
ธรรมจักรบูชาธรรมยาตราสู่มาฆบูชากึ่งพุทธกาล ณ ชมพูทวีป(๓)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
การเดินทางไปครั้งนี้ตามกิจนิมนต์ที่ได้รับอารธนา เพื่อไปให้ธรรมปฏิบัติสั่งสอนหลักธรรมในพระพุทธศาสนาต่อพระท้องถิ่นและจากนานาชาติ ตลอดจนถึงประชาชนโดยทั่วไป จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง อันจะเป็นการเปิดประตูให้พระท้องถิ่นให้ได้มาเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติถูกต้องตามพระธรรมวินัย จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับพระพุทธศาสนาที่จะเดินทางต่อไปเบื้องหน้า ตามที่ชาวพุทธปรารถนาอันเป็นไปตามพุทธพยากรณ์ นอกจากเรื่องดังกล่าวนั้น การเดินทางไปอินเดียของอาตมาครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อรองรับงานมาฆบูชาที่จะจัดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในกึ่งพุทธกาล ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ในวันที่ ๒๖-๒๘ ก.พ.นี้
หากลองมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งแคว้นมคธในอดีต พระองค์ทรงอุปถัมภ์พระศาสนาอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนในชมพูทวีปส่วนมากมีฐานะยากจน จึงมีศาสนาเป็นที่พักพิงทั้งทางกายและทางจิตมาทุกสมัย สมัยใดที่ศาสนารุ่งเรืองมีพระราชาคอยอุปถัมภ์ ศาสนาก็จะเป็นที่ต้องใจของชาวเมือง พระพุทธศาสนาจึงมีคำสั่งสอนให้พระสงฆ์สันโดษ พระสงฆ์นั้นห้ามร่ำรวยวัตถุแบบชาวโลกเพื่อป้องกันจุดจุดนี้ เมื่อวัดร่ำรวยเมื่อใดก็จะมีคนเข้าวัดมากหลากหลายรูปแบบ เจตนาซึ่งจะมีอยู่จำพวกหนึ่งคือไปกินอยู่กับวัด หรืออาศัยวัดเป็นที่พึ่งพิงทางด้านวัตถุ ไม่มีอุดมการณ์ทางธรรม ซึ่งสวนกระแสกับพระพุทธศาสนาที่แท้จริงที่มุ่งเน้นการพักพิงทางจิต ละวางออกจากความเกี่ยวเนื่องในวัตถุกามทางโลก แม้แต่พระราชายังสละราชสมบัติออกบวช ไม่มีการก่อกอดวัตถุกามติดตัวให้หนักจิตหนักใจต่อไป ดังนั้นพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายจึงประกาศหลักการให้เปลื้องวัตถุกามทิ้ง ห้ามไม่ให้พระแตะต้อง มุ่งหมาย เกี่ยวเนื่อง แสวงหาลาภสักการะเกินความพอเหมาะ ขาดความพอดี ไม่รู้จักพอเพียง มักน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในสังคมปัจจุบัน
อ่านต่อฉบับหน้า
**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132







