
แบบผู้ชายชื่อ เจมส์ มอร์ริสัน
ชื่อดาดๆ ซ้ำกับคนมีชื่อเสียงอีกหลายๆ คน แต่ถ้าจะพูดถึง เจมส์ มอร์ริสัน คนนี้แล้วล่ะก็ ข้อเด่นที่ใครๆ ต้องนึกถึงคือเสียงร้องชั้นเลิศ
ชื่อดาดๆ ซ้ำกับคนมีชื่อเสียงอีกหลายๆ คน แต่ถ้าจะพูดถึง เจมส์ มอร์ริสัน คนนี้แล้วล่ะก็ ข้อเด่นที่ใครๆ ต้องนึกถึงคือเสียงร้องชั้นเลิศ
โดย..เพ็ญแข
เขาเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรีป๊อปโซลผิวขาวจากอังกฤษ โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่วัยเพิ่งมีเลขสองนำหน้าเมื่อหลายปีก่อน นับตั้งแต่มีอัลบั้ม Undiscovered (ปี 2006) และ Songs for You Truths for Me (ปี 2008) ออกมา ทั้งสองชุด ขายได้มากกว่า 4 ล้านแผ่น โดยมีเพลง You Give Me Something Wonderful World The Pieces Don’t Fit Anymore และ Broken Strings (ร้องคู่ เนลลี เฟอร์ทาโด) เป็นที่รู้จักทั่วไป หนุ่มธรรมดาๆ จากอังกฤษก็เลยกลายเป็นขวัญใจคนฟังเพลงทั่วโลก
ที่ผ่านมา มักมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เขาร้องเพลงรักมากเกินไป ตัว เจมส์ มอร์ริสัน เองก็เหมือนจะรู้สึกเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงต้องการการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงก็มาถึง ณ วัย 26 ปี เขากลายเป็นคุณพ่อและสูญเสียคุณพ่อไปในเวลาใกล้เคียงกัน
เหมือนกับว่า... เมื่อตื่นขึ้นมาในวันหนึ่ง โลกของเขาก็เปลี่ยนไป และเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดก็ถูกนำเสนอผ่าน The Awakening
เจมส์ มอร์ริสัน บอกว่า 2 อัลบั้มก่อนหน้านี้ เป็นเหมือนการฝึกหัดฝึกงาน และตอนนี้เขาก็ได้จบการศึกษาแล้ว งานชุดนี้จึงอาจจะเรียกได้ว่าเป็น อัลบั้มแรกอย่างเป็นทางการ
เพราะ The Awakening คือ งานในแบบที่ เจมส์ มอร์ริสัน อยากทำโดยไม่คำนึงถึงความสำเร็จ หรือว่าคนฟังจะชอบมันมากแค่ไหม
อัลบั้มนี้มีความอบอุ่นกรุ่นกระจาย ซาวด์แบบการแสดงสด เพลงโฟล์กโซลในกลิ่นอายเก่าๆ แต่ยังมีความร่วมสมัยอยู่ เพลงในชุดนี้มีกลิ่นอายดนตรีของโมทาวน์ กอสเพล รวมไปถึงคันทรีและลาตินผสมผสาน ทั้งยังนำเครื่องสายเข้ามาสร้างสีสัน แน่นอนอัลบั้มนี้ยังต้องมีเพลงบัลลาดเปี่ยมอารมณ์อย่างที่เป็นจุดขายในอัลบั้มก่อนรวมอยู่
10 ใน 12 เพลงของอัลบั้มนี้ โปรดิวซ์โดย เบอร์นาร์ด บัตเลอร์ อดีตมือกีตาร์ของวงสเวด (เขายังวาดลีลาเล่นกีตาร์ไว้ในหลายเพลง) อีก 2 เพลงโปรดิวซ์โดย มาร์ค เทย์เลอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ Broken Strings โด่งดังมาก่อน อัลบั้มนี้ เจมส์ มีโอกาสได้ร้องกับสาวเปรี้ยว เจสซี เจย์ ในเพลง Up ซึ่ง เจมส์ เขียนเพื่อรำลึกถึงพ่อที่จากไป เป็นเพลงจังหวะกลางๆ และตรึงใจคนฟัง
The Person I Should Have Been เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เขียนขึ้นหลังจากได้มีโอกาสคุยกับพ่อในช่วงสุดท้ายของชีวิต หลังจากพ่อจากไป เจมส์ อยากให้พ่อมาเข้าฝันเขาจึงเขียน In My Dreams เมื่อฟังเพลงนี้เขาก็อยากให้คนฟังๆ แล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันเช่นกัน เพลงนี้เขียนออกมาจากอารมณ์ดิบๆ ตรงๆ จน เจมส์ ยังเคยตั้งข้อสงสัยว่า จะนำไปแสดงสดได้หรือไม่
เพลงชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้มเกิดขึ้นมาจากประสบการณ์การเป็นคุณพ่อมือใหม่ ในอดีต เจมส์ บอกว่าเขาไม่อยากมีลูก แต่วันหนึ่ง เอลซี ลูกสาวก็เกิดขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนความคิดของคนเป็นพ่อ ซึ่งได้ค้นพบว่า ลูกคือ สิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต ส่วน I Won’t Let You Go แต่งให้ กิล กับแฟนสาวที่คบหากันมาเนิ่นนาน เป็นเพลงรักอะคูสติกที่ทำให้คนฟังหัวใจสลาย
ส่วน Slave to the Music นั้นมีเสียงปรบมือมาเป็นสีสัน ลีลาของเพลงชักชวนให้คนฟังออกไปแดนซ์กระจาย ขณะที่ Beautiful Life และ Forever มีกลิ่นอายโมทาวน์ย้อนยุค
The Awakening เป็นอัลบั้มฟังเพลินๆ เรื่อยๆ ความโดดเด่นอยู่ที่ สไตล์เพลง ดนตรี และเสียงร้อง ซาวด์ย้อนยุคแต่ก็ยังร่วมสมัยทว่าไม่ได้ใหม่จ๋า เนื้อหาแปลกต่างไปจากชุดเก่าก่อนด้วยเพิ่มเติมเพลงจากชีวิตในฐานะลูก–สามี และพ่อ ของผู้ชายชื่อ เจมส์ มอร์ริสัน
อัลบั้ม The Awakening
ศิลปิน James Morrison
สังกัด Island / Universal Music
แนวทาง Pop/Roc
คุณภาพ * * * (สามดาว)
เพลงเด่น 6 Weeks
Person I Should Have Been
One Life







