในการเดินทางออกนอกประเทศ รวมถึงเสื้อผ้า ซึ่งใช้วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดคือ เปิดตู้ออกมา ตัวไหนที่จำได้ว่าเกินหมื่น โกยออกมาหมด ส่วนตัวอื่นๆ ปล่อยไว้ในตู้ ถึงอย่างนั้นยังได้มา 3 กระเป๋าใหญ่ๆ โยนขึ้นท้ายรถมาด้วย ส่วนรองเท้าของลูกผู้หญิงที่มักมีกันเป็นร้อยคู่ หนูดีต้องตัดใจทั้งหมด หอบขึ้นชั้นสอง แล้วกระซิบว่า “ตัวใครตัวมันแล้วนะลูก” คือ ถ้ากลับมาอีกรอบแล้วยังอยู่ ก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน แต่ถ้าไม่รอด ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไป และจะไม่สะสมทรัพย์สินอีกแล้ว ขอสะสมสินทรัพย์ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมครั้งนี้หนูดีได้อีเมลเวียนฉบับหนึ่งที่สรุปได้ถูกใจหนูดีที่สุด คือ “งานนี้ มีมากเจ็บมาก มีน้อย เจ็บน้อย” ก็จริงของเขานะคะ โดยเฉพาะเพื่อนๆ หนูดีหลายคนที่น่าสงสารที่สุด คือ พวกมีโรงงานและอุปกรณ์เครื่องจักรติดตรึงไว้ที่ชั้นหนึ่ง แม้จะรู้ตัวล่วงหน้า ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องรอดูกิจการของตัวเองจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา
เวลานี้แม้ตัวจะต้องหนีออกมาจากเขตเสี่ยง แต่หนูดีก็ยังคงประสานงานในเรื่องที่มีผู้ใจบุญหลายท่าน บริจาคเงินผ่านมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาของหนูดีกับหนูหวาน เพื่อนำเงินนี้ไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทีมของเพื่อนๆ หนูดี ได้นำเงินของผู้ใจบุญทุกท่านไปใช้ในการช่วยเหลือส่วนหนึ่งแล้วค่ะ เราจะแบ่งเป็นส่วนๆ ไป ไม่ใช้หมดในครั้งเดียวนะคะ เพราะอยากแบ่งไว้สำหรับฟื้นฟูหลังน้ำลดด้วย ดังนั้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. เราจึงได้นำเงินไปซื้ออาหารที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านใน จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีชาวบ้านที่ตกสำรวจอยู่กันเป็นพันคน ต้องไปหลบกันอยู่ในวัด เพราะน้ำท่วมนาสูงกว่า 6 เมตรแล้ว ในครั้งนี้มีหลายกลุ่มรวมตัวกัน ทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ที่เล่นหุ้น รวมถึงคนในแฟนเพจหนูดี ครั้งนี้ ของที่นำไปบริจาคมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ขอให้ทุกท่านที่สมทบทุน ได้รับทราบ และร่วมอนุโมทนาบุญมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เงินอีกส่วนหนึ่งที่กันไว้ คุยกันว่าจะนำไปซื้อกล้าและเมล็ดพันธุ์สำหรับเกษตรกร เพราะตอนที่น้ำหลากมาพวกเขากำลังจะเกี่ยวข้าวกันพอดี ก็ได้แต่หวังว่าพวกเราจะช่วยกันผ่อนหนักเป็นเบาลงได้บ้าง เพราะหนนี้ถ้าไม่มีน้ำใจคนไทยด้วยกัน สงสัยจะแย่ค่ะ ใครที่หนีไปแล้ว ก็ขอให้ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ส่วนใครที่ยังปักหลักอยู่ ก็อย่าสู้นานไป บางครั้งการยอมแพ้ถอยมาตั้งหลักรักษาใจและสติเอาไว้ อาจจะสำคัญพอๆ กับ หรือสำคัญกว่าการรักษาทรัพย์สินก็ได้ หนูดีเองถอยมาแล้ว อยู่ในที่ที่ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีอินเทอร์เน็ตมาแล้ว 1 สัปดาห์ และก้าวเข้าไปช่วยในจุดที่ช่วยเหลือได้ ก็พบว่าใจสงบลงมาก แทนที่จะต้องฟังข่าวเรื่องน้ำแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมันบั่นทอนจริงๆ
ฝากทางแก้อันหนึ่งไปยังผู้มีอำนาจดูแลด้วยค่ะ คือในขณะนี้มีหลายจังหวัดในประเทศไทยที่ยังปลอดภัยจากน้ำท่วม 100% เช่น จังหวัดที่เป็นที่ดอน เป็นภูเขาน้ำท่วมไม่ถึง อยากให้มีศูนย์ประสานงานแจ้งชาวบ้านที่สนใจ ในจังหวัดนั้นๆ ลองคิดเปิดบ้านตัวเองเป็นโฮมสเตย์ชั่วคราว เปิดรับคนเมืองที่หนีภัยน้ำท่วมให้เข้ามาพักด้วยราคามิตรภาพ โดยศูนย์ประสานงานจะต้องทำหน้าที่คัดกรองประวัติอาชญากรรมให้เอง เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางนี้ทำมาหากินได้ เพราะนาทีนี้หนูดีเองก็ต้องทำหน้าที่นี้ชั่วคราว ด้วยการโทรศัพท์ประสานงานให้เพื่อนๆ ที่หนีภัยมาจากในเมืองกรุง จับเข้าคู่กับเพื่อนที่มีบ้านอยู่ในจังหวัดที่ปลอดภัย เป็นวิธีที่ประหยัด สะดวก และทำให้คนที่หนีมายังคงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอีกด้วย เพราะไม่เช่นนั้น หนีน้ำ ทิ้งของมา กลับจะต้องพบค่าโรงแรมที่แพงพอๆ กัน ฝากวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งทางออกให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองด้วยค่ะ
ขอให้ทุกคนโชคดีและรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
&<2288;







